โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ราคาทองแดง” พุ่งแรง 17% ตลาดผันผวน หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้า 50%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.04 น.

"ราคาทองแดง" พุ่งแรงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 17% ตลาดผันผวน หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้า 50% ด้านผู้ส่งออกทองแดงรายใหญ่ที่สุด รอความชัดเจนท่ามกลางความกังวลจากผู้ผลิตทั่วโลก

วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.26 น.เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า สัญญาซื้อขายทองแดงล่วงหน้า (Copper Futures) ในนิวยอร์กพุ่งขึ้นหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศแผนเก็บภาษีนำเข้าทองแดงในอัตรา 50% ซึ่งเป็นมาตรการที่คาดว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วตลาดโลหะโลก

*สัญญาทองแดงในตลาด Comex พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 17% เมื่อวันอังคาร ซึ่งถือเป็นการพุ่งขึ้นในวันเดียวมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนจะปรับตัวลดลงกว่า 4% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันพุธ ขณะที่ราคาทองแดงในนิวยอร์กมีส่วนต่างสูงกว่าราคาฟิวเจอร์สในตลาดลอนดอนถึง 24% ซึ่งเป็นตลาดที่ใช้เป็นราคามาตรฐานโลก*

เมื่อเวลา 08.23 น. ตามเวลาที่เซี่ยงไฮ้วันพุธ ราคาทองแดงในนิวยอร์กอยู่ที่ 5.5085 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ส่วนทองแดงในตลาดโลหะลอนดอน (LME) ลดลง 1.7% อยู่ที่ 9,627 ดอลลาร์ต่อตัน

หากมาตรการภาษีมีผลบังคับจริง คาดว่าจะส่งผลให้ต้นทุนในหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากทองแดงเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ ก่อสร้างบ้าน และศูนย์ข้อมูล (Data Center)

ในระยะสั้น ตลาดอาจเกิดภาวะผิดปกติจากส่วนต่างราคาที่สูงมากในสหรัฐ โดยผู้ค้าเร่งขนส่งทองแดงเข้าสหรัฐในปริมาณสูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อเร่งนำเข้าก่อนที่ภาษีจะมีผล และราคาที่พุ่งสูงขึ้นในตลาด Comex จะยิ่งเพิ่มแรงจูงใจให้เร่งขนส่งล็อตสุดท้ายเข้าประเทศก่อนที่มาตรการจะเริ่มใช้

ฮวน คาร์ลอส กัวฮาร์โด ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา Plusmining กล่าวว่า “ในระยะสั้น ราคาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะตลาดคาดว่าอัตราภาษีจะต่ำกว่านี้ …จึงจะมีแรงซื้อเข้ามามากก่อนที่ภาษีจะมีผล”

ทั้งนี้คำสั่งภาษีของทรัมป์เกิดขึ้นท่ามกลางความคาดหวังทั่วโลกว่าความต้องการใช้ทองแดงจะพุ่งสูงในทศวรรษข้างหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มศูนย์ข้อมูล ผู้ผลิตรถยนต์ และผู้ผลิตไฟฟ้า ที่ต้องการใช้ทองแดงในปริมาณมากขึ้นสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและการขยายระบบโครงข่ายไฟฟ้าใหม่ ซึ่งความต้องการทองแดงสำหรับพลังงานหมุนเวียนจะสูงกว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างมาก

อุตสาหกรรมทองแดงทั่วโลกจับตานโยบายนี้มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เมื่อทรัมป์สั่งให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐพิจารณาข้อเสนอเก็บภาษีนำเข้าทองแดง โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติภายใต้กฎหมาย Trade Expansion Act มาตรา 232 ซึ่งผู้ผลิตในสหรัฐจำนวนมากแสดงความไม่เห็นด้วย เพราะพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารว่า“ผมคิดว่าภาษีนำเข้าทองแดงจะอยู่ที่ 50%”

ด้านรัฐมนตรีพาณิชย์ โฮเวิร์ด ลัทนิค ให้สัมภาษณ์กับ CNBC หลังการประชุมว่า การศึกษาของกระทรวงฯ เสร็จสิ้นแล้ว และคาดว่าภาษีจะมีผลช่วงปลายเดือนกรกฎาคม หรือ 1 สิงหาคม

“เราเสร็จสิ้นการศึกษาตลาดทองแดงแล้ว และได้ส่งมอบรายงานให้ประธานาธิบดี ซึ่งตอนนี้มีอำนาจในการกำหนดอัตราภาษี”ลัทนิคกล่าว

นักวิเคราะห์จากมอร์แกน สแตนลีย์ ระบุว่ามาตรการภาษีจะช่วยดันราคาทองแดงในตลาด Comex ให้สูงขึ้น สะท้อนต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าการสะสมสต็อกในประเทศจะช่วยลดแรงกดดันในระยะสั้น

ทั้งนี้ตลาดยังคงมีคำถามหลายประเด็น เช่น กำหนดเวลาที่แน่ชัดของภาษี รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของทองแดงที่จะถูกเก็บภาษี และความเป็นไปได้ในการยกเว้นบางกรณี

เจ้าหน้าที่ด้านเหมืองแร่ของชิลี ซึ่งเป็นผู้ส่งออกทองแดงรายใหญ่ที่สุดไปยังสหรัฐยังคงรอข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะบริษัทเหมืองของรัฐอย่าง Codelco ซึ่งจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ชิลีส่งออกทองแดงไปยังสหรัฐประมาณ 500,000 ตันต่อปี โดยในจำนวนนี้ Codelco ส่งออกประมาณ 350,000 ตัน

เมื่อถูกถามถึงแผนเก็บภาษี 50% กระทรวงการต่างประเทศของชิลีระบุว่ายังไม่มีคำสั่งบริหารอย่างเป็นทางการ และยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐ ขณะที่ประธานบริษัท Codelco นายแม็กซิโม พาเชโก กล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปใด ๆ

อย่างไรก็ตามราคาทองแดงในตลาด Comex มีแนวโน้มจะเย็นลงหลังจากมาตรการภาษีมีผล และความตื่นตระหนกในการเร่งขนส่งทองแดงเข้าสหรัฐเริ่มคลี่คลาย

จากข้อมูลของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) พบว่า ในปี 2567 สหรัฐใช้ทองแดงบริสุทธิ์ราว 1.6 ล้านตัน โดยผลิตได้เองประมาณ 850,000 ตัน ที่เหลือต้องพึ่งพาการนำเข้า โดยชิลีเป็นแหล่งนำเข้ารายใหญ่ที่สุด 38% รองลงมาคือแคนาดา 28% และเม็กซิโก 8% โดยการนำเข้าทองแดงสุทธิคิดเป็น 36% ของความต้องการทั้งหมดในประเทศ ตามการวิจัยของมอร์แกน สแตนลีย์

อ้างอิง : finance.yahoo.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...