โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปดราม่า CapCut ใช้ตัดต่อ วิดีโอ-ภาพ สิทธิ์ในคลิปเป็นของใคร ปลอดภัยมั้ย

Khaosod

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 10.58 น.

สรุปดราม่า CapCut ใช้ตัดต่อ วิดีโอ-ภาพ สิทธิ์ในคลิปเป็นของใคร ปลอดภัยมั้ย มีข้อกำหนดการใหม่อะไรบ้าง

แอปพลิเคชันตัดต่อวิดีโอยอดนิยมที่เป็นของ ByteDance บริษัทเจ้าของ TikTok ได้อัปเดตข้อกำหนดและเงื่อนไขเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2025 แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้ส่วนใหญ่ แต่ครั้งนี้ประเด็นสำคัญบางจุดได้ก่อให้เกิดความกังวล โดยเฉพาะในหมู่ผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นประจำในการสร้างคอนเทนต์แชร์บนโซเชียลมีเดีย

ความกังวลหลักเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดที่ อนุญาตให้ CapCut ใช้วิดีโอที่ผู้ใช้อัปโหลดได้อย่างเสรี แม้แต่เพื่อจุดประสงค์เชิงพาณิชย์ ซึ่งข้อกำหนดใหม่ของ CapCut ใช้ทั่วโลก ทำให้ผู้ใช้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าการตัดต่อด้วย CapCut ต่อไปยังปลอดภัยหรือไม่ ในขณะที่คนอื่น ๆ เลือกที่จะลบบัญชีทั้งหมด

สิทธิ์ในคลิปเป็นของใครกันแน่? แน่นอน Terms of Service ของ CapCut ระบุชัดเจนว่า ผู้สร้างหรือคนทำคอนเทนต์ดังกล่าวก็ยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ พร้อมระบุว่า นี่ไม่ใช่ไม่ใช่การขโมยเนื้อหา แต่ CapCut ขอสิทธิ์อะไรไปบ้าง?

แม้ผู้ใช้จะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ใน Terms of Service กล่าวว่า เนื้อหาใด ๆ ที่สร้างขึ้นหรืออัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์ CapCut จะถูกพิจารณาว่าไม่ใช่ข้อมูลลับCapCut และพาร์ตเนอร์สามารถนำคลิปไปแก้ไข, ดัดแปลง, ทำซ้ำ, สร้างผลงานต่อยอด, หรือแสดงผลในรูปแบบต่างๆ ได้ในเชิงพาณิชย์ (รวมถึงการโปรโมท)

ใบอนุญาตนี้ยังรวมถึงการอนุญาตให้ใช้ชื่อผู้ใช้ ภาพ และเสียงของผู้สร้างเพื่อวัตถุประสงค์ในการระบุตัวตนแหล่งที่มาของ User Content รวมถึงการใช้ในเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน (sponsored content) เช่น โฆษณา โดยไม่จำกัดเงื่อนไข ไม่ผูกขาด ไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ สามารถโอนถ่ายได้ทั้งหมด และไม่สามารถเพิกถอนได้ทั่วโลก

นอกจากนี้CapCut ยังได้รับอนุญาตให้ลบคอนเทนต์ของคุณได้ตลอดเวลาที่ต้องการ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ และแน่นอนว่า ไม่ต้องขออนุญาต

แต่หากวิดีโอที่อัปโหลดมีเนื้อหาที่ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์หรือเจ้าของวิดีโอทำผิดลิขสิทธิ์ทำอย่างไร เช่น ส่วนของเพลงเชิงพาณิชย์ ภาพของบุคคลที่สาม หรือแม้แต่เทมเพลตที่ดาวน์โหลดมาโดยไม่มีใบอนุญาต CapCut จะไม่รับผิดชอบทางกฎหมายอย่างสิ้นเชิง

โดยโยนความเสี่ยงทางกฎหมายและการคุ้มครองลิขสิทธิ์ทั้งหมดให้กับผู้สร้างเนื้อหา เอกสารระบุอย่างชัดเจนว่า "ผู้ใช้ประกาศความเป็นเจ้าของสิทธิ์ทั้งหมดต่อเนื้อหาที่พวกเขาเผยแพร่ และในกรณีที่มีการเรียกร้อง พวกเขาต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับบริษัท"

