`จิตตะ เวลธ์` แนะครึ่งปีหลังจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite ชูหุ้นจีนน่าลงทุนกว่าหุ้นสหรัฐฯ
จิตตะ เวลธ์ แนะครึ่งปีหลังจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite ชูหุ้นจีนน่าลงทุนกว่าหุ้นสหรัฐฯ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 ก.ค. 68 17:02 น.
"จิตตะ เวลธ์" มองครึ่งหลังปี 68 ตลาดลงทุนยังเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ-Trump Tariffs แนะจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite กระจายความเสี่ยง ด้วย Global ETF และ Jitta Ranking Alpha ในสัดส่วน 80:20 เอาชนะความผันผวนด้วยผลตอบแทน +3.49% ชี้หุ้นจีนยังโดดเด่นสุด
นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) จิตตะ เวลธ์ จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีหลังประเด็นสงครามการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันตลาด และอาจกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี และส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อต่อไป ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตา
โดยการลงทุนแบบการกระจายความเสี่ยง (Diversification) ให้พอร์ต รวมถึงการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite ที่มีการแบ่งสัดส่วนของ Core Port หรือพอร์ตหลักให้มีสินทรัพย์ที่กระจายความเสี่ยงอย่างครอบคลุม และสร้างความมั่นคงให้พอร์ต ควบคู่ไปกับ Satellite Port หรือพอร์ตรอง เสริมการลงทุนแบบมุ่งเน้นผลตอบแทน ในประเทศหรือธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ซึ่งสัดส่วนของทั้ง 2 พอร์ต อาจจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนเอง แต่สัดส่วนที่ปลอดภัยที่ Jitta Wealth แนะนำจะอยู่ที่ 80:20
ทั้งนี้สูตรการลงทุนที่ Jitta Wealth แนะนำคือการจัด Core Port ด้วย Global ETF แผนการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงในหุ้นและตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลก และจัด Satellite Port ด้วย Jitta Ranking Alpha นโยบายการลงทุนที่มี Alpha AI อัลกอริทึมวิเคราะห์ประเทศของ Jitta Wealth คัดเลือก ‘ตลาดหุ้นที่ดี ในเวลาที่เหมาะสม’ การจัดพอร์ตแบบนี้ที่สัดส่วน 80:20 ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถนำพาพอร์ตให้ผ่านพ้นวิกฤติ Trump Tarriffs ได้
“การกระจายความเสี่ยงและการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite โดยมี Global ETF เป็น Core Port สามารถฝ่าวิกฤติได้จริง ด้วยผลตอบแทนที่ดีและความเสี่ยงต่ำ เหมาะที่นักลงทุนจะใช้เป็นพอร์ตหลักได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล และการมีพอร์ตหลักที่มั่นคง จะช่วยให้นักลงทุนสามารถเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนด้วยการเลือกลงทุนในตลาดหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีในอนาคตใน Satellite Port ได้ด้วย” นายตราวุทธิ์กล่าว
