“ซันเทค” รีไซเคิลเหล็ก ธุรกิจรับเทรนด์ Zero Waste
สัมภาษณ์พิเศษ
นับตั้งแต่รัฐบาลประกาศเดินหน้าแก้ปัญหาลดฝุ่น PM 2.5 และก้าวไปสู่พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง นโยบายยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนในการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรม และยังมีผลตอบรับที่ดีทั้งฝั่งดีมานด์และซัพพลาย ยอดขายและการจดทะเบียน EV เพิ่มขึ้นทุกเดือน
แต่ในทางกลับกันเมื่อมีรถใหม่เพิ่มเข้ามา แล้วปริมาณรถเก่าที่มีอายุใช้งานมานาน เคยรู้กันหรือไม่ว่า วันนี้ประเทศไทย “กำจัดซากรถ” เหล่านี้กันอย่างไร “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นายทวันทว์ บุณยะวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันเทค รีไซเคิล แอนด์ ดีคาร์บอน จำกัด ถึงการบริหารจัดการซากรถเก่าเพื่อให้ได้ “ซากเหล็ก” ป้อนให้กับอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ
คร่ำหวอดวงการโทรคมนาคม
ซันเทคฯก่อตั้งมาปี 2548 เป็นลูกของบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL ถือหุ้น 100% ดังนั้น ซันเทคฯเกิดมา 17 ปีแล้ว รีแบรนด์ไปเมื่อไม่นานและปรับแนวทางของธุรกิจ จากบริหารจัดการเศษเหล็กและซื้อขายเศษเหล็ก สู่การต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษซากเหล็ก ป้อนให้กับมิลล์คอนฯเป็นหลัก
เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการบด หลอม (recycle process) ก่อนจะถูกปรุงแต่งให้มีความบริสุทธิ์เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง นับเป็นธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน และมีเป้าหมายเป็น zero waste ด้วย
“ผมเป็นวิศวกรอาวุโส ทีมการตลาดที่บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ปี’46 และยังเคยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายไอที บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หัวหอกโครงการวางรากฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับศูนย์ราชการ ย้ายมาอยู่ที่ Intouch Holdings เครือ AIS ในปี’56 ในตำแหน่งผู้จัดการ Venture Capital และหัวหน้า InVent
กระทั่งปี’61 มานั่งเป็น CEO ที่ Moonshot Venture Capital ซึ่งเป็น Venture Capital ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย เน้นการลงทุนด้านเทคโนโลยีเชิงลึกและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ปี’63 ผมมาเป็น CEO ในบริษัท เดอะ เมกะวัตต์ จำกัด เป็นโฮลดิ้งที่ลงทุนในบริษัทพลังงานหมุนเวียน และในปี’65 เป็น CEO ซันเทค”
ธุรกิจทำลายอย่างสร้างสรรค์
ธุรกิจเหล็กเป็นจำเลยในการทำลายสิ่งแวดล้อม ปล่อยก๊าซเรือนกระจก CO2 จากกระบวนผลิตที่เราหลอมและรีดเหล็ก แต่เราคือนักทำลายอย่างสร้างสรรค์ หมายความว่า เราคือคนที่ทำธุรกิจเรื่องการบริหารจัดการ นำสิ่งที่เป็นขยะ ของที่ไม่ใช้แล้ว มาจัดการแยกชิ้นส่วนแยกสิ่งที่มีมูลค่า สิ่งไหนขายได้ขาย เอาไปรีไซเคิล เอาพลาสติก วัสดุยางไปเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า
เราพยายามหาตัวตนของเรา วัสดุมีค่า เหล็กมีค่า เราขายเรากลายเป็น zero waste ได้ มองในอนาคตพวกตึกอาคาร หรือแท่นขุดเจาะในทะเลที่หมดอายุ ต้องรื้อถอด ท่อส่งก๊าซก็อยากเข้าไปจัดการ เราเอาทุกอย่างออกไปใช้งาน ไปรีไซเคิล สร้างมูลค่าทั้งหมด แม้เราจะเริ่มจากเหล็กก็ตาม แต่เรามีอีกหลาย ๆ อย่างที่เราจะทำ มันคือจุดเริ่มต้นของเราซึ่งเราไม่ทำไม่ได้
ชำแหละซากรถสูงสุดในประเทศ
ซันเทคฯนำเข้าซากรถเก่าจากต่างประเทศ ขนส่งขึ้นตู้คอนเทนเนอร์มา ทั้งจากออสเตรเลีย เกาหลี ญี่ปุ่น แล้วนำมาทำลาย 33,000 ตันต่อเดือน เป็น capacity ที่สูงสุดในประเทศ ซากพวกนี้ไม่ใช่ขยะอุตสาหกรรม แต่เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศเรา เหล็กเราเคยเจอวิกฤตราคาผันผวน โดนทุ่มตลาดจากจีน ขาดแคลนวัตถุดิบ การที่เราเอาซากรถแล้วได้เหล็กมีเป็นวัตถุดิบ มันทำให้ไทยเองก็ลดการพึ่งพาเหล็กนำเข้าจากต่างประเทศไปด้วย
