โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบแล้ว “เสือปุ่น” หัวหน้าแก๊งปล้นเงิน 3.4 ล้าน กลางห้างดัง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 22.21 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 15.16 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 18 ก.ค. – สืบนครบาลจับ “เสือปุ่น” หัวหน้าแก๊งปล้นเงิน 3.4 ล้าน กลางห้างดัง พร้อมสมุน หลังหนีซุกบ้านเช่าย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี เร่งล่าอีก 1 ยังหลบหนี

กรณีคนร้าย 7 คน แก๊งเสือปุ่น ใช้อาวุธปืนและมีด ก่อเหตุปล้นเงินสด 3.4 ล้านบาท จากผู้มาซื้อคริปโตฯ เหตุเกิดที่ลานจอดรถชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง เมื่อคืนวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น.) และตำรวจ บก.สส.บช.น. ร่วมกันจับกุม นายวรวัฒน์ หรือ เสือปุ่น อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง พร้อมนายบอล อายุ 35 ปี ลูกสมุน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป โดยจับกุมได้ที่บ้านเช่าในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังหนีมากบดานกว่า 2 สัปดาห์ พร้อมของกลางปืนสั้นพกแบบแม็กกาซีนขนาด .365 เครื่องกระสุน 29 นัด เงินสด 3,000 บาท รถเก๋งทะเบียนปลอม กระเป๋าแบรนด์เนม 2 ใบ และวัตถุคล้ายระเบิด จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไปสอบสวนที่ บก.สส.บช.น.

พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ ชุดสืบสวนเฝ้าติดตามมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ต้องวางแผน เพื่อความปลอดภัยขณะเข้าทำการจับกุม ตอนนี้ผู้ต้องหายังให้การวกวน จับใจความได้เพียงว่า ทั้งสองคนผลัดกันขับรถ เปลี่ยนที่พักไปมา เพื่อให้ยากต่อการติดตามจับกุม และยอมรับว่ามีการแบ่งเงินกัน แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเรื่องของสัดส่วน รวมทั้งการวางแผนก่อเหตุ ซึ่งคืนนี้จะทำบันทึกจับกุม แล้วส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า สาเหตุที่ลงมือปล้นเงิน เพราะคิดว่าเป็นเงินเทา ผู้เสียหายจะไม่กล้าแจ้งความ ส่วนเงินที่ได้ไปกว่า 1 ล้านบาท นำไปซื้อยาเสพติด ตระเวนกินเที่ยว และย้ายที่พักหลบหนีตำรวจไปเรื่อยๆ กระทั่งเงินหมด เหลือเงินติดตัวเพียง 3,000 บาท ส่วนกระเป๋าแบรนด์เนมที่พบ เสือปุ่นอ้างว่าเพื่อนให้มา

สำหรับคดีนี้ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือ นายรุ่งนิรันดร์ หรือ โบ้ อายุ 32 ปี ที่ยังหลบหนีการจับกุม ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบวัตถุคล้ายระเบิด MK2 ของกลาง ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดจริง โดยเจ้าหน้าที่ EOD ได้ทำการเก็บกู้ให้ปลอดภัย ก่อนนำระเบิดของกลางดังกล่าวส่งให้พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อทำบันทึก และนำส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจพิสูจน์ยืนยันตามขั้นตอนต่อไป.-419-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...