ยกตัวอย่าง เช่น CapCut ใช้วิดีโอในแคมเปญส่งเสริมการขาย และวิดีโอดังกล่าวมีเพลงที่ไม่ได้รับอนุญาต คดีความจะไม่มุ่งเป้าไปที่แพลตฟอร์ม CapCut แต่จะมุ่งไปที่ผู้สร้างคอนเทนต์ต้นฉบับโดยตรง และมีสิทธิ์เปิดเผยตัวตนของเราให้กับเจ้าของสิทธิ์ได้

อย่างไรก็ตาม การอนุญาตสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาประเภทนี้ไม่ได้มีลักษณะเฉพาะของ CapCut เท่านั้น แต่ยังพบในการให้บริการของติ๊กต็อกและอินสตาแกรมด้วย เช่น

ติ๊กต็อก: คุณหรือเจ้าของเนื้อหายังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในคอนเทนต์ที่ลงติ๊กต็อก แต่ด้วยการส่งเนื้อหาผู้ใช้ผ่านทางบริการ คุณจะให้สิทธิ์แก่เราโดยไม่มีเงื่อนไข เพิกถอนไม่ได้ ไม่ผูกขาด ปลอดค่าลิขสิทธิ์ ถ่ายโอนได้อย่างเต็มที่ ถาวรทั่วโลกในการใช้ แก้ไข ดัดแปลง สร้างซ้ำ สร้างงานดัดแปลง เผยแพร่ และ/หรือส่งต่อ และ/หรือแจกจ่าย

และอนุญาตให้ผู้ใช้บริการรายอื่นและบุคคลที่สามอื่น ๆ ดู เข้าถึง ใช้ ดาวน์โหลด แก้ไข ดัดแปลง สร้างซ้ำ สร้างงานดัดแปลง เผยแพร่ และ/หรือส่งต่อเนื้อหาผู้ใช้ของคุณในรูปแบบใดๆ และบนแพลตฟอร์มใด ๆ ไม่ว่าจะรู้จักในปัจจุบันหรือคิดค้นขึ้นในภายหลัง"

อินสตาแกรม: ทางอินสตาแกรมไม่ได้อ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเนื้อหาของคุณที่คุณโพสต์ และคุณมีอิสระที่จะแบ่งปันเนื้อหาของคุณกับบุคคลอื่นทุกที่ที่คุณต้องการ อย่างไรก็ตาม เราต้องการการอนุญาตทางกฎหมายบางประการจากคุณ (เรียกว่า "ใบอนุญาต") เพื่อให้บริการได้ เมื่อคุณแบ่งปัน โพสต์

หรืออัปโหลดเนื้อหาที่ได้รับการคุ้มครองโดยสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา (เช่น ภาพถ่ายหรือวิดีโอ) บนหรือที่เกี่ยวข้องกับบริการของเรา คุณจะให้สิทธิ์แก่เราโดยไม่ผูกขาด ปลอดค่าลิขสิทธิ์ ถ่ายโอนได้ อนุญาตให้ใช้สิทธิ์ต่อได้ ทั่วโลกในการโฮสต์ ใช้ แจกจ่าย แก้ไข เรียกใช้ คัดลอก แสดงหรือแสดงต่อสาธารณะ แปล และสร้างผลงานดัดแปลงจากเนื้อหาของคุณ

รวมไปถึงเฟซบุ๊กก็มีข้อกำหนดที่คล้ายคลึงกัน สรุป ไม่ใช่แค่ CapCut ไม่ได้น่ากลัวหรือต้องรีบหาแอปฯใหม่ที่อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด แต่เป็นเรื่อง “มาตรฐาน” ที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ใช้กันอยู่แล้วทั้งติ๊กต็อก เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม

หากผู้ใดไม่สบายใจในการตัดต่อคลิปส่วนตัวหรือคลิปที่มีความลับทางธุรกิจสามารถเลือกใช้แอปฯ อื่นที่ไม่ได้มีข้อกำหนดเช่นนี้ได้

ขอบคุณที่มาจาก marketing4ecommerce / Terms of ServiceCapCut / Mashable SE Asia

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรุปดราม่า CapCut ใช้ตัดต่อ วิดีโอ-ภาพ สิทธิ์ในคลิปเป็นของใคร ปลอดภัยมั้ย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...