เรื่องการนำเข้ามาเราถูกขั้นตอนตามกฎหมาย กรมศุลกากรตรวจสอบตลอด มีใบอนุญาตนำเข้าจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรายังไม่เจอปัญหาว่าจำกัดโควตาในการนำเข้า คือเรามองว่ามันเป็นธุรกิจ สิ่งที่นำเข้ามา เราไม่นำเข้าขยะ แต่เรานำเข้าวัตถุดิบ เป็น normal business เพียงแต่ว่าหลังจากที่ผลิตแล้วมันจะโดนควบคุม เพราะมันเกิดขยะอุตสาหกรรมขึ้น โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเข้มงวดเรื่องนี้อยู่แล้ว
ซึ่งซากรถเหล่านี้จะถูกถอดเครื่องยนต์ แบตเตอรี่ และของเหลวอย่างน้ำมันออกไปจนหมด เหลือเพียงโครงรถและแม็กกับยางล้อ จากนั้นเราจะขนถ่ายไปพื้นที่เราที่เราโอเปอเรตอยู่ คือที่ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นลาน (yard) 120 ไร่ และที่จังหวัดระยอง
ซึ่งตรงนี้จะทำหน้าที่แยกชิ้นส่วน มีเครื่องบด จากนั้นสิ่งที่ได้ เราจะแยกชิ้นที่เป็นเหล็ก 70% และที่ไม่ใช่เหล็ก 30% หรือรถ 1 คัน เท่ากับ 1 ตัน จะได้เหล็ก 700 กิโลกรัม ส่วนที่เป็นเหล็กเราขายออกไปเป็นวัตถุดิบให้โรงหลอม ทั้งมิลล์คอนฯ 80% และเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อีก 20%
ส่วนพวกที่ไม่ใช่เหล็กก่อนจะไปทำเชื้อเพลิงก็จะเอาไปรีไซเคิล อย่างทองแดงมีค่า อะลูมิเนียม พลาสติกชิ้นใหญ่มันสามารถขายได้ก่อน ส่วนที่เหลือจะเอาไปเปลี่ยนมันให้เป็นเชื้อเพลิงแข็ง (Solid Recovered Fuel : SRF) เพื่อป้อนให้กับโรงงานขยะอุตสาหกรรม
เพิ่มลูกค้า เพิ่มธุรกิจ ปั๊มกำไร
ปัจจุบันเราป้อนเหล็กให้มิลล์คอนฯ สัดส่วน 80% รายอื่น 20% แต่กำลังจะปรับสัดส่วนของมิลล์คอนฯลง ไม่ได้ลดวอลุ่ม เพียงแต่จะไปเพิ่มคู่ค้า เพราะต้องการที่จะสร้างรายได้เพิ่ม ที่ผ่านมาในปี 2563 มีกำไร 21 ล้านบาท ปี 2564 กำไร 28 ล้านบาท และปี 2565 คาดจะมีกำไรประมาณ 70 กว่าล้านบาท
ซึ่งต้องมีลูกค้ามีพันธมิตรเพิ่ม เพราะต้องบริหารจัดการด้านความเสี่ยง การมีคู่ค้ามากกว่า 1 ย่อมมีความเสี่ยงน้อยกว่ามีลูกค้ารายเดียว มีความเสี่ยงอยู่แล้ว ในแนวลึกการส่งเหล็ก คือ การเพิ่มลูกค้า ส่วนแนวราบก็ต้องมีธุรกิจอื่น ๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนรายได้เพิ่ม อย่าง SRF รีไซเคิล green business ทำลายแผงโซลาร์ต่าง ๆ ที่จะใส่เข้ามา
เล็งหารถเก่าในประเทศ
“ความยากของธุรกิจนี้มีตัวแปรคือการหาวัตถุดิบจากแหล่งต่าง ๆ รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน อย่างช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ก็เจอปัญหาโลจิสติกส์แต่ก็ผ่านไปแล้ว ส่วนในวันหนึ่งหากเราต้องเจอปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ เรารู้ว่าบนโลกนี้มันยังมีวัตถุดิบอีกจำนวนมาก ซึ่งรถมันเป็นสินค้า community แต่เราไม่หยุดที่จะต้องหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นซัพพอร์ตเพิ่มด้วย”
รถเก่าคือรถที่เสื่อมสภาพ สร้างมลพิษ ไม่พร้อมที่จะใช้งาน ซ่อมแซมแล้วไม่คุ้ม เราเห็นรถพวกนี้จอดทิ้งตามพื้นที่ต่าง ๆ หรือแม้แต่ตามสถานีตำรวจ เชียงกง มีข้อมูลจดทะเบียนกับทางกรมการขนส่งทางบก ว่ารถอายุเกิน 13 ปี มีมากถึง 10 ล้านคัน
ซึ่งควรนำกลับมาทำลาย แต่ในไทยมีขั้นตอนมากไม่ง่าย ขณะที่ต่างประเทศที่มีนโยบายชัดเจนว่ารถอายุ 10 ปีต้องนำไปทำลาย และให้ incentive กับผู้ใช้รถ ในไทยเองอาจมีนโยบายสนับสนุน แต่ยังไม่ได้ออกมาบังคับแบบชัดเจน
“ผมเชื่อว่าปลายทางนโยบายรัฐจะสนับสนุนเรื่องการรีไซเคิล ทำลายซากรถเก่า แต่กระบวนการต้องใช้เวลา ต้องรอบคอบ เพราะเกี่ยวข้องกับหลายส่วน ในภาคประชาชนก็ต้องการการซัพพอร์ตซื้อรถคันใหม่ หากผู้ที่มีรถอายุเกินใช้งานต้องนำรถเก่าของตัวเองทำลาย เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะสำหรับบางคนความสามารถในการซื้อรถใหม่ รถ EV ไม่เหมือนกัน รัฐกับเอกชนก็ต้องช่วยกัน”