โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมหนัง Robot ที่จะทำให้ทุกคนเสียน้ำตา ต้อนรับแอนิเมชั่นสุดซึ้ง The Wild Robot

LSA Thailand

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 03.10 น. • Lifestyle Asia Thailand
walle3
Photo Credit: IMDB
Photo Credit: IMDB
Photo Credit: IMDB

The Wild Robot หุ่นยนต์ผจญภัยในป่ากว้าง ภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมจาก DreamWorks Animation ที่เพิ่งออกฉายสัปดาห์นี้แต่ได้กระแสเชียร์ว่าจะได้เข้าชิงออสการ์ในปีหน้าอย่างแน่นอน เนื่องจากมีเนื้อหาที่ลึกซึ้งกินใจ และนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตและความจริงของธรรมชาติ ทำให้หนังเรื่องนี้เต็มเติมเต็มหัวใจให้อบอุ่นหนังทำรายได้เปิดตัวกว่า 35.8 ล้านดอลลาร์ รวมรายทั่วโลกได้ตอนนี้กว่า 150 ล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งมีประกาศไฟเขียวสร้างหนังภาคต่อเรียบร้อยแล้ว ความสำเร็จนี้ทำให้ The Wild Robot ดำเนินรอยตามหนังหุ่นยนต์รุ่นพี่หลายเรื่องที่มีเนื้อเรื่องซึ้งใจ ซึ่งที่ผ่านมาจะมีหนังเรื่องไหนน่าสนใจ น่าหามาดูบ้าง เราได้รวบรวมมาฝากกันค่ะ

Photo Credit: IMDB

The Iron Giant หุ่นเหล็กเพื่อนยักษ์ต่างโลก (1999)

Photo Credit: IMDB

Photo Credit: IMDB
Photo Credit: IMDB
Photo Credit: IMDB
Photo Credit: IMDB
Photo Credit: IMDB

แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมที่ได้ชื่อว่า “มาสเตอร์พีซที่ถูกลืม” เรื่องราวของหุ่นยนต์ยักษ์ใจดีจากต่างดาวที่ตกลงมาจากฟ้าและได้สานสัมพันธ์มิตรภาพกับโฮการ์ธ ฮิวส์ เด็กชายตัวเล็กจ้อยที่พยายามปกป้องหุ่นเหล็กไม่ให้ถูกทำลายโดยรัฐบาลที่เข้าใจผิดคิดว่าหุ่นเหล็กเป็นอาวุธร้ายแรง การผจญภัยของคู่ซี้ที่แตกต่างนำไปสู่ความประทับใจที่ทำให้ผู้ชมประทับใจเหนือการเวลา และทิ้งท้ายด้วยประโยคเด็ด “You are who you choose to be “

แอนิเมชั่นเรื่องที่ 4 จากสตูดิโอ Warner Bros. Feature Animation ดัดแปลงมาจากนิยายเด็กปี 1968 เรื่อง “The Iron Man” ของเท็ด ฮิวจ์ส (Ted Hughes) ซึ่งเมื่อตีพิมพ์ในอเมริกาเปลี่ยนเป็นชื่อ The Iron Giant เพื่อไม่ให้สับสนกับ Iron Man ซูเปอร์ฮีโรชื่อดังของ Marvel เรื่องราวได้แรงบันดาลใจจากยุคสงครามเย็นในยุค 1950 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดทางการเมือง ซึ่งผู้คนต่างมีความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้จัก โดยตัวร้ายในเรื่องจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การต่อสู้นั้นเกิดจากความกลัวและความเข้าใจผิดของมนุษย์

