โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ลูกย้ายโรงเรียน : วิธีช่วยลูกปรับตัวเพื่อเข้าโรงเรียนใหม่

Mood of the Motherhood

อัพเดต 21 พ.ย. 2565 เวลา 11.48 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2565 เวลา 03.31 น. • Features

การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งสำหรับเด็กๆ แล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมหรือการเริ่มต้นในสังคมใหม่ เป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้เด็กรู้สึกวิตกกังวลได้สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยเรียน ช่วงเวลาที่ต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษก็คือ ลูกย้ายโรงเรียน เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่การเปลี่ยนเพื่อนร่วมห้องเรียนที่ไม่คุ้นเคยมาก่อนSandra Calzadilla ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กและการเลี้ยงดูบุตร ระบุว่า เด็กๆ จะรู้สึกวิตกกังวล และหวาดกลัวเมื่อต้องย้ายห้องหรือโรงเรียนเป็นธรรมดา เด็กบางคนอาจวิตกกังวลมากจนมีอาการคลื่นไส้ในตอนเช้า หรือนอนไม่ค่อยหลับในเวลากลางคืนได้ ในขณะที่เด็กบางคนอาจปรับตัวได้เร็ว และสบายใจกับเพื่อนใหม่ได้ไม่ยากถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ เด็กอนุบาลจะสามารถปรับตัวกับโรงเรียนหรือสังคมใหม่ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ต้องใช้เวลาปรับตัวนานกว่านั้น หรือเป็นเวลาหลายเดือนเลยก็มี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพและอารมณ์ของเด็กแต่ละคนเป็นหลักแต่ถึงอย่างนั้น เมื่อถึงเวลาที่ ลูกย้ายโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถสร้างความปลอดภัยและปลอบประโลมหัวใจดวงน้อยๆ ของลูก ให้ปรับตัวเข้ากับโรงเรียนและสังคมใหม่ๆ ด้วย 4 วิธี ต่อไปนี้ค่ะ1. พูดคุยกับลูกตามตรง

#พูดกับลูกอย่างตรงไปตรงมา Angie Frencho คุณครูและผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหาพรสวรรค์ของเด็ก (Gifted Intervention Specialist) ให้คำแนะนำว่า ก่อนที่จะลูกจะย้ายโรงเรียนหรือต้องเปลี่ยนห้องเรียน คุณพ่อคุณแม่ควรบอกให้ลูกรู้ตัวล่วงหน้า พร้อมอธิบายเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าลูกอาจจะยังไม่เข้าใจทั้งหมดก็ตามสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับลูกอาจเป็นไปได้สองทางก็คือ ลูกอาละวาดบ้านแตก หรือไม่ก็ตื่นเต้นจนตาลุกวาว แต่ไม่ว่าลูกจะแสดงพฤติกรรมแบบไหน คุณพ่อคุณแม่จะต้องพยายามคิดบวกและพูดคุยเชิงบวกกับลูกให้มากที่สุด เพื่อให้ลูกไม่รู้สึกว่าการย้ายโรงเรียนเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัว#ตอบคำถามลูกแบบชวนคิดต่อ ลูกอาจจะมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถตอบคำถามลูกด้วยท่าทีเชิงบวก เช่น ชวนลูกเล่นบทบาทสมมติว่าจะทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่อย่างไร เพื่อลดความกังวลและช่วยนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้#แลกเปลี่ยนความรู้สึกของกันและกัน ตามคำแนะนำของ Carly Snyder จิตแพทย์ด้านการเจริญพันธุ์และปริกำเนิด ชี้ให้เห็นว่า การยอมรับความรู้สึกของตัวเอง มีผลต่อปรับตัวในสถานที่หรือสถานการณ์ใหม่ๆคุณพ่อคุณแม่ลองให้ลูกบอกความรู้สึกของตัวเอง เมื่อรู้ว่าต้องย้ายโรงเรียน เช่น ลูกอาจจะรู้สึกกังวลเรื่องเพื่อนใหม่ กลัวจะไม่มีใครเล่นด้วย กลัวว่าคุณครูจะดุกว่าครูคนเก่า หรือตื่นเต้นที่จะได้เปลี่ยนเส้นทางไปโรงเรียน แล้วอย่าลืมแลกเปลี่ยนความรู้สึกของตัวเองให้ลูกฟังด้วยนะคะ2. พาลูกทัวร์โรงเรียนใหม่

หากคุณพ่อคุณแม่จำได้ว่า ก่อนจะพาลูกเข้าโรงเรียนและเปิดเทอมครั้งแรก ก่อนหน้านั้น คุณพ่อคุณแม่ก็เคยพาลูกแวะเวียนไปที่โรงเรียนเพื่อสร้างความคุ้นเคยอยู่บ่อยๆเมื่อมีการย้ายโรงเรียนก็เช่นกัน คุณพ่อคุณแม่ควรชวนลูกไปดูหรือทำกิจกรรมที่โรงเรียนใหม่ให้บ่อยเท่าที่จะทำได้ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับสถานที่และคุณครูในโรงเรียนใหม่ก่อนเปิดเทอมจริง3. ทำให้การบอกลาโรงเรียนเก่าเป็นเรื่องดีๆ

ความผูกพันระหว่างลูกกับเพื่อนๆ และคุณครูที่โรงเรียนเก่า เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรมีเปิดโอกาสให้ลูกได้บอกลาเพื่อนๆ คุณครู และโรงเรียน ด้วยวิธีน่ารักๆ เช่น เขียนจดหมายขอบคุณ มีของที่ระลึกไปให้ รวมถึงแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกันไว้ เพื่อให้การจากลากลายเป็นเหตุการณ์ดีๆ ในความทรงจำของลูกต่อไป4. โอบกอด บอกรัก และสร้างความมั่นใจ

#กอดแก้กลัว คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้คาถา ‘กอดแก้กลัว’ เพื่อลดความกลัวให้ลูกในทุกสถานการณ์ เพราะการโอบกอดและบอกรักคือ ยาวิเศษรักษาจิตใจและสร้างความปลอดภัยให้กับลูกได้ดี เพราะลูกกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ และสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง เพื่ออยู่กับสิ่งเหล่านั้นให้ได้#ไม่เป็นไรนะหากลูกยังเศร้า ช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่อาจต้องเตรียมใจ หากลูกยังไม่สามารถรู้สึกสนุกหรือมีความสุขกับโรงเรียนใหม่ และมีพฤติกรรมไม่น่ารัก ต่อต้าน และงอแง ทั้งก่อนไปและกลับมาจากโรงเรียนแต่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยบรรเทาช่วงเวลาที่ทุกอารมณ์ของลูกได้ด้วยความอดทน เข้าใจ รับฟัง ให้เวลา และคอยให้กำลังใจลูกต่อไปสักระยะ แล้วลูกก็จะสามารถปรับตัวและสนุกไปกับโรงเรียนใหม่ได้อย่างแน่นอน(อ่านบทความ: ภาวะเครียดในเด็ก: 4 สาเหตุที่อาจทำให้ลูกวัยซนเกิดความเครียดอ้างอิงvery well familystudentden

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...