โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ทันอาการ ‘หัวใจวายเฉียบพลัน’ คนแข็งแรงก็เป็นได้

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 ธ.ค. 2565 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2565 เวลา 03.06 น. • The Bangkok Insight

"ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน" มักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน บางรายอาจมีสุขภาพปกติแข็งแรงดี แต่อยู่ ๆ ก็มีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า หัวใจขาดเลือด (Heart Attack) หรือ หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เกิดจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอุดตัน

อาการผิดปกติที่สำคัญ เช่น มีอาการเจ็บหน้าอกฉับพลัน มีเหงื่อออกตามร่างกาย เหนื่อยง่าย หายใจถี่ วิงเวียน หน้ามืด ชีพจรเต้นเร็ว ถ้าคนไข้มีการสูบบุหรี่เยอะจะมีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายฉับพลันได้มากกว่าคนอื่น ๆ

การสูบบุหรี่คนส่วนใหญ่จะมองว่าต้องเป็นมะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง แต่ความจริงที่ภัยที่มาจากบุหรี่ ทางด้านหัวใจก็อันตรายไม่แพ้กัน เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้ไขมันเกาะอยู่ตามเส้นเลือดที่จะเกิดการปริ ง่ายกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่

หัวใจวายเฉียบพลัน

สาเหตุการเกิดภาวะหัวใจวาย เฉียบพลัน

อายุมากขึ้น ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน เส้นเลือดก็จะค่อยๆ ตีบตันไปเรื่อย ๆ จนคนไข้มีภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

กลุ่มที่ไม่ทราบอาการ เส้นเลือดหัวใจเดิมอาจมีรอยตีบตันเล็กน้อย หรือว่ามีไขมันเกาะอยู่เล็กน้อย วันหนึ่งเกิดอาการแตก หรือปริออกจากทางด้านในหลอดเลือด (Luminal side) อาจตีบขึ้นเป็น 100% ภายในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอก และทำให้เกิดอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้

ผู้ที่มีการสะสมของไขมันในเส้นเลือดแดง จะทำให้เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โดยไขมันที่สะสมนั้นเกิดจากไขมันคลอเรสเตอรอล และสารอื่น ๆ รวมกัน เกาะอยู่ภายในเยื่อบุผนังหลอดเลือดชั้นใน ภาวะนี้เรียกว่า atherosclerosis หรือภาวะเส้นเลือดแดงแข็ง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอาการ

  • สูบบุหรี่
  • ไขมันในเส้นเลือดสูง
  • เบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคอ้วน

หัวใจวายเฉียบพลัน

ขั้นตอนการรักษา

หัวใจขาดเลือดเป็นภาวะที่เกิดขึ้นอย่าเฉียบพลัน ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะยิ่งรักษาเร็วก็จะสามารถยับยั้งความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจและช่วยให้การฟื้นฟูเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น โดยการรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของโรคหัวใจขาดเลือด

การรักษาโดยใช้ยาสลายลิ่มเลือด แพทย์จะฉีดยาที่มีฤทธิ์ในการละลายเลือดที่อุดตันอยู่ที่เส้นเลือดแดงหัวใจ มักจะใช้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลเร็วและไม่มีข้อห้ามในการใช้

การรักษาโดยการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน วิธีนี้ได้ผลการรักษาดีกว่าการใช้ยาละลายลิ่มเลือด ผู้ป่วยไม่ต้องมีแผลผ่าตัด พักฟื้นไม่นานแต่ต้องทำในโรงพยาบาลที่มีความพร้อม ห้องฉีดสีสวนหัวใจ ทีมแพทย์ พยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด

การรักษาโดยการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ ส่วนมากทำในกรณีที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบตันหลายเส้น และไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้

ที่มา: โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...