โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BTS เผยปี 67/68 พลิกกำไร 2,117 ลบ.หลังรวบ RABBIT-ROCTEC ตั้งเป้าปีนี้รายได้ดำเนินงานโตแตะ 2.85 หมื่นลบ.

efinanceThai

เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 01.58 น.

BTS เผยปี 67/68 พลิกกำไร 2,117 ลบ.หลังรวบ RABBIT-ROCTEC ตั้งเป้าปีนี้รายได้ดำเนินงานโตแตะ 2.85 หมื่นลบ.

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มิ.ย. 68 8:58: น.

BTS เผยงบปี 67/68 พลิกกำไร 2,117 ลบ. โต 140% หลังEBITDA ธุรกิจ MIX ดีขึ้น MATCH เติบโต บวกกำไรพิเศษจากการเปลี่ยนสถานะของ RABBIT - ROCTEC ส่วนธุรกิจ MOVE รายได้สะดุด หลังรถไฟฟ้าสายสีชมพู - เหลือง ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย พร้อมตั้งเป้างวดปี 68/68 รายได้จากการดำเนินงานโตจาก 1.9 หมื่นล้านเป็น 2.85 หมื่นลบ.

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลประกอบการงวดปี 67/68 (สิ้นสุด มี.ค.68 ) มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 2,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140% เทียบกับช่วงเดียวกันในงวดปี 66/67 ที่ขาดทุน 5,241 ล้านบาท

โดยสาเหตุที่กำไรเพิ่มขึ้น หลักมาจากการเพิ่มขึ้นของ Recurring EBITDA และการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการเปลี่ยนสถานะของ บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT และบริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) และ ROCTEC ส่งผลให้บริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิ 7.3%เงินสดสุทธิจากกิจกรรมการดำเนินงาน จำนวน 40.2 พันล้านบาท แข็งแกร่งขึ้นจากการรับชำระหนี้ E&M และ หนี้ O&M (ฟ้องครั้งที่1) จากกรุงเทพมหานคร(กทม.) เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันที่ 31 มี.ค.68 จำนวน 33.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นะ 436.7% หรือ 27.2 พันล้านบาทจากวันที่ 31 มี.ค.67

ไตรมาสนี้บริษัทฯ มีรายได้รวม จำนวน 28,998 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.9% หรือ4,615 ล้านบาทจากปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก การรวมรายได้ของบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT และบริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) (ROCTEC) จำนวนรวม 3,423ล้านบาท ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2567 หลังจากการเข้าซื้อหลักทรัพย์โดยสมัครใจ (Voluntary Tender Offer: VTO)

การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น ส่วนใหญ่มาจากการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว จำนวน 3,368 ล้านบาท จากการเปลี่ยนสถานะของ RABBITและ ROCTEC จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยของบีทีเอส กรุ๊ป รวมถึงกำไรจากการขายเงินลงทุน จำนวน 252 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกหักกลบบางส่วนด้วย

การลดลงของรายได้จากการให้บริการรับเหมา จำนวน 2,753 ล้านบาทหลังจากการเสร็จสิ้นงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูสายหลักค่าใช้จ่ายรวม จำนวน 19,106 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 12.5 เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากไม่มีการบันทึกผลขาดทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการด้อยค่าเงินลงทุนของบริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) หรือ KEX (ซึ่งบันทึกในงบการเงินภายใต้รายการขาดทุนจากการขายเงินลงทุน) รวมถึงต้นทุนการให้บริการรับเหมาที่ลดลง จำนวน 2,811 ล้านบาทหลังจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูสายหลักแล้วเสร็จ ทำให้รายได้กลุ่มธุรกิจ MOVE ลดลง 19.1% หรือ 2,295 ล้านบาทจากปีก่อน

กำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) จำนวน 9,185 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 12.2% หรือ 999 ล้านบาทจากปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของ Recurring EBITDA ของธุรกิจ MIX และ MATCH รวมถึงการกลับมารับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า จำนวน454 ล้านบาท (เมื่อเทียบกับส่วนแบ่งขาดทุน จำนวน 206 ล้านบาทจากปีก่อนหน้า)

การเพิ่มขึ้นของ Recurring EBITDA ในธุรกิจ MIX สาเหตุหลักมาจากการกลับมารับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน หลังจากการจำหน่ายเงินลงทุนในKEX ในเดือนมีนาคม 2567 รวมถึงการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานของบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (JMART) และผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของ VGI และการเพิ่มขึ้นของ Recurring EBITDA ในธุรกิจ MATCH สาเหตุหลักมาจากการรวมงบการเงินของบริษัทดังกล่าวข้างต้น

*** ตั้งเป้างวดปี 68/69 รายได้จากการดำเนินงานโตแตะ 2.85 หมื่นลบ.

สำหรับแนวโน้มในปี 68/69 กลุ่มบริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น เป็น 2.85 หมื่นล้านบาท (จาก 19,101 ลบ.ในงวดปี 67/68) สาเหตุหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากทุกกลุ่มธุรกิจ รวมถึง Recurring EBITDA ที่คาดว่าจะเติบโตจาก 9.2 พันล้านบาท เป็น 1.2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ หากบริษัทฯ ได้รับชำระหนี้ O&M ส่วนที่เหลือภายในวันที่ 31 มี.ค.69 จะส่งผลให้เงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน (CFO) เพิ่มขึ้นเป็น 3.9 หมื่นล้านบาท และอัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน (Leverage Ratio) จะลดลงเป็นประมาณ 1.0 เท่า

รายได้ในกลุ่มธุรกิจ MOVE ในปี 2568/69 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.9 พันล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้O&M ที่คาดว่าจะเติบโตเป็น 7.6 พันล้านบาทและดอกเบี้ยรับเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าจำนวน 4.5 พันล้านบาท นอกจากนี้บริษัทฯ คาดว่าจำนวนเที่ยวเดินทางของรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลักจะอยู่ที่ 215 -220 ล้านเที่ยวคน ในปี 68/69 และเติบโตเป็นประมาณ 240 ล้านเที่ยวคนในอีก 3 ปีข้างหน้า

ในส่วนของธุรกิจ MIX ถึงแม้ว่าการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโฆษณาโดยรวม แต่ธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านยังคงเติบโตตามการขยายตัวของเมือง โดยงบประมาณในการโฆษณาส่วนมากนั้นกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานคร และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง หากมีการเริ่มใช้นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของสื่อโฆษณาบนระบบขนส่ง (Transit Media) จากที่ได้กล่าวมา VGI คาดว่าจะรับรู้รายได้จำนวน 6 6.5 พันล้านบาทในปี 2568/69 โดยคาดการณ์เงินลงทุนไม่เกิน 1.0 พันล้านบาท (Capex)

สุดท้าย ในกลุ่มธุรกิจ MATCH คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 68/69 จากการรวมรายได้ของRABBIT และ ROCTEC ในงบการเงินรวมของบีทีเอส กรุ๊ป เต็มปีโดยคาดว่าจะมีรายได้จาก RABBIT จำนวน 7.0 พันล้านบาทและจาก ROCTEC จำนวน 3.4 พันล้านบาท ขณะที่เงินลงทุน (Capex) ในช่วงปีเดียวกันนี้คาดว่าจะลดลงเหลือประมาณ 2 พันล้านบาท

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...