โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘Alessandro Michele’เปิดรันเวย์แรกกับคอลเลกชั่น ‘Pavillon Des Folies Spring / Summer 2025’

เดลินิวส์

อัพเดต 30 ก.ย 2567 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2567 เวลา 08.00 น. • เดลินิวส์
“Alessandro Michele” ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ “Maison Valentino” เปิดรันเวย์แรกกับคอลเลกชั่น “Pavillon Des Folies Spring / Summer 2025”

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับแฟชั่นโชว์ของแบรนด์“Maison Valentino” อย่าง Valentino Pavillon des Folies คอลเลกชั่น Spring/Summer 2025 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นรันเวย์โชว์แรกของ “Alessandro Michele” ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Maison Valentino หลังจากที่เขาเข้าดำรงตำแหน่งต่อจาก“Pier Paolo Piccioli”

โดย Alessandro ได้เผยถึงแรงบันดาลของคอลเลคชั่นไว้ว่า “เราทุกคนล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่บอบบาง ต้องเผชิญกับข้อจำกัดและความไม่แน่นอนอยู่เสมอ ราวกับเดินอยู่บนกระจกที่อาจแตกได้ทุกเมื่อ ทุกย่างก้าวมีโอกาสสะดุดล้ม และทุกลมหายใจเต็มไปด้วยความอ่อนแอ เราใช้ชีวิตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความไม่แน่นอนนี้เอง ที่ทำให้เราเข้าใจคุณค่าของเวลา การเดินทางของเราบนโลกนี้จะมีความหมายอะไร ถ้ามันไม่ได้ถูกกำหนดโดยเวลา แต่กลับยึดเยื้ออย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ดังนั้น เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดของเราจึงมีคุณค่าหาใช่การสูญเสีย (ตามคำกล่าวของ V. E. Frankl) แม้ว่าเราจะจมอยู่กับความไร้ซึ่งเหตุผลของการเปลี่ยนแปลง แต่เราก็ยังมีความกระหายที่จะให้นิยามกับโลกอันแสนวุ่นวายนี้ และพยายามทำความเข้าใจความลึกลับของชีวิต เพื่อค้นหาสิ่งที่ทำให้มันมีค่าและมั่นคง

ด้วยมุมมองนี้ ความงดงามเปรียบเสมือนสิ่งที่เยียวยาความทุกข์จากธรรมชาติอันแปรปรวนและไม่แน่นอนของโชคชะตา เป็นหัวเรือที่จะช่วยนำทางท่ามกลางความบ้าคลั่ง «pavillon des folies» ที่เราเรียกว่าชีวิต ความงามมิใช่สิ่งชั่วคราวหรือความไม่แน่นอนแต่เป็นอ้อมแขนที่โอบกอดเราไว้ด้วยความรักและมอบความอบอุ่น ด้วยปรารถนาที่จะปลอบประโลมความอ่อนแอและเยียวยาความความยุ่งเหยิงในโลกแห่งความจริงที่เราต้องเผชิญ

หากจะตั้งคำถามว่าความงามคืออะไร ความงามนั้นอาจปราศจากจุดประสงค์ ดังที่ “เธโอไฟล์ โกติเยร์” (Theophile Gautier) เคยกล่าวไว้ว่า “ความงดงามที่แท้จริงคือสิ่งที่ไม่มีวัตถุประสงค์ใด ๆ” เพราะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตรรกะของความต้องการ เมื่อเรานึกถึงสีสันสดใสของดอกไม้ เราจะพบว่าความน่าหลงใหลนี้สร้างสิ่งส้ำค่าและความพิถีพิถันที่มนุษย์รู้จัก นั่นคือ การผสมเกสร เหล่าผึ้งทำหน้าที่อันน่าท่งในฐานะนักพันธุศาสตร์ของโลกโดยพึ่งพารสชาติและความสุนทรีย์ พวกมันบินไปตามเส้นทางที่หลากสีสันและรูปทรง เพื่อค้นหาความงดงามอย่างไม่หยุดหย่อน

