โตโยต้า เผชิญยอดขายทั่วโลกลดลง 3.7% แรงฉุดตลาดญี่ปุ่น-จีนไม่สดใส
"โตโยต้า" เผชิญยอดขายทั่วโลกลดลง 3.7% แรงฉุดตลาดญี่ปุ่น-จีนไม่สดใส ขณะเดียวกันการผลิตหยุดชะงัก เหตุเรื่องอื้อฉาวภายในประเทศ-เรียกคืนรถในต่างประเทศ
วันที่ 27 กันยายน 2567 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) เผชิญยอดขายร่วงลงอีกครั้ง หลังจากยอดขายลดลงในตลาดญี่ปุ่นและจีน ส่งผลให้การฟื้นตัวระยะสั้นต้องชะงัก ในขณะเดียวกันการผลิตก็หยุดชะงักเนื่องจากเรื่องอื้อฉาวภายในประเทศและการเรียกคืนรถในต่างประเทศ
โตโยต้า มอเตอร์ ระบุว่า ยอดขายทั่วโลก ซึ่งรวมถึงยอดขายของบริษัทในเครืออย่าง Daihatsu Motor Co. และ Hino Motors Ltd. ลดลง 12.6% ในเดือนสิงหาคมจากปีก่อน เหลือ 808,023 คัน ยอดขายทั่วโลกลดลง 3.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนกรกฎาคม
ยอดขายของโตโยต้าในญี่ปุ่นลดลงมากกว่า 9% เพราะได้รับผลกระทบจากเรื่องอื้อฉาวทางกฎระเบียบเมื่อเร็วๆ นี้ ที่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงใบรับรองความปลอดภัยของยานยนต์ ซึ่งบังคับให้ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่หลายรายของประเทศต้องระงับการผลิตสำหรับรุ่นที่ได้รับผลกระทบ
ขณะที่รถยนต์ไฮบริดที่ใช้น้ำมันและไฟฟ้าได้รับความนิยมอีกครั้งเนื่องจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าลดลง แต่ยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลกตกต่ำและการแข่งขันที่รุนแรงในจีนกำลังส่งผลกระทบต่อโตโยต้า
แม้ว่ารถยนต์บางรุ่น เช่น รถมินิแวน Granvia จะได้รับความนิยมในประเทศจีน แต่ยอดขายของโตโยต้าในประเทศจีนกลับลดลง 13.5% เหลือ 152,065 คันในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามราคาที่ยังคงดำเนินต่อไป โดยผู้ผลิตรถยนต์อย่าง BYD Co. มีแนวโน้มที่จะกดดันส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทมากขึ้นไปอีก
ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ลดลงส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกบางรายปรับลดเป้าหมายด้านการใช้รถยนต์ไฟฟ้าลงเมื่อเดือนที่แล้ว รายงานของ Nikkei ระบุว่าโตโยต้าได้ปรับลดเป้าหมายการขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ประจำปี 2569 จาก 1.5 ล้านคัน เหลือ 1 ล้านคัน
โตโยต้าขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบใช้แบตเตอรี่ได้ 12,682 คันในเดือนสิงหาคม โดยเกือบทั้งหมดขายนอกประเทศญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน โตโยต้าขายรถยนต์ไฮบริดได้ 336,848 คันในเดือนนั้น เพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อน
สำหรับกำไรจากการดำเนินงานของโตโยต้าในไตรมาสที่สิ้นสุดในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 1.31 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน
ด้านบริษัทฮอนด้า มอเตอร์มียอดผลิตทั่วโลกลดลง 11.3% จากปีก่อน เหลือ 307,870 คันในเดือนสิงหาคม ส่วนยอดผลิตในประเทศจีนลดลงมากกว่า 29% ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้บริษัทได้เลิกจ้างพนักงานและระงับการผลิตที่โรงงาน 3 แห่ง เมื่อเดือนกรกฎาคมว่ากำลังลดการผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินลง 19% เพื่อเร่งเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า
ส่วนเมื่อเดือนที่แล้ว การผลิตของ Nissan Motor Co. ลดลง 15.5% เมื่อเทียบเป็นรายปีเหลือ 236,016 คัน ขณะที่ยอดขายลดลง 5.5% เหลือ 244,279 คัน เมื่อวันพฤหัสบดี บริษัทได้ประกาศแผนการซื้อ หุ้น คืนมูลค่า 79,900 ล้านเยน (551 ล้านดอลลาร์) จาก Renault SA ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส เนื่องจากทั้งสองบริษัทกำลังมองหาวิธีปรับสมดุลความร่วมมือทางธุรกิจ
อ้างอิง : bloomberg.com
📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