โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Stablecoin ครองระบบจ่ายเงินอินเทอร์เน็ต! แซง Visa–Mastercard ในปริมาณธุรกรรม Onchain

ทันหุ้น

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 03.51 น.

Stablecoin ครองระบบจ่ายเงินอินเทอร์เน็ต! แซง Visa–Mastercard ในปริมาณธุรกรรม Onchain

Stablecoinกำลังกลายเป็นหัวใจของระบบการจ่ายเงินบนอินเทอร์เน็ต โดยมีการใช้งานจริงบนบล็อกเชน (on-chain) มากกว่าบัตรเครดิตชื่อดังอย่าง Visa และ Mastercard แล้วในแง่ของปริมาณธุรกรรม ตามข้อมูลจาก Noam Hurwitz หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมของบริษัท Alchemy

Hurwitz ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph ว่า Stablecoin มีการใช้งาน “เติบโตแบบระเบิด” พร้อมเสริมว่า “มันกำลังกลายเป็นระบบการชำระเงินพื้นฐาน (default settlement layer) สำหรับโลกออนไลน์”

บริษัทระดับโลกอย่าง PayPal และ Stripe ได้เริ่มบูรณาการ Stablecoin เข้ากับระบบจ่ายเงินของตัวเองแล้ว เพื่อให้ธุรกรรมเร็วขึ้น และต้นทุนต่ำลง

“แค่ในแง่ on-chain volume ตอนนี้ก็แซง Visa และ Mastercard ไปแล้ว 7%” Hurwitz กล่าว

Alchemy ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนสำหรับระบบ Stablecoin ชั้นนำ กำลังเป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยเป็นผู้ให้บริการระบบหลังบ้านให้กับกระเป๋าเงิน Robinhood และยังเชื่อมระบบกับ Visa, Stripe, Circle และ PayPal ด้วย

Stablecoin คือ “เงินยุคใหม่” ที่โอนข้ามโลก ถูก ปลอดภัย และกำลังโตไม่หยุด

Hurwitz อธิบายว่า Stablecoin ทำให้เงินกลายเป็นสินทรัพย์ที่โอนได้เร็ว ปลอดภัย ราคาถูก และไร้พรมแดน ส่งผลให้มีการใช้งานหลากหลาย ตั้งแต่

  • การชำระเงินระหว่างประเทศ (Cross-border payments)
  • ตลาดทำนายผลอย่าง Polymarket
  • การเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่

ยกตัวอย่างเช่น Tether ทำกำไรถึง $13,000 ล้านในปีที่ผ่านมา ขณะถือครองหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ราว $113,000 ล้าน

“เงินในรูปแบบโทเคน (Tokenized money) คือรากฐานของระบบการเงินที่ถูกโทเคนไนซ์” Hurwitz กล่าว

ปัญหาคือ… โครงสร้างบล็อกเชนยังกระจัดกระจาย และผู้ให้บริการยังต้องพิสูจน์ตัวเอง

แม้ Stablecoin จะเติบโตเร็ว แต่ Hurwitz ยอมรับว่ายังมีอุปสรรคทางเทคนิค โดยเฉพาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการระบบที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้

“คำถามคือ สตาร์ทอัพขนาดเล็กจะรองรับการให้บริการระดับองค์กรได้จริงไหม? และจะสร้าง-ขยายระบบได้เร็วพอไหม?”

Hurwitz ยกตัวอย่าง Kinexys ซึ่งเป็นโครงการ Stablecoin แบบฝากเงินโดย JP Morgan ว่าเป็น “ก้าวสำคัญ” ที่จะเปิดให้ลูกค้าองค์กร

  • โอนเงินแบบ 24/7
  • เข้าถึงสภาพคล่องแทบเรียลไทม์
  • และอาจได้รับดอกเบี้ยบนบล็อกเชนด้วย

กฎหมาย Stablecoin เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ส่งเสริมการเติบโตระยะยาว

Hurwitz ยังกล่าวถึงการผ่านร่างกฎหมาย GENIUS Act ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกฎหมายควบคุม Stablecoin ฉบับแรกที่ครอบคลุมระดับประเทศ โดยเชื่อว่า

  • จะช่วยให้ตลาดมีความชัดเจนมากขึ้น
  • เปิดทางให้ผู้เล่นรายใหญ่ในระบบการเงินเข้ามาร่วมพัฒนา
  • และกระตุ้นนวัตกรรมในวงการ Stablecoin อย่างต่อเนื่อง