หนังเรื่องนี้ทำให้ผู้กำกับ Brad Bird (แบรด เบิร์ด)ได้เดบิวต์เข้าสู่วงการฮอลลีวูดอย่างเต็มตัว และทำให้เขาได้รับการยอมรับในฝีมือของการทำอนิเมชัน เพราะงานด้านภาพนั้นใช้เทคนิคการวาดมือแต่เสริมแต่งด้วย CGI ทำให้ฉากมีมิติอันโดดเด่นซึ่งเป็นสิ่งล้ำยุคมากในสมัยนั้น นอกจากนี้เสียงของVin Diesel (วิน ดีเซล ) ที่พากย์เป็นหุ่นเหล็กยังได้รับคำชมอย่างมาก แม้จะไม่ใช่การพูดที่ยาวนาน แต่มันสร้างความรู้สึกที่มีพลัง ซึ่งผลงานเรื่องนี้ทำให้เขาได้พากย์เสียงในอีกหลายเรื่องในเวลาต่อมา

หนังได้รับรางวัล Annie Awards ถึง 9 รางวัล น่าเสียดายที่ตอนออกฉายหนังล้มเหลวทางด้านรายได้ ได้เงินเพียง 31.8 ล้านดอลลาร์จากทุนสร้าง 70-80 ล้านดอลลาร์ แต่ในภายหลังหนังได้รับการปรับปรุงมาฉายใหม่ในปี 2015 จึงทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นและได้ยอมรับอย่างที่ควรจะเป็น

รับชมได้ทาง Apple TV

Bicentennial Man บุรุษสองศตวรรษ (1999)

Photo Credit: IMDB

Photo Credit: IMDB
Photo Credit: IMDB
Photo Credit: IMDB
Photo Credit: IMDB
Photo Credit: IMDB

เมื่อหุ่นยนต์ตนนึงฝันอยากเป็นคน จนทำให้มนุษย์ต้องกลับมาทบทวนอีกครั้งถึงความหมายของชีวิต ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อ “แอนดรูว์” รับบทโดยRobin Williams ( โรบิน วิลเลียมส์) หุ่นยนต์รับใช้ที่ถูกสร้างมาเพื่อทำงานบ้านทั่วไป แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับเริ่มคิดและรู้สึกเหมือนมนุษย์ขึ้นมา เขาอยากจะเรียนรู้ อยากจะสร้างสรรค์ และอยากจะได้รับการยอมรับในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แต่การจะเป็นมนุษย์ไม่ใช่เรื่องง่ายเขาต้องใช้เวลานับร้อยปีฝ่าฟันอุปสรรคมากมายในการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาคือมนุษย์

หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่น่าจดจำของผู้กำกับ คริส โคลัมบัส (Chris Columbus) ดัดแปลงมาจากนิยายวิทยาศาสตร์ปี 1992 เรื่อง “The Positronic Man” ของ Isaac Asimov (ไอแซค อาซิมอฟ) และ Robert Silverberg (โรเบิร์ต ซิลเวอร์เบิร์ก ) ซึ่งอ้างอิงมาจากเรื่องสั้นปี 1976 “The Bicentennial Man” ของ Isaac Asimov อีกทีหนึ่ง

การแสดงของโรบิน วิลเลียมส์ เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของหนังที่ทำให้ผู้คนเชื่อได้ว่าหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง ที่ไม่มีเลือดเนื้อนั้นสามารถมีความรู้สึกได้ แม้ว่าตอนถ่ายทำเขาต้องใส่ชุดหุ่นยนต์ที่ทำให้ยากต่อการเคลื่อนไหว หนังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 72 ในสาขา Best Makeup จากการแต่งหน้าที่แสนท้าทายเปลี่ยนแปลงหน้าของโรบิน วิลเลียมส์ ทีละนิดจากหุ่นกระป๋องสีเงินให้เป็นมนุษย์ น่าเสียดายตอนที่หนังออกฉายนั้นไม่ประสบความสำเร็จทางรายได้และคำวิจารณ์ หนังได้เงินเพียง 87.4 ล้านดอลลาร์จากทุนสร้างไปประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ จากค่าโปรดัคชั่นที่แสนแพงเพราะถ่ายทำที่ San Francisco City Hall ซึ่งต้องจ่ายเงินแพง 5,000-20,000 ดอลลาร์ต่อวันอีกทั้งระหว่างการถ่ายทำไฟสปอตไลท์ของกองถ่ายยังไปทำให้ระบบป้องกันไฟไหม้ทำงาน ทำให้ฉากโดนน้ำท่วมแสียหายอีกด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปผู้คนรุ่นหลังได้ชมหนังเรื่องนี้ในบริบทสังคมที่เปลี่ยนไปทุกคนต่างยอมรับว่าเป็นหนังคุณภาพเยี่ยมที่มาก่อนเวลา และเป็นหนังที่ถูกด้อยค่าเกินจริงจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์

