โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สภาฯ ถกร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช.วาระ 2-3

The Reporters

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 10.19 น.

สภาฯ ถกร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช.วาระ 2-3 ‘จาตุรนต์’ ขอบคุณทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ ด้าน ‘ปิยบุตร’ หวังเป็นอุทาหรณ์ รัฐประหารทำได้ชั่วครู่ แต่กว่าจะยกเลิกได้ ใช้เวลาเกือบ 10 ปี

วันนี้ (23 ก.ค. 68) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 5 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ. …. ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฯ รายงานผลการประชุมว่า ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ. 5 ฉบับ ได้ตั้งคณะกรรมมาธิการวิสามัญฯ ขึ้นเพื่อพิจารณาโดยกำหนดญัตติภายใน 15 วันโดยให้ถือเอาร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.ฉ เป็นหลัก ได้พิจารณาเสร็จแล้วและคณะกรรมการวิสามัญยกเลิกประกาศหัวหน้าคสช. และ คสช. รวมทั้งทั้งสิ้น 77 ฉบับ ได้ยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. รวม 55 ฉบับ ประกอบด้วยคำสั่งที่ไม่มีบทบัญญัติรองรับ 48 ฉบับ มีบทบัญญัติรองรับ 7 ฉบับ

สำหรับคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ยังคงมี 22 ฉบับ มีเหตุผลคือ 1.คำสั่งของหัวหน้าคสช. ที่ต้องแก้ไขกฎหมายก่อนยกเลิก หากยกเลิกจะผิดกฎหมาย 9 ฉบับ 2.คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่หน่วยงานร้องขอให้คงไว้ เพื่อแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน 3 ฉบับ 3.คำสั่ง คสช. เนื่องจากหน่วยงานหรือสมาชิก สส. อยู่ระหว่างการเสนอร่างกฎหมาย 3 ฉบับ 4.คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่หน่วยงานร้องขอให้คงไว้หากยกเลิกจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินการของหน่วยงานของภาครัฐ ภาคเอกชนชน ประชาชน และต่อการดำเนินคดีหรือต่อสู้คดีในชั้นศาลหรือคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ 7 ฉบับ

คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ดำเนินการร่างกฎหมาย ที่สภาฯ ได้ลงมติรับหลักการ 5 ฉบับ มาพิจารณาร่วมกัน และรับฟังความเห็นจาก สส. หน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อให้ร่างนี้ครอบคลุมข้อเท็จจริงและเหตุผล คณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2 และวาระที่ 3 มีความหมายต่อหลักการและระบอบประชาธิปไตย เป็นการตอกย้ำว่าอำนาจในการออกกฎหมายเพิ่งเป็นของประชาชน การออกประกาศคำสั่งสามารถทำได้โดยง่าย แต่ยกเลิกหรือแก้ไขยากลำบาก แต่การทำงานจนสำเร็จลุล่วงได้รับความร่วมมือจากคณะรัฐมนตรี และพรรคการเมืองต่าง ๆ ในการเสนอกฎหมาย ส่วนการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการ พรรคการเมืองทุกพรรค

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ในฐานะรองประธานกรรมาธิการฯ คนที่ 1 อภิปรายว่า การพิจารณาร่างกฎหมายนี้ เป็นเครื่องหมายหนึ่งของความร่วมมือร่วมใจกันของพรรคการเมืองทุกพรรค ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. วันที่ 22 พ.ค.57 เป็นวันที่คณะบุคคลที่เรียกว่า คสช. ได้ก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ล้มรัฐบาล และตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ขึ้น เรื่อยมาจนมิ.ย.62 เป็นเวลาเกือบ 5 ปี คสช. ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ในการออกบรรดาประกาศคำสั่งจำนวนมาก รวมแล้ว 565 ฉบับ ที่ละเมิดต่อหลักสิทธิเสรีภาพ เรียกนักการเมือง นักเคลื่อนไหว ไปรายงานตัว สมาชิกในสภาแห่งนี้ก็ตกเป็นผู้เดือดร้อนจากคำสั่งเหล่านี้เช่นเดียวกัน ตลอดจนคำสั่งห้ามชุมนุมที่เพื่อนสมาชิก และอีกหลายท่าน ถูกดำเนินคดีจากคำสั่งนี้

