โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ดร.อนันต์ โพสต์ 'จุลินทรัย์ในลำไส้'กุญแจดอกใหม่ รักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

JS100

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 04.28 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 04.11 น. • JS100:จส.100
ดร.อนันต์ โพสต์ 'จุลินทรัย์ในลำไส้'กุญแจดอกใหม่ รักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

การรักษามะเร็ง ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana ระบุว่า จุลินทรีย์ในลำไส้: กุญแจดอกใหม่ไขความสำเร็จในการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธี"ภูมิคุ้มกันบำบัด" (Immunotherapy) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ยาในกลุ่มที่เรียกว่า "สารยับยั้งจุดตรวจภูมิคุ้มกัน" (Immune Checkpoint Inhibitors) เช่น ยาที่ออกฤทธิ์ต่อต้านโปรตีน PD-1 ซึ่งทำหน้าที่ปลดปล่อยให้เซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายเราสามารถกลับมามองเห็นและเข้าทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง มีความท้าทายที่สำคัญคือ ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกรายจะตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามค้นหาปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและความล้มเหลวนี้ และหนึ่งในคำตอบที่น่าทึ่งที่สุดอาจซ่อนอยู่ในร่างกายของเราเอง นั่นคือ "จุลินทรีย์ในลำไส้"

งานวิจัยชิ้นล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน Nature (หลังจากใช้เวลาพิจารณากับวารสารนานกว่า 2 ปี!) ได้เพิ่มความหวังครั้งใหม่ โดยทีมวิจัยได้ตั้งคำถามสำคัญว่า จุลินทรีย์ในลำไส้ส่งผลต่อการตอบสนองต่อยาภูมิคุ้มกันบำบัดได้อย่างไร? พวกเขาตั้งสมมติฐานว่าน่าจะมีแบคทีเรียบางชนิดในลำไส้ที่สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ต่อสู้กับมะเร็งได้ดีเป็นพิเศษ และหากสามารถค้นพบแบคทีเรียชนิดนั้นและเข้าใจกลไกการทำงานของมันได้ ก็อาจนำไปสู่การพัฒนาวิธีการรักษาแบบใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันบำบัดได้

ทีมวิจัยได้ออกแบบการทดลองโดยเริ่มจากการเก็บตัวอย่างอุจจาระจากผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้าน PD-1 แล้วแบ่งผู้ป่วยออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่ตอบสนองต่อการรักษา (Responders) และกลุ่มที่ไม่ตอบสนอง (Non-responders) จากนั้นนำตัวอย่างไปวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของชนิดและปริมาณของจุลินทรีย์ในลำไส้ของทั้งสองกลุ่ม นอกจากนี้ พวกเขายังทำการทดลองในหนูทดลองที่ปราศจากเชื้อโรค โดยปลูกถ่ายอุจจาระจากผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มเข้าไปในลำไส้ของหนู แล้วติดตามผลการเติบโตของเซลล์มะเร็งควบคู่ไปกับการให้ยาภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อยืนยันว่าจุลินทรีย์ในลำไส้มีผลต่อการรักษาจริง

ทีมวิจัยพบว่าผู้ป่วยกลุ่มที่ตอบสนองต่อการรักษามีความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้สูงกว่า และที่สำคัญคือมีปริมาณแบคทีเรียในวงศ์ Ruminococcaceae มากกว่ากลุ่มที่ไม่ตอบสนองอย่างมีนัยสำคัญ จากการค้นพบนี้ นักวิจัยได้พยายามแยกเชื้อแบคทีเรียจากวงศ์ดังกล่าว และประสบความสำเร็จในการค้นพบแบคทีเรียสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน โดยตั้งชื่อว่า "YB328" ซึ่งพบในปริมาณที่สูงในกลุ่มผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อการรักษา เมื่อนำแบคทีเรีย YB328 ไปทดลองในหนู ผลลัพธ์ยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก หนูที่ได้รับแบคทีเรีย YB328 ร่วมกับการรักษาด้วยยาต้าน PD-1 สามารถยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกได้ดีกว่าหนูกลุ่มอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด คำถามต่อไปคือ YB328 ทำสิ่งนี้ได้อย่างไร? งานวิจัยได้เจาะลึกลงไปในระดับเซลล์และพบกลไกที่น่าสนใจว่า YB328 สามารถกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดพิเศษที่เรียกว่า Dendritic Cells หรือ DCs ซึ่งอาศัยอยู่ในลำไส้ให้ทำงานได้ดีขึ้น DC ที่ถูกกระตุ้นนี้จะเดินทางจากลำไส้ไปยังต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้กับก้อนมะเร็งและภายในก้อนมะเร็งเอง เมื่อไปถึงที่หมาย มันจะทำหน้าที่เสมือน "ครูฝึก" ให้กับเซลล์ภูมิคุ้มกันนักฆ่าอย่าง T cells ทำให้เซลล์มีความสามารถในการจดจำและเข้าโจมตีเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำและหลากหลายเป้าหมายมากขึ้น กลไกนี้ช่วยเพิ่มพลังให้กับยาภูมิคุ้มกันบำบัดให้ทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ

การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญมากๆ ไม่เพียงแต่จะช่วยอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างจุลินทรีย์ในลำไส้กับการรักษามะเร็งได้อย่างละเอียดและเป็นรูปธรรม แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่มิติใหม่ของการรักษา ในอนาคตเราอาจสามารถพัฒนาแบคทีเรีย YB328 ให้กลายเป็น "โปรไบโอติก" หรือ "ยาที่มีชีวิต" เพื่อให้กับผู้ป่วยมะเร็งควบคู่ไปกับการทำภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อเพิ่มโอกาสในการตอบสนองต่อการรักษาให้สูงขึ้น งานวิจัยนี้เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในร่างกายของเรานั้นมีบทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เราเคยคาดคิด และอาจเป็นพันธมิตรที่ทรงพลังที่สุดในการต่อสู้กับโรคร้ายอย่างมะเร็งในอนาคต

CR:Fb Anan Jongkaewwattana

#มะเร็งลำไส้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...