โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ดัชนี PPI จีน” ร่วงหนัก 3.6% ต่ำสุดรอบ 2 ปี สะท้อนเศรษฐกิจติดหล่มเงินฝืด-สงครามราคา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 03.31 น.

"ดัชนี PPI จีน" ร่วง 3.6% ต่ำสุดรอบ 2 ปี สะท้อนเศรษฐกิจติดหล่มเงินฝืด-สงครามราคา นักเศรษฐศาสตร์เตือนหากไม่มีมาตรการกระตุ้นเชิงรุก อาจหลุดไม่พ้นภาวะถดถอยด้านราคาในระยะยาว

วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.41 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนในเดือนมิถุนายนลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี สะท้อนถึงผลกระทบจากสงครามราคาที่รุนแรงขึ้นซึ่งลุกลามไปทั่วเศรษฐกิจจีนที่ยังคงเผชิญกับอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ซบเซา

ในขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนมิถุนายน จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการฟื้นตัวหลังจากลดลงติดต่อกัน 4 เดือน ทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์ที่รอยเตอร์สำรวจคาดการณ์ว่า CPI จะทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน Core CPI ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.7% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 14 เดือน ตามข้อมูลของ NBS

อย่างไรก็ตามการลดลงของ PPI นั้นรุนแรงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยรอยเตอร์คาดว่าจะลดลง 3.2% และถือเป็นการลดลงรายปีที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 ตามข้อมูลของ LSEG ขณะที่ PPI ของจีนอยู่ในภาวะเงินฝืดต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2565

แลร์รี่ หู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนของ Macquarie กล่าวว่า “หากไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ก็ยากที่จีนจะหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดที่กำลังดำเนินอยู่ …การส่งออกของจีนที่ดีขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กลับทำให้รัฐบาลกลางลังเลที่จะกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม”

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้นำจีนได้ประชุมระดับสูงด้านนโยบายเศรษฐกิจ โดยมี ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้วิพากษ์วิจารณ์การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงเกินไปของบริษัทจีนในการจูงใจผู้บริโภค ขณะเดียวกันมาตรการภาษีของสหรัฐก็สร้างความเสี่ยงต่อความสามารถในการแข่งขันของจีนในตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดของโลก

โดยจีนให้คำมั่นว่าจะเข้มงวดในการควบคุมพฤติกรรมการลดราคาที่รุนแรงซึ่งไม่ได้ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค แต่กลับส่งผลเสียต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ

หนังสือพิมพ์ของรัฐจีนรายงานโดยอ้างอิงเนื้อหาจากการประชุมดังกล่าวว่า“ธุรกิจควรได้รับการชี้นำให้ปรับปรุงคุณภาพสินค้า และสนับสนุนการทยอยเลิกสายการผลิตที่ล้าสมัยอย่างมีระเบียบ”

ขณะที่ผลกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมในจีนลดลงถึง 9.1% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อน

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...