โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แนะผู้ส่งออก ประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ชี้หากยังไม่ลดดบ. หวั่นมีนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินมากขึ้น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 ก.ย 2567 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2567 เวลา 12.22 น.

แนะผู้ส่งออกประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ชี้หากยังไม่ลดดบ. หวั่นมีนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินมากขึ้น ทำขาดดุลต่อเนื่อง แต่คงไม่สามารถโจมตีค่าเงินเหมือนปี 40 ได้ เหตุไทยใช้อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว

เมื่อวันที่ 29 กันยายน รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ระยะยาวแล้ว ส่งออกต้องเติบโตจากปัจจัยพื้นฐาน ไม่ใช่ปัจจัยความได้เปรียบด้านราคาผ่านค่าเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยน ปัจจัยพื้นฐานมีทั้งเรื่องผลิตภาพของอุตสาหกรรมส่งออก ประสิทธิภาพและต้นทุนการผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อตลาดโลก แบรนด์ของสินค้าที่แข็งแรง นวัตกรรมและการพัฒนาสินค้าและบริการตลอดเวลา ความสามารถในการเจาะตลาดใหม่ๆและรักษาตลาดเดิมได้ หลายปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งตลาดของสินค้าส่งออกไทยในตลาดโลกหลายประเภทแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง การขยายตัวเพิ่มขึ้น ขึ้นอยู่กับ อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า มากกว่า การเปลี่ยนแปลงของความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย

ชี้ค่าบาทผันผวนมากไปกระทบรายได้

แต่การปล่อยให้ค่าเงินบาทผันผวนมากเกินไปย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้และการผลิตของอุตสาหกรรมส่งออกอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การปล่อยให้เงินบาทแข็งค่าไปเรื่อยๆในอัตราแบบช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาหรืออัตราเร่งกว่าเดิม อาจทำให้ภาคส่งออกไทยในช่วงต้นปีหน้าอาจกลับมาหดตัวได้อีก และ การเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดจะลดลง และ กลับมาติดลบหรือขาดดุลได้ และ ในที่สุดกลไกในตลาดปริวรรตเงินตราจะทำให้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าได้อีกในช่วงกลางปีหน้า

ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า ตลาดปริวรรตเงินตรา หรือ Foreign Exchange Market มีบทบาทในการจับคู่และช่วยเป็น Clearing House ในกรณีที่อุปสงค์ไม่เท่ากับอุปทาน ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง และเป็นแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับผู้ทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ที่ต้องการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา กลไกของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้เกิดประสิทธิภาพและมีต้นทุนที่ต่ำ สำหรับผู้ทำธุรกรรมการค้าการลงทุนและการเงินระหว่างประเทศ

ตลาด Foreign Exchange Market นั้นต้องสะสม Stock ของเงินสกุลต่างๆไว้ เพื่อทำหน้าที่เป็น Clearing House ให้เกิดขึ้นในระบบการเงินระหว่างประเทศ ที่ต้องจัดการกับความแตกต่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานในตลาดเงินตราระหว่างประเทศ ณ. เวลาใดเวลาหนึ่ง

ชี้แทรกแซงค่าบาทต้องทำด้วยความระวัง

ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า ในระยะสั้น การใช้มาตรการ Open Market Operation ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการซื้อดอลลาร์ ขายบาท ปล่อยสภาพคล่องเงินบาทเข้าสู่ระบบมากขึ้น จะช่วยประคองไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไป เพื่อให้ผู้ส่งออกปรับตัวในภาวะบาทแข็งดอลลาร์อ่อน และดอกเบี้ยดอลลาร์ขาลง ขณะเดียวกัน การแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา ควรทำด้วยความระมัดระวัง ไม่สวนภาวะตลาดมากเกินไป ตลาดปริวรรตเงินตรามีขนาดใหญ่มาก ถึงที่สุดแล้ว ทางการไม่สามารถกำหนดเป้าหมายตามที่ต้องการได้ ทำได้เพียงการบริหารจัดการไม่ให้ค่าเงินผันผวนเกินไปและไม่ฝืนกลไกตลาดปริวรรตเงินตรา

รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ความเสี่ยงอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงค่าเงินเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศเอง ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินโดยเงินสกุลต่างประเทศหรือรับเงินสกุลต่างประเทศจะเกิดขึ้นภายหลังการส่งมอบสินค้าหรือบริการ การรอชำระหรือรับเงินสกุลเงินต่างประเทศอาจทำให้เกิดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินได้ การซื้อขายเงินตราต่างประเทศอาจเกิดขึ้นในตลาดทันที (Spot Market) หรือ ตลาดล่วงหน้า (Forward Market) ผู้ทำธุรกรรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (ไม่ว่าในฐานะผู้นำเข้า ผู้ส่งออก นักลงทุน หรือ ผู้รับการลงทุน นักท่องเที่ยว) สามารถประกันความเสี่ยงหรือบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนได้โดยการใช้เครื่องมือทางการเงินในตลาดล่วงหน้า เช่น Forward Contract, Future Contract, Option, Swap เป็นต้น

คาด1ปีข้างหน้าบาท-เยน ผันผวนสูง

ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า คาดการณ์ว่า ค่าเงินบาท ค่าเงินเยน จะมีความผันผวนสูงในระยะหนึ่งปีข้างหน้า ขณะที่ ดอลลาร์สหรัฐอเมริการจะทยอยอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจภายในของสหรัฐฯเองและปัจจัยดอกเบี้ยของธนาคากลาง จึงขอแนะนำให้ ภาคส่งออกไทยทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อบริหารความเสี่ยงรายได้ดอลลาร์และเงินสกุลต่างประเทศในสัดส่วน 70-100% ขึ้นไปด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward Contract) หรือ เพื่อป้องกันความผันผวนได้ดียิ่งขึ้นอาจพิจารณาซื้อ สิทธิในการขายดอลลาร์ (Put Option) ณ. ระดับราคาใดราคาหนึ่ง หากราคาของค่าเงินดอลลาร์ในตลาดซื้อขายทันทีอยู่ในอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าอัตราแลกเปลี่ยนของ Option ก็ไม่ต้อง Exercise หรือใช้สิทธิดังกล่าวได้ ส่วนธุรกิจนำเข้า และ การนำเข้าของภาครัฐและภาครัฐวิสาหกิจควรใช้โอกาสในช่วงที่เงินบาทแข็งค่าในระยะหนึ่งปีข้างหน้าในการเร่งรัดการนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบและเครื่องจักรอุปกรณ์ที่จำเป็น

การใช้ “Forward contract” นั้นจะเป็นสัญญาประเภทล่วงหน้าที่มิได้มีการกำหนดมาตรฐานไว้ (สัญญานั้นอาจสามารถซื้อ-ขายในตลาด over the counter – OTC) โดยผู้ซื้อยินยอมที่จะรับ และผู้ขายยินยอมที่จะส่งมอบซึ่งสินทรัพย์ที่ได้กำหนดราคาแน่นอนในตอนทำสัญญาซื้อ-ขาย เมื่อถึงระยะเวลาอันกำหนดไว้ การตกลงซื้อขายสัญญาประเภทนี้เกิดขึ้นได้โดยไม่จำกัดสถานที่ เป็นการซื้อขายในตลาดที่ไม่เป็นระบบ จึงไม่มีกฎระเบียบควบคุมเข้มงวด เช่น สถาบันการเงิน หน่วยธุรกิจต้องมีการเจรจาตกลงรายละเอียดสัญญากันเอง ส่วน “future contract” จะเป็นสัญญามาตรฐานที่มีข้อกำหนดแน่นอน มีสภาพคล่องสูงกว่าเนื่องจากมีตลาดรอง ภาคธุรกิจระหว่างประเทศสามารถเลือกใช้ Forward Contract หรือ Future Contract ได้ตามความเหมาะสมเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน

แนะผู้ส่งออก-นำเข้า Swap ลดเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ผู้ทำการค้าระหว่างประเทศ สามารถใช้เครื่องมือสวอปเพื่อจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน การทำ Swap เกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนหรือเงินตราต่างประเทศ ก็คือ การทำธุรกรรมที่มีการแลกเปลี่ยนระหว่างเงินสองสกุลในตลาดทันที (Spot) โดยมีข้อตกลงที่จะแลกกลับในสถานะที่ตรงกันข้ามกันในตลาดล่วงหน้า (Forward) เช่น บริษัท UCI เพิ่งได้รับรายได้จากการส่งออกเครื่องจักรเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา 1 แสนดอลลาร์ อาจรู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องใช้เงินจำนวนเดียวกันนี้จ่ายเป็นค่านำเข้าน้ำมันในอีก 2 เดือนข้างหน้า แต่ในระหว่าง 2 เดือนนี้ แผนกบริหารเงินของบริษัทต้องการลงทุนระยะสั้นเป็น เงินบาทที่มีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐฯ บริษัทก็สามารถทำ Swap ระหว่างเงินดอลลาร์กับเงินบาทแบบ 2 เดือนได้โดยตกลงขายเงินดอลลาร์แลกเงินบาทในตลาดทันที และ ทำสัญญาตกลงไปพร้อมๆกันที่จะขายเงินบาทและซื้อเงินดอลลาร์ในตลาดล่วงหน้า 2 เดือน

ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า โครงสร้างของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างประเทศนั้นมีธุรกรรมหลายลักษณะ มีทั้งที่เป็นบุคคลและองค์กร มีธุรกรรมระหว่างบุคคล บริษัท กับ ธนาคาร ธนาคารพาณิชย์ กับ ธนาคารกลาง นักค้ากำไรและนักเก็งกำไรกับสถาบันการเงินหรือบริษัทเพื่อการลงทุน ธนาคารพาณิชย์ซื้อขายเงินตราระหว่างกันเองด้วยเพื่อปรับฐานะการถือเงินตราสกุลต่างๆตามความเหมาะสมและเพื่อบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ โดยอาจซื้อขายกันเองโดยตรงหรืออาจซื้อขายผ่านนายหน้าค้าเงินตรา (Broker) ก็ได้ ตลาดปริวรรตเงินตรา หรือ ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรานั้น เป็นตัวอย่างของตลาดที่มีโครงสร้างตลาดที่เป็นไปตามลักษณะของตลาดแข่งขันสมบูรณ์ตามทฤษฎีมากที่สุดตลาดหนึ่ง อันประกอบ ไปด้วย สินค้าอันเป็นเงินตราแต่ละสกุลนั้นมีลักษณะเหมือนกัน (Homogeneous) ข้อมูลด้านราคามีการเผยแพร่อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง การเก็บรักษาและการเคลื่อนย้ายเงินตราทำได้อย่างรวดเร็ว สะดวกและมีต้นทุนต่ำมาก ที่สำคัญเป็นตลาดที่มีผู้ซื้อผู้ขายจำนวนมากแม้นจะต้องทำธุรกรรมผ่านตัวกลางก็ตาม ตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างประเทศประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆผู้มีส่วนร่วมในตลาดค่อนข้างหลากหลาย แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

1.กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินอื่นที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง (Dealers) ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ดำเนินธุรกรรมทางการเงินหรือปล่อยสินเชื่อระหว่างประเทศ กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินเป็นกลไกที่สำคัญที่สุดในโครงสร้างตลาดปริวรรตเงินตราในฐานะตัวกลางและผู้เล่นสำคัญในตลาดนี้ ธนาคารและสถาบันการเงินสร้างกำไรจากการเป็นตัวกลางในการซื้อขายเงินตรา กำไรมาจากส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อ (Bid Price) และ ราคาขาย (Offer Price หรือ Ask price) การแข่งขันระหว่างตัวกลางของปริวรรตเงินตราต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้อัตรากำไรลดลง กำไรส่วนเกินลดลงจากประสิทธิภาพของตลาด ผู้ทำหน้าที่ตัวกลางในส่วนปริวรรตเงินตราต่างประเทศของธนาคารระหว่างประเทศขนาดใหญ่ มักจะทำหน้าที่เป็นผู้ก่อให้เกิดตลาด (Market Maker) ซึ่งพร้อมซื้อขายเงินตราเพื่อสร้างระดับราคา ตัวกลางเหล่านี้จะมีสต๊อกของเงินสกุลต่างๆ เอาไว้ระดับหนึ่งแล้วเพื่อทำการค้ากับผู้เล่นอื่นๆ

2.บุคคล รัฐ รัฐวิสาหกิจหรือ องค์กรเอกชนผู้ดำเนินธุรกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศบุคคล รัฐ รัฐวิสาหกิจหรือองค์กรเอกชน ที่ประกอบธุรกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้า การส่งออก ต้องอาศัยตลาดปริวรรตเงินตราเพื่ออำนวยสะดวกในการดำเนินธุรกรรมและบริหารความเสี่ยงอันเกิดจากความผันผวนของค่าเงิน

3.กลุ่มกองทุนบริหารอัตราแลกเปลี่ยนและกองทุนจัดการการลงทุนประเภทต่างๆ บทบาทของกองทุนบริหารอัตราแลกเปลี่ยนและกองทุนจัดการการลงทุนประเภทต่างๆเพิ่มขึ้นตามลำดับภายใต้โลกาภิวัตน์ทางการเงินไร้พรมแดน กองทุนเหล่านี้เข้าทำธุรกรรมในตลาดปริวรรตเงินตราเพื่อแสวงหากำไรและผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้ง การบริหารความเสี่ยงให้ลูกค้า กองทุนเฮดจ์ฟันด์มีเงินทุนภายใต้บริหารจำนวนมากบางครั้งสามารถกำหนดทิศทางของค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยนได้