อนาคต Stablecoin: สร้างบล็อกเชนเอง เชื่อมข้ามเครือข่ายแบบไร้รอยต่อ

Hurwitz คาดว่าในอนาคต บริการการเงินส่วนใหญ่จะสร้างบล็อกเชนของตัวเอง โดยเฉพาะ Layer 2 เพื่อรองรับการขยายตัวและสร้างโมเดลรายได้ใหม่ พร้อมกับการพัฒนา “อินเตอร์เน็ตของระบบการเงิน” ที่เชื่อมต่อทุกเครือข่ายด้วย

  • การโอนข้ามเชนแบบไร้รอยต่อ (Seamless Crosschain Interoperability)
  • ระบบที่ใช้ Stablecoin เป็นศูนย์กลาง

อย่างไรก็ตาม BIS ยังตั้งข้อกังขาต่อบทบาท Stablecoin

แม้ Hurwitz จะมองอนาคต Stablecoin อย่างสดใส แต่รายงานล่าสุดจาก ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) กลับไม่เห็นด้วย โดยรายงานประจำปี 2025 ระบุว่า

  • Stablecoin ไม่ผ่านเกณฑ์เรื่องความเป็น “เงินเดียวกัน” (Singleness), ความยืดหยุ่น (Elasticity) และความน่าเชื่อถือ (Integrity)
  • พร้อมระบุว่า Stablecoin ยังมีลักษณะเหมือน “ตราสารทางการเงิน” มากกว่า “เงิน” จริง ๆ

อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/stablecoin-vs-visa-mastercard-2025

เซย์เลอร์ ส่งสัญญาณซื้อ Bitcoin ต่อเนื่อง 11 สัปดาห์ ดันคลังสะสมทะลุ 592,345 BTC

ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Strategy ได้ส่งสัญญาณถึงการซื้อ Bitcoin ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 11 โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมโพสต์ข้อความถึงผู้ติดตาม 4.4 ล้านคนบนแพลตฟอร์ม X ว่า

“อีก 21 ปี คุณจะอยากย้อนเวลากลับไปซื้อมันให้มากกว่านี้”

ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา เขามีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นราว 1 ล้านคน

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา บริษัท Strategy ได้ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 245 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 26 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดถือครองรวมของบริษัทพุ่งแตะ 592,345 BTC หรือมูลค่ากว่า 63.6 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท)

การสะสม Bitcoin ในระดับนี้ทำให้ Strategy กลายเป็นบริษัทที่ถือครอง BTC มากที่สุดในโลก มากกว่าบริษัทมหาชนอีก 20 แห่งรวมกัน ตามข้อมูลจาก BitcoinTreasuries

นักวิเคราะห์เริ่มถกเถียง: การสะสม BTC ของ Strategy อาจสร้าง ‘Supply Shock

ท่ามกลางกระแสสะสม BTC อย่างรวดเร็วของ Strategy นักวิเคราะห์ยังคงถกเถียงกันว่า โมเดลนี้จะนำไปสู่ Supply Shock หรือภาวะอุปทานตึงตัวที่ทำให้ราคาพุ่งขึ้นหรือไม่

ในขณะที่นักลงทุนบางรายแสดงความกังวลว่า การที่บริษัทต่าง ๆ หันมาถือครอง Bitcoin ด้วยการระดมทุนผ่านหนี้และทุน (Debt & Equity) อาจไม่ยั่งยืน และกลายเป็นชนวนให้เกิดตลาดหมีรอบใหม่หากราคาตกลงแรง

รายงานชี้: Strategy มีโอกาสรอดสูง แต่บริษัทหน้าใหม่เสี่ยงหนัก

รายงานล่าสุดจากบริษัท VC อย่าง Breed ชี้ว่า แม้ Strategy จะไม่น่าจะได้รับผลกระทบรุนแรง แต่บริษัทคลัง BTC หน้าใหม่มีความเสี่ยงสูงมาก หากราคา Bitcoin เกิดการปรับฐานลงอย่างหนักในอนาคต

รายงานระบุว่า “เมื่อบริษัทใหม่เริ่มล้ม ผู้เล่นรายใหญ่และแข็งแกร่งกว่ามีแนวโน้มเข้าซื้อกิจการเพื่อรวมตลาดเข้าด้วยกัน” โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถระดมทุนได้ในเงื่อนไขที่ดีหรือมีหนี้สูง

ทั้งนี้ Strategy มีโอกาสรอดจากวิกฤตได้สูง เนื่องจากบริษัทมีขนาดใหญ่ ถือครอง BTC เป็นจำนวนมาก และผ่านช่วงตลาดหมีมาแล้วหนึ่งรอบก่อนหน้านี้ โดยในช่วงนั้นบริษัทก็ยังคงซื้อ BTC อย่างมีวินัย ซึ่งพฤติกรรมนี้จะกลายเป็น “ลักษณะเฉพาะ” ของบริษัทคลัง BTC ที่จะอยู่รอดในระยะยาว

