โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เห็นแล้วหดหู่! เปิดชีวิตสุดอาภัพ พลทหารชลัช กำลังพล ร.ล.สุโขทัย จากไปไม่ทันเจอแม่ หลัง ทร.หาจนพบ

Khaosod

อัพเดต 30 ธ.ค. 2565 เวลา 03.15 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2565 เวลา 13.34 น.

เห็นแล้วหดหู่! เปิดชีวิตสุดอาภัพ พลทหารชลัช กำลังพล ร.ล.สุโขทัย จากไปไม่ทันเจอแม่ หลัง ทร.หาจนพบ ไม่รู้พ่อเป็นใคร ทำทุกอย่างเลี้ยงดูยาย บ้านสุดซอมซ่อ

หลังจากเกิดเหตุสลด เรือหลวงสุโขทัยอับปางกลางทะเลประจวบคีรีขันธ์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย และยังคงออกค้นหาผู้สูญหาย ซึ่งหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ พลทหารชลัช อ้อยทอง กำลังพล ร.ล.สุโขทัย ที่พลัดพรากกับแม่มา 15 ปี และพยายามตามหาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่พบ เมื่อพลทหารชลัช เสียชีวิต ทางกองทัพเรือจึงออกตามหาญาติเพื่อนำมาเปรียบดีเอ็น จนไปพบแม่ของพลทหารชลัช และนำดีเอ็นเอมาตรวจเปรียบเทียบอัตลักษณ์บุคคล

ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 29 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 102/2 หมู่ 5 บ้านท่าไม้ลาย ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งอยู่เขตรอยต่อกับ จ.ระนอง โดยบ้านหลังดังกล่าวอยู่สุดเขตรอยต่อช่วงถนนคอนกรีตและถนนลูกรังพอดี เป็นบ้านปูนชั้นเดียวก่อด้วยอิฐบล็อก ด้านในไม่ได้ฉาบผิว หลังคามุงกระเบื้องสภาพเก่าทรุดโทรม

ผู้สื่อข่าวพบกับ นางอำพร ชมพู่ทอง อายุ 56 ปี และ นางปัจจะ มาลาวงษ์ อายุ 73 ปี โดยบอกว่า นางฉ่ำ พรหมบังเกิด อายุ 78 ปี ยายของ พลทหารชลัช ได้มีรถตู้ทหารมารับตัวไปที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แล้ว เพื่อไปรับศพหลานกลับบ้าน พร้อมกับอนุญาตและนำผู้สื่อข่าวเข้าไปสำรวจภายในบ้าน และชี้ให้ดู้ห้องนอนของ พลทหารชลัช ที่ยังถูกปิดล็อกกุญแจไว้

สภาพภายในบ้านมี 2 ห้อง นอน 1 ห้องน้ำ และมีห้องโถงโล่งจากหน้าบ้านยาวไปถึงครัวหลังบ้าน และมีห้องน้ำอยู่ใกล้กัน มีสิ่งของเครื่องใช้เสื้อผ้าเก่าๆ ตั้งวางอยู่ทั่ว มีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามีเพียงหม้อหุงข้าวที่ใช้มานานหลายปี และมีโทรทัศน์เก่าๆเสียชำรุดใช้การไม่ได้มานานกว่า 10 ปี ตั้งอยู่บนโต๊ะ นอกจากนั้นแทบไม่มีอะไรเลย นอกจากวิทยุทรานซิสเตอร์ 1 เครื่อง ที่คนในครอบครัวใช้เปิดฟังเพลงและข่าวสารบ้านเมืองเท่านั้น นอกจากนั้นรูปภาพของ พลทหารชลัช ก็ไม่มีอยู่ในบ้านหลังนี้เลยแม้แต่รูปเดียว มีแต่รูปภาพของเครือญาติคนอื่นๆ ที่ใส่กรอบติดตั้งไว้ตามผนังบ้าน

นางอำพร เปิดเผยว่า ตนมีศักดิ์เป็นหลานสะใภ้ ส่วน นางปัจจะ เป็นเครือญาติลูกพี่ลูกน้องกับ นางฉ่ำ ยายของ พลทหารชลัช ซึ่งได้อาศัยอยู่ร่วมกันที่บ้านหลังนี้มานานแล้วเพื่อดูแล นางฉ่ำ ด้วย ซึ่ง นางฉ่ำ และ นางปัจจะ อายุมากแล้ว ใช้โทรศัพท์มือถือไม่เป็น ใช้เครื่องมือสื่อสารอื่นๆ ก็ไม่เป็น โทรทัศน์เครื่องเก่าก็ชำรุดเสียมานานกว่า 10 ปีแล้ว และไม่เคยได้ซื้อใหม่ ทุกวันนี้พวกเราฟังและรับรู้ข่าวสารจากวิทยุทรานซิสเตอร์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น

นางอำพร กล่าวต่อว่า ชีวิตของ พลทหารชลัช นั้นน่าสงสารมาก ไม่มีพ่อมาตั้งแต่เกิด ส่วนแม่ก็พิการสมองมาตั้งแต่เกิด จึงไม่ทราบว่าใครเป็นพ่อเพราะถูกล่อลวงไปกระทำชำเรา ซึ่งแม่ของ พลทหารชลัช ถูกส่งตัวไปอยู่ที่สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ หรือ “บ้านประจวบโชค” นานเกือบ 20 ปี และไม่เคยเจอหน้ากันอีกเลย

พลทหารชลัช เรียนจบเพียงชั้น ป.2 เพราะฐานนะยากจน ต้องออกไปรับจ้างทำงานดูแลยาย รับจ้างทำงานหลายแห่ง ทั้งในจังหวัด ต่างจังหวัดและที่กรุงเทพมหานคร จนกระทั่งปี พ.ศ.2564 อายุครบเกณฑ์ทหาร จับได้ใบแดงเป็นทหารเรือผลัด 3 และเพิ่งจะถูกส่งตัวไปฝึกทหารเรือที่อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งมาทราบข่าวว่าเสียชีวิตจากเรือรบอับปางดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า “ยายฉ่ำ” พูดอะไรบ้างเมื่อรู้ข่าวว่าหลานรักเสียชีวิต จากเหตุการณ์ดังกล่าว นางอำพร กล่าวว่า “ยายฉ่ำ” ก็มีอาการเสียใจแต่ไม่แสดงออก เพียงแต่บอกสั้นๆ ว่า “ถึงเวลาเขาก็พาไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...