โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“สว.” เรียกร้องเปิดประชุมวิสามัญรัฐสภา “อภิปรายปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา”

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 04.04 น.

“สว.” เรียกร้องเปิดประชุมวิสามัญรัฐสภา “อภิปรายปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา” ประธานวุฒิสภา เผย รัฐบาลต้องยืนหยัดปกป้องอธิปไตยไทย

วันที่ 9 มิ.ย. 2568 ที่ อาคารรัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วยคณะ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เรียกร้องให้รัฐบาลเสนอขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเปิดให้มีการ อภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 เพื่อให้ฝ่ายบริหารแถลงข้อเท็จจริงและรับฟังข้อเสนอจากสมาชิกรัฐสภาทั้งสองสภา กรณีปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวและมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

นายมงคล ระบุว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา มีรายงานว่า ทหารกัมพูชาได้เคลื่อนกำลังเข้ามาในเขตพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ลึกเข้ามาในแผ่นดินไทยราว 200 เมตร พร้อมทั้งตั้งแนวคูเลตในพื้นที่ที่ถือเป็นเขตอธิปไตยของไทย แม้ล่าสุดมีสัญญาณว่าฝ่ายกัมพูชาเริ่มถอนกำลัง แต่เป็นเพียงการคลี่คลายเฉพาะหน้า ยังไม่ใช่แนวทางยุติข้อพิพาทระยะยาว

“ข้อมูลจากฝ่ายบริหารยังไม่ชัดเจนว่า รัฐบาลมีแนวทางรับมืออย่างไรต่อสถานการณ์นี้ ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจ และวิตกต่อผลกระทบที่จะเกิดกับอธิปไตยของชาติ” นายมงคล กล่าว

นายมงคล เสนอว่า ทางออกที่เหมาะสมขณะนี้ คือการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเปิดให้มี เวทีอภิปรายร่วมกัน ของสมาชิกรัฐสภา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เสนอแนวทาง และให้รัฐบาลชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส ครอบคลุมทั้งในมิติเชิงนโยบาย การทูต ความมั่นคง และการดูแลประชาชนในพื้นที่

“แม้มาตรา 123 ของรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้สมาชิกยื่นเรื่องขอเปิดประชุมได้เอง แต่ถ้านายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเป็นฝ่ายเสนอ จะมีความเหมาะสม และแสดงภาวะผู้นำอย่างชัดเจน” นายมงคล ระบุ

นอกจากนี้ วุฒิสภายังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ที่กำหนดให้ทุกหน่วยงานของรัฐต้องจัดทำ “ข้อสงวน” ไม่ยอมรับเขตอำนาจของ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หากต้องทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศในอนาคต เพื่อไม่ให้กระทบต่ออำนาจอธิปไตยของไทย

นายมงคล ยังเปิดเผยว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สมาชิกวุฒิสภาจะทยอยลงพื้นที่ชายแดน พบประชาชน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่จริง รวมทั้งแสดงจุดยืนของวุฒิสภาในการหนุนเสริมกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ยืนหยัดปกป้องประเทศด้วยสันติวิธี

“สิ่งที่เราทำ ไม่ใช่การตั้งคำถามต่อความสามารถของฝ่ายบริหาร แต่เป็นการทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศ” นายมงคล กล่าว พร้อมระบุว่า การหารือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารควรเกิดขึ้นอย่างจริงจัง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและร่วมกันหาทางออกอย่างมีเอกภาพ

ในประเด็นข้อเสนอให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ประธานวุฒิสภา ให้ความเห็นว่า กรอบเวลาในการดำเนินการนั้นเป็นดุลยพินิจของรัฐบาล แต่ยิ่งดำเนินการเร็วเท่าไร ก็ยิ่งสะท้อนความพร้อมในการเปิดรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วน และเป็นพลังสำคัญที่จะแสดงให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลยืนหยัดปกป้องผลประโยชน์ของชาติด้วยความโปร่งใส

ส่วนการปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนดูมีความชัดเจนมากกว่าการสื่อสารในระดับนโยบายกลาง นายมงคล ระบุว่า ทุกฝ่ายต่างมีบทบาทของตนเอง และต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ พร้อมกล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องของใครทำได้ดีกว่าใคร แต่คือการปรึกษาหารือ และเติมเต็มกันและกัน”

ในกรณีที่รัฐบาลเปิดประชุมวิสามัญ นายมงคลเห็นว่า ควรนำทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติ อาทิ ข้อพิพาททางทะเล หรือพื้นที่ทับซ้อน มาอภิปรายในรัฐสภาด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้คือปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกัน และควรถูกพิจารณาอย่างรอบด้าน

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวที่อ้างว่า สมาชิกวุฒิสภาเรียกร้องให้เปิดประชุมวิสามัญเพราะไม่ไว้วางใจในการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับกัมพูชา โดยเฉพาะกรณีที่เชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวของบุคคลสำคัญ นายมงคล ยืนยันว่า “ วุฒิสภาไม่เคลื่อนไหวด้วยความหวาดระแวงหรือหวังผลทางการเมือง แต่ขับเคลื่อนด้วยความรักและห่วงใยในแผ่นดินนี้ ” พร้อมกล่าวว่า ทุกคนล้วนเป็นคนไทย และไม่มีใครต้องการเห็นผลประโยชน์ของชาติต้องเสียไป

ในกรณีที่รัฐบาลไม่ดำเนินการเปิดประชุมวิสามัญ นายมงคล ระบุว่า วุฒิสภาจะเคารพการตัดสินใจนั้น โดยจะประเมินสถานการณ์เป็นระยะตามความเหมาะสม และพร้อมสนับสนุนแนวทางอื่นที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับข้อเสนอที่ให้ตัดสัญญาณไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตบริเวณชายแดน ซึ่งบางฝ่ายมองว่าเป็นช่องทางส่งเสบียงหรือข้อมูลให้ฝั่งกัมพูชา นายมงคล ระบุว่า เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในเชิงยุทธศาสตร์ และการดำเนินการใด ๆ ต้องอยู่ภายใต้หลักเหตุผล ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้สึก

ท้ายที่สุด สมาชิกวุฒิสภา ขอส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมย้ำว่า วุฒิสภาจะยืนอยู่เคียงข้างประชาชน ด้วยความเชื่อมั่นในพลังของสันติวิธี และความรักในชาติของคนไทยทุกคน

“ความสงบและความมั่นคงของประเทศ ไม่ได้เกิดจากการใช้อำนาจ แต่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจ และยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินด้วยเหตุผลและความสามัคคี” ประธานวุฒิสภา กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...