โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Data Con ครั้งแรกในเมืองไทยกับการรวมตัวคนทำงานด้านดาต้าเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม

TODAY Bizview

อัพเดต 09 ต.ค. 2567 เวลา 14.02 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 06.35 น. • workpointTODAY

ครั้งแรกกับงาน dataCon 2024 พื้นที่พบเจอ แลกเปลี่ยน เรียนรู้ เพื่อสร้าง ‘ชุมชนคนดาต้า’ นำไปสู่การทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมในอนาคต

เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับงาน dataCon 2024: Data Sparks Orbit, Change Takes Flight! ให้ข้อมูลเชื่อมวงโคจร จุดสร้างการเปลี่ยนแปลง งานอีเวนต์ครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 5 ต.ค. 2567 ที่ผ่านมา ณ True Digital Park

โดยตั้งใจให้เป็นการสร้างพื้นที่ให้คนที่ทำงานเกี่ยวกับข้อมูลหรือสนใจงานข้อมูลในด้านต่างๆ และอยากสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้มีโอกาสมาพบเจอ รู้จัก และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน เกิดเป็น ‘ชุมชนคนดาต้า’ ที่อาจนำไปสู่โอกาสในการทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนสังคมในอนาคต

อันเกิดจากการรวมตัวกันของ Rocket Media Lab, Skooldio, WeVis, Punch Up, Boonmee Lab, HAND, 101 และ 101PUB กลุ่มองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับข้อมูลในด้านต่างๆ ที่เชื่อในพลังของการใช้ข้อมูลในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นได้

dataCon 2024

โดยไฮไลต์ของการจัดงานData Con 2024 ครั้งนี้คือ สปีกเกอร์ทั้ง 5 ช่วงที่จะมาร่วมแชร์มุมมอง ความคิดเห็น และประสบการณ์ในการใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนสร้างความเปลี่ยนแปลงสังคมในด้านต่างๆ ในช่วงเช้าของการจัดงาน เริ่มต้นด้วย

‘เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข’ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงากับหัวข้อ ‘ข้อมูลคนหาย อะไรอีกที่หายนอกจากคน’

เอกลักษณ์เริ่มต้นด้วยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ‘ในประเทศไทย ทุก 4 ชั่วโมงจะมีคน 1 คนหายออกจากบ้าน’ โดยการทำงานตามหาคนหายของมูลนิธิกระจกเงาเริ่มเมื่อ 30 ปีก่อน จากกรณีการตามหาลูกสาวของชาวบ้านใน ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ที่หายตัวไป

และในช่วง 21 ปีที่ผ่านมา มีผู้แจ้งคนหายทั้งหมด 18,887 ราย โดยพบตัวแล้ว 16,315 ราย หรือคิดเป็น 86% ของการแจ้งเหตุ และมี 2,232 รายที่ยังอยู่ระหว่างการติดตาม ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เชื่อมั่นได้ว่ามูลนิธิกระจกเงามีฐานข้อมูลคนหายที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

หนึ่งในกรณีที่สะท้อนถึงปัญหาการจัดการข้อมูลคนหายในประเทศไทยที่เอกลักษณ์เล่าบนเวทีก็คือ การค้นหาหญิงสาวอายุ 19 ปี ที่หายตัวไปนานถึง 7 ปี แม่ของเธอได้รับข้อความจากเพื่อนของคนหายว่าไปทำงานต่างประเทศ แต่ไม่มีการยืนยันข้อเท็จจริง

จนในที่สุดเมื่อไม่มีข้อมูลการทำงานหรือการเคลื่อนไหวทางราชการใดๆ มูลนิธิได้ลงพื้นที่และรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง พบว่าหญิงสาวรายนี้เคยมีความสัมพันธ์กับ ผอ. โรงเรียนคนหนึ่งที่ใช้ความรุนแรง และเธออาจเป็นเหยื่อของการฆาตกรรม

ข้อสันนิษฐานดังกล่าวนำไปสู่การค้นหาศพนิรนามในรัศมี 200 กิโลเมตรจากจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายที่เธอทำงาน จนพบศพหญิงนิรนามที่มีรอยสักตรงกับคนหายถูกยิงเสียชีวิตแล้วนำศพไปทิ้งใกล้โรงเรียนที่ ผอ.คนดังกล่าวประจำอยู่

หลังจากการตรวจ DNA พบว่าศพนี้ตรงกับแม่ของผู้หายตัวไป คดีนี้จบลงด้วยการจับกุม ผอ.โรงเรียนผู้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม

สิ่งสำคัญที่มูลนิธิกระจกเงาย้ำเตือนคือการใช้ข้อมูลในการแก้ไขปัญหาสังคม ไม่เพียงแค่ความสามารถด้านเทคนิคหรือการจัดเก็บข้อมูลเท่านั้น แต่หัวใจของการทำงานนี้คือการมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้คนและคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย

‘ณพล จาตุศรีพิทักษ์’ นักวิจัยด้านรัฐศาสตร์ ISEAS กับหัวข้อ ‘การเมืองแบบใข่ดาวหลายใบ: อ่านพลวัตการเมืองใหม่ผ่านข้อมูลเลือกตั้ง’

โดยณพลตั้งต้นจากทฤษฎีสองนคราประชาธิปไตย ของ อ.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ และวลีที่ว่า ‘คนชนบทตั้งรัฐบาล คนเมืองล้มรัฐบาล’ โดยคำว่าไข่แดง หมายถึงพื้นที่ความเจริญหรือคนเมือง ในขณะที่ไข่ขาว คือพื้นที่ชนบทรอบไข่แดง

และจากเหตุการณ์การเมืองในอดีตจะพบว่าพรรคการเมืองที่สามารถชนะเลือกตั้งในกรุงเทพฯ กลับเป็นคนละพรรคกับพรรคการเมืองที่สามารถสร้างคะแนนนิยมได้ค่อนข้างดีในพื้นที่ต่างจังหวัดโดยรวม การเกิดขบวนการล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในเวลานั้น มีส่วนประกอบเป็นชนชั้นกลางในเมืองเป็นหลัก

แต่จากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมามีข้อสังเกตว่าเส้นแบ่งระหว่างเมืองและชนบทนี้ไม่ได้อยู่ในรูปแบบดั้งเดิมที่เมืองคือ กรุงเทพฯ และชนบทคือต่างจังหวัด กลับพบว่ามันได้ถูกแปรรูปไปเป็นลักษณะที่เรียกว่า ‘ไข่ดาวหลายใบ’

ตัวอย่างจากพรรคก้าวไกลที่สามารถชนะการเลือกตั้งในกรุงเทพฯ และยังสามารถชนะการเลือกตั้งในหลายจังหวัดที่ไม่ใช่เมืองใหญ่ นอกจากนี้หากพิจารณาจากผลการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ

จะสังเกตได้ว่าพรรคก้าวไกลนั้นมาเป็นที่หนึ่งหรือที่สองใน 400 เขตการเลือกตั้ง ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมที่กระจายตัวอย่างกว้างขวาง และก้าวข้ามพรมแดนเดิมระหว่างเมืองและชนบท และไม่ใช่แค่ไข่แดงกับไข่ขาว แต่กลับกลายเป็นไข่ดาวหลายใบ

ณพลมองว่า การที่คนชนบทนั้นสามารถเลือกพรรคการเมืองกับผู้สมัครแบบแยกกันได้ สะท้อนถึงอำนาจต่อรอง และอิสรภาพในการตัดสินใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งโดยตรงกับภาพของทฤษฎีสองนคราฯ ที่มักจะมองว่า คนชนบทนั้นถูกครอบงำ ถูกหลอก หรือเป็นเหยื่อของระบบอุปถัมภ์

dataCon 2024

‘ชนิตา ว่องวิริยะวงศ์’ CEO แห่ง EATLAB กับหัวข้อ ‘ข้อมูล มนุษย์และไอเอ: ความเป็นไปได้ใหม่ในการจัดการปัญหาทุจริต’

โดยชนิตา ว่องวิริยะวงศ์ เล่าถึงปัญหาการทุจริตในร้านอาหาร และประสบการณ์ส่วนตัวในการลดคอร์รัปชันในธุรกิจร้านอาหารด้วยกล้องเอไอ

ข้อมูลปัจจุบันจากองค์กร Association of Certified Fraud Examiners ให้ข้อมูลว่า การฉ้อโกงบริษัท (corporate fraud) มีสัดส่วนอยู่ที่ 3-7 เปอร์เซนต์ของยอดขายของบริษัท ขนาดของเงินที่รั่วไหลจากการทุจริต ทั้งออฟไลน์ออนไลน์

รวมทั้งอาชญากรรมไซเบอร์ อยู่ประมาณ 161 ล้านล้านบาท ประมาณ 10 เท่าของ GDP ไทย หรือขนาดเท่ากับ GDP ของญี่ปุ่น ซึ่งมี GDP มากเป็นคนอันดับสามของโลก

ส่วนใหญ่การยักยอกทรัพย์ในธุรกิจร้านอาหารจะอยู่ที่การคิดเงินที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยยกตัวอย่างกรณีศึกษาร้านโยเกิร์ตแลนด์ที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ แต่ในประเทศไทย จำนวนสาขาลดน้อยลงจาก 10-20 สาขาเหลือ 4 สาขา เพราะมีพนักงานโกง