รับชมได้ทาง Apple TV

และ รับชมแบบพากย์ไทยได้ฟรีถูกลิขสิทธิ์

จาก Youtube : WorkpointOfficial

A.I. Artificial Intelligence จักรกลอัจฉริยะ (2001)

Photo Credit: © 2001 – Warner Brothers and Dreamworks LLC – All Rights Reserved via IMDB

Photo Credit: © 2001 – Warner Brothers and Dreamworks LLC – All Rights Reserved via IMDB
Photo Credit: © 2001 – Warner Brothers and Dreamworks LLC – All Rights Reserved via IMDB
Photo Credit: © 2001 – Warner Brothers and Dreamworks LLC – All Rights Reserved via IMDB
Photo Credit: © 2001 – Warner Brothers and Dreamworks LLC – All Rights Reserved via IMDB
Photo Credit: © 2001 – Warner Brothers and Dreamworks LLC – All Rights Reserved via IMDB

เดวิด หุ่นยนต์เด็กที่ถูกสร้างมาเพื่อเป็นลูกชายของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งลูกชายตัวจริงของพวกเขาป่วยด้วยโรคร้ายที่รอวันรักษา เดวิดได้รับความรักมากมายเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆแต่แล้ววันหนึ่งลูกชายตัวจริงกลับบ้านมาพร้อมกับความอิจฉาในหุ่นที่มาแทนที่ตัวเองจึงสร้างเรื่องใส่ร้าย จนเดวิดถูกนำไปทิ้ง เขาจึงออกเดินทางเพื่อตามหาความหมายของการเป็นมนุษย์และความรักที่แท้จริง ระหว่างเดินทางเขาได้พบเจอกับผู้คนมากมายที่สอนให้เขาเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตและความรัก แต่ในขณะเดียวกันก็ ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ หนังดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นปี 1969 “Supertoys Last All Summer Long” ของ Brian Aldiss (ไบรอัน อัลดิส) โดยแรกเริ่มสุดยอดผู้กำกับหนังไซไฟ Stanley Kubrick ( สแตนลีย์ คูบริก) เป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์มาสร้างตั้งแต่ในช่วงปี 1970 แต่ในตอนนั้นเทคโนโลยี CGI ยังไม่ล้ำหน้า ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างที่ต้องการ สแตนลีย์ คูบริก จึงพับโปรเจ็คนี้มาโดยตลอด ในปี 1995 เขาตัดสินใจส่งไม้ต่อให้Steven Spielberg (สตีเวน สปีลเบิร์ก) ผู้กำกับฉายาพ่อมดแห่งฮอลลีวู้ดนำไปทำต่อเพราะในเชื่อฝีมือ หลังจากนั้นในปี 1999 Kubrick ได้เสียชีวิต Spielberg จึงเริ่มสร้างนี้ให้เสร็จเพราะต้องการให้เป็นหนังที่อุทิศให้ Kubrick

หนังทำรายได้ไปได้ถึง 235.9 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้าง 90-100 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 74 สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยมและJohn Williams (จอห์น วิลเลียมส์) ได้เข้าชิงรางวัลสาขาดนตรีประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม

รับชมได้ทาง Apple TV

Wall-E วอลล์ – อี หุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย (2008)

Photo Credit: IMDB © Disney/PIXAR. All Rights Reserved.