4.นักเก็งกำไรและผู้ค้าที่ได้กำไรจากส่วนแตกต่างของราคาในแต่ละตลาดในเวลาเดียวกัน (Speculators and Arbitragers) กลุ่มนี้จะหากำไรจากตลาดปริวรรตเงินตราโดยตรง เป้าหมายจึงแตกต่างจากสถาบันการเงินที่ทำหน้าที่บริการลูกค้า สำหรับกลุ่ม Arbitragers จะหากำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขาย และอาจได้กำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาโดยประจวบเหมาะ แต่สำหรับนักเก็งกำไรมุ่งหวังกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคา ส่วน Arbitragers จะทำการซื้อขายเงินตราสกุลใดสกุลหนึ่งในสองตลาดที่มีราคาแตกต่างกันในเวลาเดียวกัน

5.กลุ่มธนาคารกลางและหน่วยงานการคลังของรัฐบาล ผู้เล่นในตลาดปริวรรตเงินตราอีกกลุ่มหนึ่ง คือ กลุ่มธนาคารกลางและหน่วยงานการคลังของแต่ละประเทศ กลุ่มนี้ไม่ได้มีความมุ่งหมายเพื่อการแสวงกำไรแต่อย่างใด การเข้ามาทำธุรกรรมในตลาดของกลุ่มนี้มีความมุ่งหมายเพื่อดูแลเสถียรภาพค่าเงินของประเทศตัวเองเป็นหลัก บริหารความเสี่ยงและรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและเศรษฐกิจโดยรวม 6. กลุ่มนายหน้าของตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange Brokers) กลุ่มนายหน้าของตลาดปริวรรตเงินตรานี้เป็นตัวกลางและผู้ประสานงานระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายเท่านั้น โดยได้รับค่านายหน้าตอบแทน (Commission) ผู้เล่นในตลาดปริวรรตเงินตรากลุ่มนี้มิได้ทำการค้าเงินตราต่างประเทศด้วยตนเอง

ชี้หากยังไม่ลดดอกเบี้ยนโยบาย จะยิ่งดึงดูดนักเก็งกำไรระยะสั้นมากขึ้น

ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า ในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา ธุรกรรมในตลาดปริวรรตเงินตราเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากการเปิดเสรีทางการเงินอย่างต่อเนื่องของประเทศต่างๆ ภาวะไร้พรมแดนของโลกาภิวัตน์ทางการเงิน และ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ปัจจุบัน ศูนย์กลางทางการเงินของโลก เช่น ตลาดนิวยอร์ก ตลาดลอนดอน ตลาดโตเกียว ตลาดสิงคโปร์ ฮ่องกง เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เป็นต้น มีมูลค่าธุรกรรมสูงถึงวันละหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ศูนย์กลางทางการเงินได้เคลื่อนย้ายมาทางเอเชียมากขึ้น ตลาดเซี่ยงไฮ้ ตลาดฮ่องกง ตลาดสิงคโปร์ มีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ มูลค่าการค้าเงินตราในตลาดปริวรรตเงินตราได้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในช่วงสองสามทศวรรตที่ผ่านมา

ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า หากทางการไม่ลดดอกเบี้ยนโยบาย ก็จะยิ่งดึงดูดเม็ดเงินระยะสั้นเก็งกำไรเข้ามาในตลาดการเงินของไทยเพื่อแสวงหาผลตอบแทนในตลาดการเงินไทยเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ในภาวะที่ผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรสหรัฐมีแนวโน้มขาลง สภาพคล่องของเม็ดเงินเก็งกำไรที่ไหลเข้ามาจะถูกดูดซับ (Sterilization) ออกหากยังใช้มาตรการเข้มงวดทางการเงิน จะทำให้ราคาสินค้า Non-tradable Goods ในประเทศปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับราคาสินค้า Tradable Goods หรือ อัตราแลเปลี่ยนแท้จริงปรับแข็งค่าอย่างรวดเร็วรุนแรงได้ อาจเกิดปรากฎการณ์ ที่เรียกว่า Dutch Disease ส่งให้ผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล ระบบเศรษฐกิจเปราะบางจากการเก็งกำไรค่าเงินบาทให้แข็งขึ้นไปอีก แต่คงโจมตีค่าเงินบาทแบบปี 2540 ไม่ได้เพราะเราใช้กลไกระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวแล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แนะผู้ส่งออก ประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ชี้หากยังไม่ลดดบ. หวั่นมีนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินมากขึ้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...