โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจตื่นโลกร้อน ขอ BOI หนุนลงทุนยั่งยืน พุ่ง 1 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ต.ค. 2567 เวลา 02.40 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2567 เวลา 02.40 น.

ท่ามกลางภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทุกประเทศรวมถึงไทยต่างวางเป้าหมายที่จะบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นด้วยวิธีการต่าง ๆ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ที่ต้นเหตุ ซึ่งมาจากภาคพลังงานและภาคขนส่งเป็นอันดับ 1 มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 70% ของทั้งหมด เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตามเป้าหมายที่ผูกพันไว้ ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP26 ว่าจะลดการปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากเดิม 20% จะเป็น 40% ปี 2030 และจะเป็นกลางทางคาร์บอนปี 2050 และ Net Zero Emission ปี 2065

ซึ่งแนวทางสำคัญที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมี 2 แนวทางหลัก คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) และ การเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable) ซึ่งทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะภาคธุรกิจเอกชน ต้องเร่งปรับตัว “ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต” เพื่อให้เข้าสู่เป้าหมาย

ขณะที่หน่วยงานรัฐที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมเอกชนให้สามารถก้าวข้ามช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ไปให้ได้ ต้องออกแรงสนับสนุนอย่างเต็มที่เช่นกัน เพราะแน่นอนว่าการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไปสู่ความยั่งยืนล้วนต้องอาศัย “เทคโนโลยี” เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญ ซึ่งนั่นหมายถึง “เงินลงทุน” ส่วนนี้จะต้องเพิ่มขึ้นด้วย เมื่อลงทุนแล้วย่อมส่งผลต่อ “ต้นทุน” ของภาคเอกชน และกลายเป็นความเสี่ยงหากจะต้องผลักไปที่ราคาสินค้าปลายทาง นั่นจึงเป็น “หน้าที่” รัฐในการแก้เพนพอยต์นี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนมากขึ้น

เอกชนแห่ขอบีโอไอ

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บีโอไอมีนโยบายในการส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต โดยได้กำหนดมาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) ออกมา จากแนวคิดที่มุ่งเพื่อจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการอยู่เดิม มีการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ และยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่ Smart & Sustainable Industry ซึ่งจะรวมถึงการใช้พลังงานทดแทน เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมอบสิทธิประโยชน์ทั้งการยกเว้น

โดยภาพรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 มีผู้ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนกับบีโอไอถึง 145 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 11,717 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เคมีภัณฑ์ อาหารแปรรูป

อัพเกรดมาตรการส่งเสริม

และล่าสุดรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง (นายพิชัย ชุณหวชิร) ประธานกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนฉบับที่ 12/2567 เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2567 เรื่อง มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานทดแทน โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 15/2565 เมื่อ 8 ธันวาคม 2565

ทั้งนี้ประกาศฉบับใหม่ มีเป้าหมายเพื่อกำหนดมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานทดแทน โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงได้อาศัยอำนาจมาตรา 16 ภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 โดยให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ฉบับที่ 8/2567 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2567 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานทดแทน โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 15/2565 และให้ออกประกาศ ดังนี้ 1.ให้นับมูลค่าการลงทุนในการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานทดแทน โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ดังนี้

1.1 เงินลงทุนด้านเครื่องจักรและ/หรืออุปกรณ์ที่เป็นสาระสำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพ จำนวน 5 รายการ ได้แก่ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (PV Module) เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) ระบบจ่ายไฟฟ้า ระบบควบคุม ระบบติดตามตรวจสอบ ระบบความปลอดภัย สถานีตรวจวัดอากาศ (Weather Station) และระบบล้างแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Cleaning System) และระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (Battery Energy Storage System : BESS)และเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) ของระบบ BESS

1.2 ค่าติดตั้งและค่าโครงสร้างรองรับ (Mounting Structure) ของเครื่องจักรและ/หรือ อุปกรณ์ที่เป็นสาระสำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพตาม 1.1

2.กำหนดกรอบวงเงินการสนับสนุนสูงสุดในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แล้วแต่กรณี ดังนี้ 2.1 กรณีที่มีการลงทุนใน 5 รายการดังกล่าวนั้น ให้นับมูลค่าเงินลงทุนรวมค่าติดตั้งและค่าโครงสร้างรองรับใน 1.2 แล้ว จะต้องไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อกำลังการผลิตไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์ (MW)

2.2 กรณีที่มีการลงทุนในรายการ 5 รายการดังกล่าว ให้นับมูลค่าเงินลงทุนรวมค่าติดตั้ง และค่าโครงสร้างรองรับใน 1.2 แล้ว จะต้องไม่เกิน 40 ล้านบาทต่อกำลังการผลิตไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์ (MW)

ทั้งนี้ เงื่อนไขของประกาศฉบับนี้กำหนดว่าให้ใช้บังคับกับคำขอรับการส่งเสริมที่ยื่นตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป ส่วนโครงการที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริมก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 15/2565 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2565

เอกชนหนุนลงทุน RE

นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองว่ามาตรการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอที่ออกมาใหม่ นับเป็นมาตรการที่จะมาช่วยส่งเสริมให้เอกชนลงทุนพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานมากยิ่งขึ้น (Renewable Energy) หรือ RE