ปกติแล้วลูกค้าจ่ายเงินตามน้ำหนัก สิ่งที่พบก็คือ การชั่งน้ำหนักไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบคิดเงิน (POS) ทำให้เกิดการโกงได้ง่าย ซึ่งบริษัทแม่ไม่ได้คิดถึงกรณีที่จะเกิดการโกงลักษณะนี้มาก่อน

โดยสิ่งที่ EATLAB ทำคือการนำกล้องที่มี AI ไปติด เช่น ร้านบุฟเฟต์ การโกงของพนักงานคือ ไม่คีย์จำนวนลูกค้าให้ตรงจริงแล้วก็เก็บเงินส่วนต่าง หรือไม่เปิดบิลเลย

ซึ่งจากการติดกล้อง AI พบว่ามีการทุจิตในหนึ่งวันประมาณ 3 ถึง 4 พันบาทต่อร้าน คิดเป็นประมาณ 1 เปอร์เซนต์ของยอดขาย การติดกล้อง AI สามารถที่จะลดจำนวนของการโกงที่อาจเกิดขึ้นได้ประมาณ 88 เปอร์เซนต์

dataCon 2024

‘Nabilah Said’ และ ‘Siti Aishah’ หัวหน้าบรรณาธิการและหัวหน้าทีม Front-end จาก Kontinentalistกับหัวข้อ ‘Call to Action: Creating data stories for impact’

Kontinentalist เป็นบริษัทที่ทำงานด้านข้อมูลและการออกแบบจากสิงคโปร์ โดยมีเป้าหมายการทำงานอยู่ที่ทำให้คนเข้าใจเอเชียมากขึ้นผ่านข้อมูล โดยใช้ data visualisation, data storytelling ซึ่งการนำเสนอที่ดีนั้นจะสร้างสามารถสร้างอิมแพ็กต์ให้กับคนที่ได้ดูข้อมูลผ่านการออกแบบนี้ได้

โดยยกตัวอย่างงาน Abandoned at Sea:The Desperate Journeys of Rohinga Refugees ที่ Kontinentalist ร่วมกับ UNHCR นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่ต้องอพยพผ่านทางเรือออกจากเมียนมาไปยังประเทศอื่น โดยใช้ข้อมูลจากรายงานที่เป็นสถิติต่างๆ เช่น เจอเรือผู้อพยพที่ไหน ถูกจับจากเจ้าหน้าที่ชาติใด

จากตัวเลขก็นำข้อมูลมาทำให้มีความหมายมากขึ้นด้วยเรื่องเล่าที่ทำให้คนอ่านเข้าใจอันตรายที่ผู้อพยพต้องเผชิญ ด้วยการใส่เรื่องเล่า พร้อมวิดีโอและคลิปเสียงประกอบ นอกจากนี้ก็ทำให้คนอ่านเห็นภาพด้วยแผนที่การเดินทาง เพื่อให้เข้าใจระยะทางและความยากลำบากของผู้อพยพตลอดเส้นทาง

การเล่าเรื่องด้วยภาพสามารถสื่อความเห็นอกเห็นใจและมีอิทธิพลต่อประสบการณ์ของผู้อ่าน หน้าที่ของคนทำงานออกแบบก็คือ เรียบเรียงข้อมูลต่างๆ ให้สมเหตุสมผลและหาวิธีที่มีความหมายเพื่อสื่อสารในรูปแบบภาพ

ขณะเดียวกันทุกเรื่องราวเกี่ยวกับข้อมูลต้องมีสารที่ต้องการสื่อ ต้องหาว่าอยากให้คนอ่านได้อะไร นอกจากนั้นยังต้องความสำคัญต่อเสียงของผู้คนที่เป็นเจ้าของเรื่องเล่าที่นำมาเล่าต่อมากแค่ไหน และจะออกแบบงานอย่างไรไม่ให้เสียงของคนทำงานออกแบบมีบทบาทเหนือเรื่องราวของพวกเขา

dataCon 2024

‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ หัวหน้าพรรคประชาชน ในหัวข้อเรื่อง ‘Data เพื่อประชาธิปไตยที่เปิดให้ทุกคนมีส่วนร่วม’

โดยณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กล่าวว่าการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส แนะนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อนจะช่วยแก้ไขปัญหาระบบประชาธิปไตยที่บิดเบี้ยวได้ ผ่าน 3 โจทย์ที่สำคัญคือ ข้อมูลกับงบประมาณ ข้อมูลกับนักการเมือง และข้อมูลกับตัวบทกฎหมาย

โดยในประเด็นเรื่องข้อมูลกับงบประมาณ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยกตัวอย่างระบบ KONEPS (Korea ON-line E-Procurement System) ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นระบบที่คล้ายเว็บ Shopee Lazada ภาครัฐ ให้หน่วยงานภาครัฐในเกาหลีซื้อของสำเร็จรูปได้เลย