Photo Credit: IMDB © Disney/PIXAR. All Rights Reserved.
Photo Credit: IMDB © Disney/PIXAR. All Rights Reserved.
Photo Credit: IMDB © Disney/PIXAR. All Rights Reserved.
Photo Credit: IMDB © Disney/PIXAR. All Rights Reserved.
Photo Credit: IMDB © Disney/PIXAR. All Rights Reserved.

เมื่อหุ่นยนต์ไม่มีหัวใจแล้วพวกเขาจะมีความรักได้ไหมนะ ? ในโลกอนาคต700ข้างหน้า มนุษย์ได้พากันหนีออกจากโลกไปกันหมดแล้วหลังจากใช้ทรัพยากรไปจนหมดสิ้นสิ่งที่เหลือทั้งหมดมีแต่ขยะเต็มไปหมดวอลล์-อี (WALL-E) หุ่นยนต์กำจัดขยะ มาจากชื่อเต็มคือ Waste Allocation Load Lifter – Earth-Class เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้เช่นกันเขายังคงทำหน้าที่เก็บขยะอยู่บนโลก โดยมีแมลงสาบเป็นเพื่อน ปี 2805 ฟ้าก็ประทานสิ่งที่จะทำให้วอลล์-อี ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป หุ่นยนต์สำรวจรุ่นล่าสุดที่ชื่อ อีฟ (EVE) มาจากชื่อเต็มคือ Extraterrestrial Vegetation Evaluator ถูกส่งมายังโลกเพื่อค้นหาต้นไม้ เมื่อทั้งสองได้เจอกันความสัมพันธ์ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนก็ได้เริ่มต้นขึ้น

หนังเรื่องเยี่ยมเรื่องที่เก้าจากดิสนีย์และพิกซาร์ แอนิเมชัน สตูดิโอส์ แนวคิดเรื่องนี้ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1994 ระหว่างมื้ออาหารกลางวันของผู้กำกับ Andrew Stanton (แอนดรูว์ สแตนตัน) กับเหล่าผู้กำกับในพิกซาร์ อยู่ๆเขาก็คิดขึ้นมาว่าถ้าเกิดหุ่นยนต์ถูกทิ้งให้ทำงานอยุ่ตัวเดียวบนโลก เขาจะเหงาขนาดไหนนะ

จากนั้นก็ได้แรงบันดาลใจจากภาพและเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Hello, Dolly! (1969) มาเสริมในเรื่ององค์ประกอบของความโรแมนติก ตัวละครวอลล์-อี นั้นออกแบบโดยอิงมาจาก Luxo, Jr ที่เป็นตัวละครโลโก้ของพิกซาร์ มาผสมกับกล้องส่องทางไกลที่นำมาทำเป็นดวงตา เพราะ Stanton รู้สึกได้ว่าจะทำให้แสดงความรู้สึกต่างๆ ทั้งดีใจ เสียใจ เพียงแค่เอียงกล้องไปมา ส่วนตัวละคร อีฟ หุ่นยนต์ล้ำยุคที่มีต้นแบบมาจากเครื่องไอพอด เครื่องฟังเพลงพกพาของบริษัทแอปเปิลที่โดดเด่นด้วยสีขาวนวลดีไซน์ดูล้ำสมัยแต่มินิมอล ซึ่งทางพิกซาร์ก็ได้เชิญทีมงานจากแอปเปิลมาออกแบบตัวละครอีฟให้จริงๆ ส่วนเสียงของหุ่นยนต์ได้ Ben Burtt (เบน เบิร์ต) นักออกแบบเสียงชื่อดังผู้สร้างชีวิตให้ให้กับ อาร์ทู-ดีทู ในสตาร์วอร์ส มาร่วมสร้างเสียงให้กับตัวละครหุ่นยนต์และยานอวกาศรวมถึงสิ่งแวดล้อมทั้งหมด Wall-E ได้เข้าชิงออสการ์ 6 สาขาและคว้ามาได้ในสาขา Best Animated Feature

รับชมได้ทาง Disney+ Hotstar

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Hero Image Credit:IMDB© Disney/PIXAR. All Rights Reserved, IMDB
Feature Image Credit: IMDB

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...