“เห็นด้วยว่าเป็นการส่งเสริมที่ดี แต่ก็ต้องทำให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแผนปฏิบัติที่มารองรับมาตรการนี้ขึ้นอยู่กับดีมานด์ว่าจะต้องมีไฟฟ้าจากเทคโนโลยีประเภทไหน เช่น โซลาร์เซลล์, พลังงานลม, ชีวมวล, ก๊าซชีวภาพ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดดีมานด์ให้เดินตามแผนได้ ขณะเดียวกัน Green Energy จะเกิดขึ้นได้อย่างไร แบตเตอรี่แทนที่จะถูกลงได้อย่างไร และตอนนี้ก็มีงานวิจัยจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ออกมารองรับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้มีการปรับ โดยมองว่าการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) หรือ RE อย่างเดียวโดยไม่ต้องมีฟอสซิลเลยก็สามารถอยู่ได้ในราคาที่สามารถรับได้ เพราะเทคโนโลยีมีราคาลดลงมากแล้ว”

สิ่งสำคัญอยู่ที่แผนการใช้พลังงาน เพราะประเทศไทยสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด คือ ภาคพลังงานและภาคการขนส่งถึง 70% หากไม่แก้ที่ภาคพลังงานเราก็จะเดินไปข้างหน้าอย่างลำบาก ดังนั้นจึงฝากถึงกระทรวงพลังงานต้องทําอะไรเข้มข้นกว่านี้ ลดการปลดปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้น อาจจะต้องค่อยเป็นค่อยไป แต่ต้องลดให้มากกว่าเดิม

ข้อสังเกตมาตรการบีโอไอ

ขณะที่มุมมองจากภาคเอกชน “นายเฉลิมพล ฮุนพงษ์สิมานนท์” กรรมการผู้อำนวยการสายกลยุทธ์และความยั่งยืน บริษัท Eastern Polymer Group จำกัด (EPG) ได้ตั้งข้อสังเกตและให้มุมมองถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับอุตสาหกรรม (Sustainable Industry) ตามประกาศยังมีข้อสังเกตว่าการลงทุนนี้จะครอบคลุมธุรกิจหรือโรงงานที่ต้องเป็นเจ้าของเองหรือจะให้บริษัทที่ให้บริการด้านการจัดการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Esco) จะสามารถใช้ได้หรือไม่ และครอบคลุมทั้งเรื่องการบำรุงรักษา (Maintenance) และการปรับปรุงประสิทธิภาพ (Upgrade) หรือไม่ เพราะสถานการณ์ตอนนี้โรงงานส่วนใหญ่จะติดโซลาร์อยู่แล้ว เพื่อลดค่าไฟ แต่แผงโซลาร์ที่ติดตั้งช่วงแรก ๆ คุณภาพเทคโนโลยียังไม่ดีเท่าสมัยนี้ ส่วนใหญ่จะติดกันมาเกิน 3 ปี หากรวมการอัพเกรดด้วยจะช่วยจูงใจให้เอกชนลงทุนมากขึ้น

ในส่วนของการส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยี BESS ซึ่งนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีราคาสูง ทำให้ปัจจุบันโรงงานต่าง ๆ ที่ต่างก็ลงทุนติดตั้งโซลาร์อยู่แล้วเพราะค่าไฟฟ้าสูง แต่ไม่กล้าติดตั้ง BESS เพราะราคาแพง คนเลยไม่ค่อยลง หากมี Incentive เพิ่มให้ จะมีส่วนส่งเสริมให้เอกชนลงทุนคู่ขนานกัน ซึ่งจะทำให้สามารถกักเก็บพลังงานไว้ใช้ได้ เช่น ถ้าติดโซลาร์ใช้ได้เฉพาะตอนกลางวัน พอผลิตไฟเหลือก็ต้องทิ้งไป แต่หากมี BESS ก็จะสามารถเก็บไฟไว้ใช้ตอนกลางคืนได้

และ Scope Cover พวกระบบ Solar Tracking System, Cooling System for Panel, Smart Grid Connectivity ด้วยจะดีกว่าหรือไม่ สำหรับเอกชนที่จะยื่นคงต้องศึกษากรอบเวลาที่ชัดเจนจาก BOI เพราะระบุไว้กว้าง ๆ สำหรับโครงการใหม่ที่ยื่น 1 พ.ย. 2567 ไม่ชัดว่าจะยื่นได้ถึงเมื่อไร

“ที่สำคัญควรมีการกำหนดว่าการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีกลุ่มนี้จะต้องใช้เทคโนโลยีหรือชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ โดยให้มี Local Content, Local Installation/Service เพราะอย่างที่ทราบ ส่วนใหญ่อุปกรณ์เหล่านี้เป็นอุปกรณ์นำเข้า หรือไม่จะเป็นของโรงงานจีนผลิต หากไม่กำหนดจีนกินหมด และมาตรการนี้ควรจะวางแนวทางให้สามารถนำไปเชื่อมโยงกับ Carbon Credit, Carbon Tax, Carbon Market จะดีมาก เพราะในอนาคตเอกชนน่าจะต้องดำเนินการเรื่องพวกนี้ และหากมาตรการนี้ได้รับการตอบรับที่ดี ทางบีโอไอควรพิจารณาขยายผลไปสู่การลงทุน Renewable Energy ประเภทอื่น ๆ เช่น ลม, Biomass เป็นต้น”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธุรกิจตื่นโลกร้อน ขอ BOI หนุนลงทุนยั่งยืน พุ่ง 1 หมื่นล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...