โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศึกษาพบวิถีชีวิตสุขภาพดี หนุน ‘คนลดน้ำหนักยาก’ ร่างกายแข็งแรง

Xinhua

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 15.18 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 08.18 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : นักกีฬาเข้าร่วมงานวิ่งมาราธอนลอนดอน ปี 2025 ในกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักร วันที่ 27 เม.ย. 2025)

เยรูซาเล็ม, 9 มิ.ย. (ซินหัว) — ผลการศึกษาระดับนานาชาติฉบับใหม่พบว่าผู้คนสามารถดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีขึ้นผ่านการปรับเปลี่ยนอาหารการกินและวิถีชีวิตแม้ไม่ได้ลดน้ำหนัก โดยการศึกษานี้มุ่งเน้นกลุ่มคนที่ “ดื้อการลดน้ำหนัก” อันหมายถึงคนที่ปรับพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสมแล้วแต่ยังลดน้ำหนักได้ยาก

การศึกษานี้ตั้งคำถามกับความเชื่อดั้งเดิมว่าน้ำหนักที่ลดลงคือสัญญาณเบื้องต้นของความสำเร็จในการควบคุมอาหาร โดยคณะนักวิจัยพบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ไม่ได้มีน้ำหนักตัวลดลงกลับแสดงพัฒนาการอันดีในตัวชี้วัดทางสุขภาพที่สำคัญหลายประการอย่างชัดเจน

คณะนักวิจัยได้ติดตามผู้ใหญ่ 761 คน เป็นเวลา 18-24 เดือน ซึ่งผู้เข้าร่วมทุกคนปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตโดยปราศจากการรับประทานอาหารเสริมหรือยา และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพตามกำหนด รวมถึงได้รับสิทธิใช้ยิมหรือฟิตเนสและคำแนะนำการออกกำลังกายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ผู้เข้าร่วมราวหนึ่งในสามไม่ได้มีน้ำหนักลดลงเมื่อสิ้นสุดระยะทดลอง แม้ปฏิบัติตัวตามแผนการทดลองอย่างเคร่งครัด ทว่าแสดงพัฒนาการอันดีในด้านระบบเผาผลาญ ทั้งมีไขมันดี (HDL) สูงขึ้น ฮอร์โมนเลปติน (leptin) ซึ่งผลิตจากเซลล์ไขมันลดลง และไขมันหน้าท้องลดลง ซึ่งยืนยันผ่านการสแกนด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอ (MRI)

คณะนักวิจัยได้ระบุตัวบ่งชี้ทางพันธุกรรม 12 ประการ ที่อาจมีอิทธิพลต่อการลดน้ำหนักผ่านการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งนี่อาจช่วยวางแผนอาหารการกินในอนาคตของแต่ละบุคคล โดยการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและการออกกำลังกายเป็นประโยชน์กับสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญแม้น้ำหนักไม่ลดลง โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคเบาหวาน

อนึ่ง การศึกษาฉบับนี้จัดทำโดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเบนกูเรียนของอิสราเอล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยไลพ์ซิก และเผยแพร่ผ่านวารสารยูโรเปียน เจอร์นัล ออฟ พรีเวนทีฟ คาร์ดิโอโลจี (European Journal of Preventive Cardiology)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...