โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดหน้า "ผบ.พันกัมพูชา"ตัวการสำคัญ แฉแผนวางระเบิดช่องอานม้า

TNews

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 10.18 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 17.10 น.

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 พลตรี วันชนะ สวัสดี หรือ "ผู้พันเบิร์ด" ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.สน.ปร.มน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเหตุลอบวางระเบิดที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งทำให้ทหารไทยบาดเจ็บหลายรายเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ระบุว่า

พื้นที่ช่องอานม้าบริเวณที่ ทหารไทยเหยียบกับระเบิดเมื่อ 23 ก.ค.68นั้น เป็นดินแดนของไทย หน่วยทหารเขมรที่เป็นกำลังเผชิญหน้าคือ พัน.ร.446มี พ.ท. เลียม เขต เป็น ผบ.พัน.ร.446 (มีรูป)หน่วยนี้คุ้มกันให้กับหน่วย ช. พล.สสน.๓ เข้ามาวางระเบิด

  • คำถามที่ ประชาชนสงสัยว่า

1.ไทยปล่อยให้เข้ามาวางได้อย่างไร
ขอตอบว่า เราไม่ได้ปล่อยปะละเลย เรามีการ ลาดตระเวนตลอด แต่การ ลว. ที่ใช้คนเดินจึงไม่สามารถจับการล้ำแดนได้ตลอด24ชม. เพราะมีระยะทางที่มาก

2.ส่วนการเข้ามาวางระเบิดนั้นขออธิบายว่า การแอบล้อบเข้ามาวางระเบิดนั้นใช้เวลาไม่นานวางต่อลูกใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็เสร็จแล้ว การแอบล้ำเข้ามาที่แนวการลาดตระเวนของไทยโดยล้ำแดนเข้ามาแล้วกลับออกไประยะทางรวมไม่เกินกิโล รวมทั้งวางระเบิดจึงใช้เวลาไม่นาน

3.การสร้างรั้วชายแดน
รั้วทางกายภาพสามารถทำได้ในบางจุด และจุดนั้นต้องมีการตรวจการและคุ้มกันประกอบด้วย ส่วนบางพื้นที่ต้องใช้เป็นรั้ว ai ที่มองไม่เห็นทางกายภาพแต่มีการเห็นและแจ้งเตือนเมื่อมีการเข้ามาในพื้นที่ และมีกำลังเข้าปฏิบัติการผลักดัน
จึงจำเป็นต้องมีรั้วแบบผสม คือ รั้วการภาพ จุดตรวจการ การ ลว. แบบเคลื่อนที่เชื่อมต่อระหว่างจุด รั้วแบบAI ใช้เทคโนโลยี ทั้งกล้อง ดาวเทียม เป็นต้น
ขอบคุณ Wanchana Sawasdee

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...