โดยไม่ต้องใช้กระบวนการในการยกร่าง TOR ประกาศจัดซื้อจัดจ้างแบบของไทยซึ่งใช้เวลายาวนาน ใช้งบประมาณสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท และเอื้อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่ง 64% ของการจัดซื้อจัดจ้างในเกาหลี เป็นการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ซื้อได้ผ่านระบบ KONEPS

โดยมี Public Procurement Service ทำหน้าที่เป็นแผนกจัดซื้อของรัฐบาล คอยคัดคุณภาพของสินค้าที่มีผู้นำมาเสนอขาย รวมถึงตรวจสอบราคาว่ามีความเหมาะสม ถ้าทุกอย่างผ่านเกณฑ์ก็เอาของขึ้นเว็บไซต์ เมื่อหน่วยงานภาครัฐต้องการซื้อของ ก็มากดช้อปปิ้งได้เลย

นอกจากนี้ในประเด็นเรื่องข้อมูลกับนักการเมือง เขายังยกตัวอย่างเว็บไซต์ https://wevis.info/parliamentwatch/ซึ่งจัดทำโดย WeVis ที่เปิดข้อมูลว่า สส.ที่เราเลือกไปเข้าประชุมสภามากน้อยขนาดไหน ลงมติโหวตอะไร หรือการประชุมในกรรมาธิการมีการแอบปิดประตูคุยกันหรือไม่ และในประเด็นเรื่องข้อมูลกับตัวบทกฎหมายนั้น

ทั้งยังเล่าถึงโปรเจกต์ที่ทำงานร่วมกับอาสาสมัคร ในการเปิดเผยข้อมูลบันทึกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ผ่านเว็บไซต์ห้องสมุดรัฐสภา (https://cons60-library.parliament.go.th/)

dataCon 2024

นอกจากสปีกเกอร์ทั้ง 5 ช่วงแล้ว ภายในงานยังมีช่วง Panel Session วงสนทนาอีก 3 วงที่ชวนผู้ทำงานในภาคส่วนต่างๆ ร่วมแลกเปลี่ยน ถกเถียง เปิดประเด็นไปพร้อมกับผู้เข้าร่วมงาน ทั้งการใช้ข้อมูลในการออกแบบนโยบาย, การใช้ข้อมูลในการออกแบบการสื่อสาร และการใช้ข้อมูลในการส่งเสริมประชาธิปไตย

รวมไปถึงช่วง Lightning Talk Session ที่เปิดโอกาสให้คนทำงานดาต้าในสายงานต่างๆ มาร่วมนำเสนอทั้งผลงานที่น่าสนใจ ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา หรือแม้กระทั่งไอเดียในการทำงานในอนาคต

ภายในงานยังมี Data Universe Installation การจัดแสดงข้อมูลของผู้ที่มาร่วมงานว่าเป็นคนทำงานดาต้าสายไหน มีทักษะอะไรบ้าง เพื่อทำให้เห็นถึงจักรวาลของคนทำงานดาต้าในประเทศไทย โดยผู้ที่มาร่วมงานสามารถใช้ข้อมูลและช่องทางติดต่อที่ได้รับ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างบทสนทนา ติดต่อเชื่อมโยงหากันต่อไปได้

รวมไปถึงการจัดแสดงผลงาน Project Showcase กว่า 40 ชิ้น เช่น แผนที่สถานพยาบาลทำแท้งปลอดภัยในไทย โดยกลุ่มทำทาง, Geospatial Indicator Library SYNC SPACE ตำบลที่ประสบภัยน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซาก โดย GISTDA, Landometer’s CityStory โดย Landometer ฯลฯ

ที่จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นไอเดียใหม่ๆ ในการใช้งานข้อมูลเพื่อสื่อสารหรือขับเคลื่อนประเด็นสังคม และยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้แสดงเจตจำนงในการร่วมงานกับเจ้าของผลงานเหล่านั้นอีกด้วย ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม ทั้งการแสดงความสนใจและแสดงเจตจำนงในการเข้าร่วมพัฒนาโปรเจ็กต์นั้นๆ ร่วมด้วย

ซึ่งสิ่งนี้คือเป้าหมายหลักของการจัดงานData Con 2024 ที่อยากจะสร้างพื้นที่ให้คนที่ทำงานเกี่ยวกับข้อมูลหรือสนใจงานข้อมูลในด้านต่างๆ และอยากสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้มีโอกาสมาพบเจอ รู้จัก และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน เกิดเป็น ‘ชุมชนคนดาต้า’ และนำไปสู่โอกาสในการทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนสังคมในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...