โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชา "ปิดน่านฟ้า-เปลี่ยนเส้นทางการบิน" เลี่ยงพื้นที่ขัดแย้งชายแดนไทย

สวพ.FM91

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 10.23 น.

วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 พนมเปญโพสต์ (phnompenhpost) รายงานว่า กัมพูชา ปิดน่านฟ้า เหนือพื้นที่ที่กำลังเผชิญความขัดแย้งทางอาวุธกับไทย โดยสายการบินต่างๆ ได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนเส้นทางการบินเพื่อความปลอดภัย รวมถึงกำหนดระดับความสูงขั้นต่ำของเที่ยวบินสำหรับเส้นทางที่อาจมีความเสี่ยง เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่กองกำลังไทยจะยกระดับการรุกรานทางทหาร

นายสิน จันเสเรยวุทธา โฆษกสำนักงานเลขาธิการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งรัฐ (เอสเอสซีเอ) ให้สัมภาษณ์เดอะโพสต์เมื่อเช้าวันที่ 26 กรกฎาคม ว่า การตัดสินใจปิดน่านฟ้าเหนือพื้นที่ขัดแย้งนั้นเป็นผลมาจากการใช้อาวุธหนักในระดับความสูงของไทยซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อเครื่องบินพาณิชย์

มาตรการนี้ดึงบทเรียนจากเหตุการณ์ระหว่างประเทศในอดีตมาใช้ เจ้าหน้าที่จราจรทางอากาศของกัมพูชาห้ามเที่ยวบินบินต่ำกว่า 1,200 เมตรในพื้นที่ระหว่างสนามบินนานาชาติเสียมเรียบเก่าและจังหวัดไพลิน

“เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ขัดแย้งเมื่อคืนวันที่ 25 กรกฎาคม เราจึงปรับเส้นทางการบินที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง เราไม่อนุญาตให้เที่ยวบินใดๆ ผ่านพื้นที่ดังกล่าว เที่ยวบินทั้งหมดที่ปกติจะผ่านพื้นที่นี้ได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนเส้นทางบิน ไม่ได้ถูกยกเลิกหรือลดจำนวนลง เพียงแต่เปลี่ยนเส้นทางบินเท่านั้น” นายสินชี้แจง

ก่อนเสริมว่าเส้นทางบินระหว่างประเทศที่เปลี่ยนเส้นทาง ได้แก่ เส้นทางจากภาคกลาง-ตะวันออกไปยังฟิลิปปินส์ จากไทยไปยังฟิลิปปินส์ จากไทยไปยังญี่ปุ่น จากจีนไปยังสปป.ลาว จากจีนไปยังเวียดนาม จากจีนไปยังมาเลเซีย และจากจีนไปยังอินโดนีเซีย เป็นต้น

พร้อมเตือนว่าอาจมีการบังคับใช้ข้อจำกัดเพิ่มเติมหากกองทัพไทยยังขยายปฏิบัติการรุกต่อไป โดยย้ำว่ามาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มั่นใจว่าการเดินทางทางอากาศยังปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...