โอกาสเข้าสู่ S&P 500? นักลงทุนมั่นใจ Strategy มีลุ้นในปี 2025

Jeff Walton นักลงทุนและนักวิเคราะห์ตลาดของ Strategy คาดการณ์ว่า บริษัทมีโอกาสถึง 91% ที่จะได้เข้าสู่ดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นของบริษัทชั้นนำ 500 แห่งในสหรัฐฯ ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025

หากเป็นจริง จะถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในฐานะ “มหาอำนาจ Bitcoin” ที่กำลังเปลี่ยนวิธีบริหารทุนสำรองขององค์กรทั่วโลก

อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/strategy-bitcoin-treasury-michael-saylor-btc-accumulation

คนรุ่นใหม่หมดศรัทธาทุนนิยม นักวิเคราะห์ชี้ Bitcoin จะพุ่งไม่หยุดในระยะยาว

Jordi Visser นักวิเคราะห์ตลาดการเงินชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ของ Anthony Pompliano ว่า คนรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 25 ปี กำลังสูญเสียความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินโลกในปัจจุบัน และต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมที่รัฐมีบทบาทสูงขึ้น ทั้งในเรื่องของการแจกสวัสดิการและการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ รัฐบาลต้องพิมพ์เงินเพิ่มขึ้น และทำให้ราคา Bitcoinสูงขึ้นในระยะยาว

“คนรุ่นใหม่ไม่เชื่อแล้วว่าระบบเดิมจะฟื้นกลับมาได้ พวกเขารู้สึกว่าระบบมันแย่ลงเรื่อย ๆ ทุกปี” Visser กล่าว

“ยิ่งผู้คนโกรธมากเท่าไหร่ รัฐบาลก็ต้องพิมพ์เงินมากขึ้นเท่านั้น และนั่นคือเหตุผลที่ราคา Bitcoin จะไม่หยุดพุ่ง”

Visser ยังเสริมว่า Bitcoin จะค่อย ๆ แทนที่สินทรัพย์สกุลเงินดั้งเดิม (fiat assets) ในระยะยาว ไม่ว่าจะเกิดความผันผวนหรือแรงต้านมากแค่ไหน

AI และหุ่นยนต์จะทำให้ระบบทุนนิยม “ล่มสลาย”?

Visser ยังเตือนว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ล้ำสมัย จะเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจอย่างถาวร โดยเฉพาะหุ่นยนต์ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ (robotic humanoids) ซึ่งจะเข้ามาแทนแรงงานมนุษย์ในแทบทุกภาคส่วน และอาจทำให้ ระบบทุนนิยมไม่สามารถดำรงอยู่ได้ในรูปแบบเดิม อีกต่อไป

“ผมเริ่มศึกษาผลกระทบของนวัตกรรมแบบก้าวกระโดดมาตั้งแต่ปี 2013 และเห็นชัดว่ามันจะทำลายโครงสร้างของทุนนิยมอย่างไร” Visser กล่าว

“ถ้าความเหลื่อมล้ำยังคงเพิ่มขึ้น และมีเพียงคนส่วนน้อยที่ถือครองความมั่งคั่งไว้ทั้งหมด ในที่สุดระบบนี้ก็จะเกิดปัญหาแน่นอน”

Visser คาดว่า หุ่นยนต์ลักษณะมนุษย์และรถยนต์ไร้คนขับ จะกลายเป็นเรื่องธรรมดาในเชิงพาณิชย์ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยยกตัวอย่างว่า หาก Waymo ซึ่งเป็นบริการรถยนต์ไร้คนขับ เริ่มวิ่งในมหานครนิวยอร์ก (Manhattan) ได้จริง จะเป็น “จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่” ที่ผู้คนทั่วโลกจะเริ่มตื่นตัว

ระบบการเงินแบบใหม่ต้องใช้ Bitcoin เป็นศูนย์กลาง?

ด้วยแนวโน้มที่แรงงานมนุษย์จะลดบทบาทลงเรื่อย ๆ และรัฐจำเป็นต้องพิมพ์เงินแจกสวัสดิการให้ประชาชนมากขึ้น นักวิเคราะห์จำนวนมากจึงมองว่า Bitcoin อาจเป็นตัวแทนของสินทรัพย์ที่ประชาชนใช้ปกป้องมูลค่าความมั่งคั่งของตนเองในโลกอนาคต ที่ไม่พึ่งพาเงินเฟ้อหรือธนาคารกลางแบบเดิม

นักวิเคราะห์ยังคงถกเถียงกันอย่างต่อเนื่องถึงผลกระทบระยะยาวของกระแสการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเทคโนโลยี ที่จะมีต่อการยอมรับ Bitcoin และระบบการเงินโลก

อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/bitcoin-ai-socialism-young-generation

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...