โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือน 4 อาหารสีขาวคนไทยกินเป็นประจำ อันตรายกว่าที่คิด

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 21.03 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 04.00 น.

กูรูญี่ปุ่นเตือน 4 อาหารสีขาว อันตรายทำลายหลอดเลือด “เร็วกว่ามันหมู”

ศาสตราจารย์วาตานาเบะ ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหัวใจชื่อดังจากญี่ปุ่น ออกมาเตือนภัยเรื่องสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดที่อาจถูกทำลายจาก “วัตถุดิบสีขาว” 4 ชนิด ที่คนไทยกินเป็นประจำ ซึ่งอันตรายและส่งผลเสียต่อหลอดเลือดยิ่งกว่าไขมันสัตว์ โดยเฉพาะมันหมูที่หลายคนมักกังวล

โดย 4 อาหารสีขาวที่ศ.วาตานาเบะเตือนให้ระวัง ได้แก่

เตือน 4 อาหารสีขาวคนไทยกินเป็นประจำ อันตรายกว่าที่คิด

1.น้ำตาลทรายขาว – เป็นภัยเงียบที่แฝงตัวอยู่ในของหวาน เครื่องดื่ม ซอสปรุงรส และอาหารแปรรูปทั่วไป น้ำตาลขาวส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงและแกว่งตัวเร็ว สร้างอนุมูลอิสระทำลายผนังหลอดเลือดโดยตรง และเร่งสะสมไขมันในช่องท้อง องค์การอนามัยโลกแนะนำไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกินวันละ 50 กรัม

เตือน 4 อาหารสีขาวคนไทยกินเป็นประจำ อันตรายกว่าที่คิด

2.แป้งขัดสี – แม้ไม่ใช่ไขมันแต่แป้งขัดขาว เช่น แป้งสาลีในขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งเร็ว ก่อให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินและไขมันในเลือดผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดแข็งตัว

เตือน 4 อาหารสีขาวคนไทยกินเป็นประจำ อันตรายกว่าที่คิด

3.เกลือ – สารที่กระตุ้นความดันโลหิตสูง เมื่อความดันสูงติดต่อกันนานๆ หลอดเลือดจะเสื่อมและแข็งตัว อาจเกิดภาวะโป่งพองหรือหลอดเลือดแตกได้ง่าย อาหารทั่วไปอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีโซเดียมสูงเทียบเท่ากับปริมาณที่ WHO แนะนำให้รับได้ต่อวัน ดังนั้นควรลดการใช้เกลือ น้ำปลา หรือซอสปรุงรส หันมาใช้สมุนไพรหรือน้ำส้มสายชูแทน

เตือน 4 อาหารสีขาวคนไทยกินเป็นประจำ อันตรายกว่าที่คิด

4.ผงโปรตีน – แม้เป็นตัวช่วยสำหรับคนออกกำลังกาย แต่ถ้าบริโภคมากเกินไปโดยไม่ควบคุม อาจทำให้ไตทำงานหนัก ไตเสื่อม และเพิ่มภาระให้หัวใจ ศ.วาตานาเบะแนะนำให้เน้นโปรตีนจากธรรมชาติ เช่น ปลา ไข่ และเนื้อไม่ติดมันแทน

ศาสตราจารย์วาตานาเบะเน้นย้ำว่า การควบคุมพฤติกรรมการกิน โดยลดน้ำตาลและเกลือ เลือกแป้งไม่ขัดสี และโปรตีนจากธรรมชาติ จะช่วยปกป้องหลอดเลือดและหัวใจได้อย่างยั่งยืน ดีกว่าการรักษาหลังเกิดโรค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...