บางที่สิ่งที่ “มิเชล เดอ มงแตน” (Michel de Montaigne) เคยกล่าวไว้อาจเป็นความจริงที่ว่า “ไม่มีสิ่งใดในธรรมชาติที่ไร้ประโยชน์ แม้แต่ความไร้ประโยชน์นั้นเอง” โดยเฉพาะเมื่อเรานำมาเติมเต็มความสุขให้กับตนเอง เราย่อมรู้ดีว่าเมื่อสร้างหรือพบความงดงามท่ามกลางชีวิตที่ไร้แบบแผนและวุ่นวาย ความงามจะดึงเราเข้าสู่ภาวะแห่งความสุข นำเราออกจากสิ่งที่ไร้ความหมาย อาจเป็นสิ่งที่ยากจะจับต้องและตั้งคำถามถึงความสมบูรณ์ของเรา แต่ก็เป็นแรงกระตุ้นที่เติมเต็มได้อย่างน่าประหลาดใจ

ความงามที่กล่าวถึงนั้นไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นบรรทัดฐานสากล แต่หมายถึงความสามารถอันแสนพิเศษต่อการรู้สึกและเชื่อมโยงกับบางสิ่งที่เปิดเผย และพบกับจักรวาลแห่งคำนิยามใหม่ ๆ เป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สรรพสิ่ง และชีวิตชัดเจนขึ้นในทันที

ความรู้สึกเช่นนี้อาจถูกปลุกขึ้นอย่างไม่คาดคิดในขณะที่เราชื่นชมงานศิลปะหรือความงามของจักรวาล เป็นสิ่งที่ยากจะบรรยาย ความศักดิ์สิทธิ์ของอกแม่ที่เปี่ยมไปด้วยน้ำนม ความวิจิตรบรรจงของเครื่องแต่งกายที่ผ่านการสร้างสรรค์อย่างประณีต จิตวิญญาณที่ถูกหลอมรวมเข้ากับร่างกาย ความสง่างามของความว่างเปล่า ความอัศจรรย์ของห้องสมุด และความละเอียดอ่อนของสีน้ำที่ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ

ความงามทำให้ระลึกถึงสิ่งที่ “มาร์ตินไฮเดกเกอร์” (Martin Heidegger) เรียกว่า “aletheia” ซึ่งหมายถึงการเผยความจริง ที่ทำให้หัวใจของเราเต้นรัว และพื้นดินสั่นสะเทือนภายใต้การปรากฏขึ้นอันน่าประหลาดใจของความจริงนั้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครสามารถระบุความหมายของความงามได้อย่างแท้จริง ด้วยธรรมชาติของมันที่ไม่สามารถถูกนิยามด้วยภาษา ความงามจึงเป็นสิ่งที่ปลอบประโลมผู้ช่างฝันและ “กลายเป็นพลังที่แสดงถึงความไร้ซึ่งอำนาจของสิ่งต่าง ๆ” (ตามคำกล่าวของ E. Severino) เป็นแสงที่ปกป้องเราจากความหม่นหมองของการไร้ความหมาย เป็นยา วิเศษที่พาเราข้ามผ่านหุบเหวแห่งความไม่แน่นอน เสมือนใยแมงมุมอันละเอียดอ่อนที่พยุงเราล่องลอยอยู่เหนือความว่างเปล่า”

สำหรับคอลเลกชั่นนี้โดดเด่นในการใช้ลายพิมพ์ผ้าที่มีการเล่นโทนหลากหลายสีสัน มาพร้อมกับลวดลายของผ้า ลูกไม้ และแอคเซสเซอรี่ต่างๆ รวมไปถึงกระเป๋าและไอคอนตัว V อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ด้วย ซึ่งทั้งหมดมีแรงบันดาลใจจากผลงานในช่วงยุคปี 60s – 70s พร้อมกับสไตล์วินเทจตามสไตล์ โดยงานนี้มีเหล่าคนดังในวงการแฟชั่น..

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...