นอกจากจำนวนฉบับที่ครอบคลุมไปทุกเรื่องแล้ว เราจะเห็นได้ว่า ช่วงเวลาแห่งการรัฐประหารและใช้มาตรา 44 ไม่ได้กระทบเพียงเรื่องการเมืองแต่รวมไปถึงเรื่องเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมด้วย หลังการเลือกตั้งครั้งแรกภายในรัฐธรรมนูญปี 60 เมื่อปี 62 สภาฯ ชุดนั้นพยายามผลักดันร่างกฎหมายเพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ตนเองมีโอกาสเป็น สส. อยู่ก็ได้เสนอญัติติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบต่างๆ ของคำสั่งและประกาศ คสช. แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ผ่าน

แต่ยังมีร่างอีก 2 ฉบับเข้ามาในนามของพรรคอนาคตใหม่ และของประชาชนที่รวมรายชื่อเสนอเข้ามา แต่สภาฯ ชุดที่แล้วไม่ให้ผ่าน มาจนถึงสภาฯ ชุดนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดีเพราะร่าง พ.ร.บ. มีทั้งร่างของคณะรัฐมนตรี ของ สส. รัฐบาล และ สส. ฝ่ายค้าน ในชั้นการทำงานของกรรมาธิการก็ได้รับความร่วมมือร่วมใจอย่างดียิ่ง จากทุกฝ่าย ตลอดจนข้าราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังใช้เวลาการประชุมกรรมการชุดนี้เกือบ 1 ปี จึงได้รายงานฉบับนี้ออกมาในวาระที่ 2 และ 3

“ผมทราบดีว่า หากทุกท่านยึดหลักประชาธิปไตยและนิติธรรม เราก็คงเห็นว่า ประกาศและคำสั่ง คสช. ที่มาจากการยึดอำนาจตามมาตรา 44 ไม่ได้ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติที่ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตยและนิติธรรมแล้ว ก็สมควรที่จะถูกยกเลิกไปทั้งหมด” นายปิยบุตร กล่าว

เนื่องจากประกาศเหล่านี้ถูกก่อตั้งและบังคับใช้ขึ้นในระบบกฎหมาย และมีบุคคลผู้สุจริตจำนวนมากได้รับสิทธิประโยชน์ไปแล้ว ทำให้การยกเลิกของพวกเราหลายครั้งต้องมีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิประโยชน์ที่ผู้สุจริตได้รับไป แม้ว่าที่มาจะไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรมและกระบวนการประชาธิปไตย แต่เนื้อหาของมันก็มีประโยชน์ต่อส่วนรวม หลายเรื่องก็จำเป็นจะต้องรักษาไว้ เป็นที่มาว่าการพิจารณาของกรรมาธิการไม่สามารถยกเลิกได้หมด แต่จะมีบางอย่างต้องใช้ต่อ และบางอย่างยกเลิกไปแล้ว และมีการคุ้มครองผู้สุจริต

ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ใช้เวลาพิจารณาปีเศษ เมื่อหัวหน้าคณะรัฐประหารยึดอำนาจเขาใช้เวลาเพียงชั่วครู่ยาม เขาไม่ต้องผ่านกระบวนการถกเถียง อภิปราย ก็สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกประกาศคำสั่งได้อย่างรวดเร็ว แต่ถึงเวลาที่เราจะมายกเลิก เราต้องใช้สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งถึง 2 ชุด และใช้เวลาเกือบ 10 ปี กว่าการยกเลิกประกาศคำสั่งจะสำเร็จ

ในจุดนี้จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเป็นอุทาหรณ์ว่า สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จะร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ที่ไม่จำเป็น ล้าสมัย และร่วมกันปกป้องประชาธิปไตย ซึ่งเป็นฐานที่มาที่ทำให้ผู้แทนราษฎรทุกท่านได้มารวมตัวกันอยู่ในที่นี้ ไม่ให้มีรัฐประหารเกิดขึ้นอีก ไม่ให้มีการใช้อำนาจพิเศษแบบมาตรา 44 เกิดขึ้นอีก

จากนั้นที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง ก่อนจะเข้าสู่การลงมติเห็นชอบรายมาตราในวาระ 2 และลงมติทั้งฉบับในวาระ 3

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...