โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หนุ่มไต้หวัน ขับเบนซ์ชน 6 คันรวด ตำรวจผงะ เจอชายซ้อนชาย คาเบาะ

Thaiger

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 17.55 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • Thaiger ข่าวไทย

หนุ่มไต้หวันวัย 20 ปี ขับรถเบนซ์ชนรถ 6 คันรวด กระโดดข้ามเบาะไปนั่งทับเพื่อนหนีตำรวจ โดยลืมเข้าเกียร์จอด ทำให้รถไหลชนต่อเนื่อง ตำรวจพบภาพ ชายซ้อนชาย คาเบาะ

เกิดเหตุการณ์สุดอลหม่าน และขบขันบนท้องถนนในเมืองไถจงไต้หวัน เมื่อชายหนุ่มวัย 20 ปี พยายามที่จะเลี่ยงการจับกุมของตำรวจด้วยการกระโดดจากเบาะคนขับไปนั่งทับเพื่อนที่เบาะข้าง ๆ แต่ด้วยความลนลานกลับลืมเข้าเกียร์จอด ทำให้รถเบนซ์สุดหรูของเขาไหลไปชนรถคันอื่นต่อเนื่องถึง 6 คัน และเมื่อตำรวจมาถึงก็ต้องพบกับภาพสุดพีกของ ชายซ้อนชาย ที่นั่งเกยกันอยู่ในรถ

ตำรวจเมืองไถจงเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายไช่ วัย 20 ปี ได้ขับรถยนต์เบนซ์สีเทามาตามถนนในเขตหนานถุน โดยมีเพื่อนชายนั่งมาด้วยที่เบาะข้างคนขับ แต่เมื่อเขาเห็นรถตำรวจสายตรวจขับตามมา ด้วยความกังวลว่าจะถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับ จึงตัดสินใจทำเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด

ภาพจาก: Yahoo奇摩新聞

นายไช่ ได้กระโดดจากฝั่งคนขับข้ามไปที่เบาะข้าง ๆ ในลักษณะนั่งทับหรือซ้อนอยู่บนตัวเพื่อน เพื่อสร้างสถานการณ์ว่าตนเองไม่ใช่คนขับ แต่ด้วยความตื่นตระหนก เขาได้ลืมเข้าเกียร์ P (เกียร์จอด) ทำให้รถเบนซ์ที่ยังติดเครื่องอยู่ค่อย ๆ ไหลไปข้างหน้าและพุ่งเข้าชนรถยนต์ที่จอดอยู่ริมทางเสียหายต่อเนื่องถึง 6 คัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุกล่าวว่า “มันน่าอายแล้วก็น่าทึ่งมาก” เขาเล่าว่าทันทีที่รถหยุดนิ่งได้เข้าแสดงตัวและสั่งให้คนในรถลงมา แต่เมื่อเปิดประตูรถก็ต้องผงะกับภาพชายสองคนนั่งซ้อนทับกันอยู่ ซึ่งทั้งคู่เมื่อเห็นว่าหนีไม่รอดจึงยอมลงจากรถแต่โดยดี

ภาพจาก: Yahoo奇摩新聞

นายไช่ให้การว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ดื่มค็อกเทลที่ไนต์คลับมาเพียงเล็กน้อย และกำลังจะขับรถไปจอดที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อรอใช้บริการคนขับรถแทน แต่พอเห็นตำรวจตามมาก็เกิดความกลัวจึงทำเรื่องดังกล่าวลงไป

ภาพจาก: Yahoo奇摩新聞

ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์พบว่า นายไช่มีปริมาณแอลกอฮอล์เพียง 0.09 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่จากพฤติกรรมการขับขี่ที่เป็นอันตรายและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เจ้าหน้าที่จึงได้ตั้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 185 ฐาน กีดขวางความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชน และนำตัวส่งอัยการเพื่อดำเนินคดีต่อไป ซึ่งเป็นข้อหาที่อาจมีโทษหนักกว่าการเมาแล้วขับเสียอีก

ที่มา: Yahoo奇摩新聞

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...