โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อินเดีย...เศรษฐกิจยังร้อนแรง เร่งเครื่องแซงต่อเนื่อง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 03.12 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 09.30 น.
REUTERS/Francis Mascarenhas/File Photo

คอลัมน์ : เลียบรั้ว เลาะโลก ผู้เขียน : ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

ท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน เศรษฐกิจอินเดียแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ร้อนแรงมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจอินเดียขยายตัว 6.5% สูงที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ในไตรมาสแรกปี 2568 เศรษฐกิจอินเดียยังขยายตัวได้ถึง 7.4%

และหากอ้างอิงตามการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะพบว่า GDP ของอินเดียในปี 2568 จะมีมูลค่าราว 4.187 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงญี่ปุ่นขึ้นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกได้สำเร็จ ซึ่งองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งก็คาดว่า อินเดียจะผงาดขึ้นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลกภายในปี 2573 เป็นรองเพียงสหรัฐและจีน

การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรงของอินเดียในช่วงที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากแต่ได้แรงหนุนจากหลายปัจจัยสำคัญที่ผสานรวมกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะการที่รัฐบาลอินเดียประกาศมุ่งสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วภายในปี 2590 ภายใต้วิสัยทัศน์ Viksit Bharat 2047 ซึ่งนำทางให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างครอบคลุมและยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม แม้ IMF คาดว่าเศรษฐกิจอินเดียจะชะลอการขยายตัวเหลือ 6.2% ในปี 2568 ต่ำสุดในรอบ 4 ปีจากความเสี่ยงของสงครามการค้า แต่อินเดียยังคงเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมี Driving Factors หลักที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจอินเดียในระยะข้างหน้า ดังนี้

-การใช้จ่ายภาครัฐ แม้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 การลงทุนของภาคเอกชนจะชะลอตัวจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แต่เศรษฐกิจอินเดียที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ได้แรงหนุนหลักจากการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ในปี 2569 จากการที่รัฐบาลอินเดียยังมีช่องว่างทางการคลังอีกมาก ทำให้ยังสามารถเพิ่มเป้าการใช้จ่ายด้านการลงทุนได้อีกอย่างน้อย 8 แสนล้านรูปี จากเดิมที่ตั้งงบประมาณไว้ 11.2 ล้านล้านรูปี

-การบริโภคในเขตชนบท ปัจจุบันการเติบโตของการบริโภคในเขตชนบทของอินเดียกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดช่องว่างและขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของอินเดีย โดยแนวโน้มสภาพอากาศที่ดีในปี 2568 ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรปรับขึ้นและเพิ่มรายได้เกษตรกร ประกอบกับปัญหาเงินเฟ้อบรรเทาลง ช่วยกระตุ้นการบริโภคในเขตชนบท สะท้อนจากข้อมูลล่าสุดที่ชี้ว่า ยอดขายรถแทรกเตอร์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของภาคชนบท เพิ่มขึ้นในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคก็ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง

-อัตราดอกเบี้ยระดับต่ำ ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) เน้นย้ำว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นนโยบายเร่งด่วน ล่าสุดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.5% เหลือ 5.5% ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งที่ 3 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 พร้อมทั้งปรับลดอัตราเงินสดสำรองเพื่อเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดสินเชื่อ นับเป็นการส่งสัญญาณว่าการต่อสู้กับเงินเฟ้อได้สิ้นสุดลง และ RBI พร้อมลดดอกเบี้ยอีกในระยะข้างหน้า

-ความต้องการบริโภคฟื้นตัว แม้การบริโภคในเขตเมืองของอินเดียยังอ่อนแอ เพราะค่าครองชีพที่สูงและการเติบโตของค่าจ้างที่ซบเซา แต่สถานการณ์ดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะจากมาตรการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งรวมถึงการยกเว้นภาษีเงินได้ผู้มีรายได้ต่ำ จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการบริโภค

-FDI ยังคงหลั่งไหลเข้าอินเดีย อินเดียกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของการลงทุนระดับโลก โดยในปีที่ผ่านมามูลค่า FDI ของอินเดียขยายตัว 14% สูงสุดในรอบ 3 ปี ซึ่ง FDI ส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ภาคบริการ รองลงมา ได้แก่ อุตสาหกรรมไฮเทคและภาคการค้า โดยอินเดียมีข้อได้เปรียบสำคัญจากการมีแหล่งพลังงานหมุนเวียนจำนวนมากและราคาถูก ซึ่งช่วยเสริมแหล่งพลังงานหลักของประเทศ นับเป็นแรงจูงใจสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุนการผลิต

ทั้งนี้ นอกจากปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจข้างต้นแล้ว ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจอินเดียยังได้แรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานหลัก ได้แก่ (1) การมีประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก สะท้อนจาก Median Age ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 28.8 ปี จากที่ปัจจุบันอินเดียมีประชากรมากที่สุดในโลกถึงราว 1.4 พันล้านคน (2) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

และ (3) การพยายามรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รัฐบาลอินเดียสามารถควบคุมอัตราเงินเฟ้อไม่ให้อยู่ในระดับสูงเกินไปตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และลดได้อย่างต่อเนื่อง จนแตะระดับ 4.6% ในปี 2567 ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2562 ขณะเดียวกัน ยังมุ่งมั่นที่จะลดยอดขาดดุลงบประมาณต่อ GDP ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยตั้งเป้าลดเหลือ 4.4% ในปี 2568 หลังพุ่งแตะระดับราว 10% ในช่วงโควิด-19

นอกจากนี้ อินเดียยังมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก สะท้อนเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยเป็นเกราะป้องกันเศรษฐกิจจากความผันผวนภายนอกประเทศได้เป็นอย่างดี

สถานการณ์สงครามการค้ายุคทรัมป์ 2.0 ที่ยังมีความไม่แน่นอน กำลังผลักดันให้ผู้ประกอบการต้องกระจายความเสี่ยงด้วยการหาตลาดใหม่ โดยอินเดียถือเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการขยายธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การรุกตลาดต่างประเทศยังคงมีความเสี่ยงและความท้าทายรออยู่ ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้วยการศึกษาตลาดและวางแผนธุรกิจอย่างรอบคอบ เพื่อคว้าโอกาสจากตลาดศักยภาพแห่งนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อินเดีย…เศรษฐกิจยังร้อนแรง เร่งเครื่องแซงต่อเนื่อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...