นายตราวุทธิ์ยังกล่าวว่า ตลาดหุ้นที่มีโอกาสเติบโตเวลานี้ นักลงทุนอาจจะให้ความสนใจในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ยังคงทำสถิติ All Time High ได้เสมอ แต่สหรัฐฯ เองก็ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม ทั้งปัญหาภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงความต้องการพันธบัตรสหรัฐฯ เริ่มลดน้อยลง ขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างจีนในเวลานี้ถือว่ายังมีความแข็งแกร่ง มีจุดยืนที่มั่นคงในเวทีโลกเห็นได้จากการตอบโต้ภาษีสหรัฐฯ แม้ในภาพรวมของภาคประชาชนจะแสดงให้เห็นถึงการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น แต่เศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง GDP เติบโตอยู่ในระดับที่สูงกว่า 5.5% (2564-2567) ซึ่ง สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกเกือบ 2%
อย่างไรก็ตามหากถาม AI ถึงประเทศที่น่าลงทุนในเวลานี้ ด้วย Jitta Market Prediction ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ในแบบ AI Predictive Analytics ที่มีการนำฐานข้อมูลการลงทุนมาวิเคราะห์ในทุกมิติ เพื่อเฟ้นหาตลาดที่น่าลงทุน และมีศักยภาพที่จะสร้างผลกำไรดีที่สุดในอนาคต โดยข้อมูลล่าสุด (11 กรกฏาคม) AI พบว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีอัตราส่วนหุ้นถูกต่อหุ้นแพงลดลงมาอยู่ที่ 0.61 เท่า จากสิ้นปีก่อนที่มี 0.72 เท่า สะท้อนว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ เวลานี้อาจจะแพงไปแล้ว เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นจีนที่มีอัตราส่วนหุ้นถูกต่อหุ้นแพงเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15.6 เท่าจากสิ้นปีก่อนที่มีเพียง 9 เท่า
“เวลานี้ระบบเศรษฐกิจโลกถูกขับเคลื่อนไปตามการแข่งขันระหว่างสหรัฐอเมริกา และจีน ในอีก 10 ปีข้างหน้า ยังไม่มีใครตอบได้ว่าสหรัฐฯ หรือจีน ใครจะขึ้นเบอร์หนึ่งของโลก แต่ที่แน่ๆ เราก็จะเห็นการเติบโตของทั้ง 2 ประเทศนี้ต่อไป ดังนั้นหากนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสการลงทุนใน Satellite Port ด้วยหุ้นในประเทศต่างๆ แต่ยังไม่รู้ว่าควรลงทุนในตลาดใดในช่วงจังหวะเวลาใด สามารถลงทุนใน Jitta Ranking Alpha ที่จะมี Alpha AI อัลกอริทึมวิเคราะห์ประเทศของ Jitta Wealth ช่วยคัดเลือก ‘ตลาดหุ้นที่ดี ในเวลาที่เหมาะสม’ ตอบโจทย์นักลงทุนที่ไม่มีความรู้หรือไม่มีเวลาติดตามสถานการณ์ตลาด สามารถลงทุนใน ‘ตลาดหุ้นที่ดี ในเวลาที่เหมาะสม’ และ ‘หุ้นดีราคาถูก’ ได้พร้อมๆ กัน ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้นักลงทุนได้ดีกว่า” นายตราวุทธิ์กล่าว
ทั้งนี้ สำหรับผลตอบแทนการลงทุนในนโยบายต่างๆ ของ Jitta Wealth ตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน (14 กรกฎาคม 2568) นั้น นโยบายที่เกี่ยวกับหุ้นจีนสามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่น เช่น Jitta Ranking หุ้นฮ่องกง สามารถสร้างผลตอบแทน (YTD) +19.64% และหากดูเป็นธีมการลงทุน พบว่าธีมบริการสุขภาพจีน +29.34% ธีมพลังงานสะอาดจีน +26.19% ธีมตลาดหุ้นจีน +23.16% ธีมหุ้นฮ่องกง +22.50% ธีมเทคโนโลยีจีน +19.26% ส่วนJitta Ranking หุ้นจีน +4.77% และ Jitta Ranking Alpha +4.15%
“AI ของ Jitta Wealth ชี้ให้เห็นโอกาสในตลาดหุ้นจีนมาโดยตลอด และเวลานี้ยิ่งตอกย้ำความแม่นยำได้จากผลตอบแทนที่ชัดเจน ซึ่่งตลาดหุ้นฮ่องกงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนำไปก่อนเพราะเป็นตลาดที่เงินทุนไหลเข้าออกง่าย แต่หากมองโครงสร้างในระยะยาวแล้วในอนาคตเชื่อว่าจะเห็นการโยกเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่แน่นอน” นายตราวุทธิ์กล่าว
เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