โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PRM โชว์ผลงานครึ่งปีแรก ทำรายได้รวม 3,177.90 ลบ. เติบโต 10.35% เล็งขยายพอร์ตกองเรือเสริมความแข็งแกร่ง

Wealthy Thai

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 02.29 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2565 เวลา 04.52 น.

‘บมจ. พริมา มารีน’หรือ (“PRM”) เผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก ทำรายได้รวม 3,177.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.35% จากงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง ระบุกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งระหว่างประเทศ และกลุ่ม Offshore Support เติบโตโดดเด่นพร้อมรุกครึ่งปีหลัง เล็งขยายกองเรือเพิ่มอีก 2-3 ลำ หนุนการเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป
นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (“PRM”) ผู้ให้บริการขนส่งและจัดเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และปิโตรเคมีเหลวทางเรือรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2565 (เมษายน-มิถุนายน) บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,703.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตอกย้ำศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ PRM ที่แข็งแกร่งจากพอร์ตกองเรือที่หลากหลาย สามารถตอบสนองความความต้องการใช้เรือของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการบริโภคน้ำมันภายในประเทศ ส่งผลดีต่อรายได้รวมครึ่งปีแรกของปีนี้ (มกราคม-มิถุนายน) ที่ทำได้ 3,177.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แม้ว่าธุรกิจ FSU จะได้รับผลกระทบด้านต้นทุนจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่กลุ่มธุรกิจเรือขนส่งระหว่างประเทศ และธุรกิจเรือ Offshore Support มีการเติบโตอย่างโดดเด่น นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจเรือขนส่งภายในประเทศยังคงปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ตามความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มมากขึ้นภายหลังจากการประกาศให้โรค COVID-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่น
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกำไรในสุทธิไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 212.36 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในไตรมาส 2/2564 บริษัทฯ มีกำไรจากการขายเรือซึ่งเป็นกำไรพิเศษที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอยู่ถึง 189.1 ล้านบาท และจากปัจจัยเงินบาทที่อ่อนค่าลงนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ ต้องปรับมูลหนี้ที่กู้เป็นสกุลเงินดอลลาร์เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางบัญชี จึงทำให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่บริษัทฯ จะได้รับประโยชน์ในกรณีที่ค่าเงินบาทอ่อนตัวโดยได้บันทึกเป็นรายได้ค่าบริการที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้ที่เป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐมากกว่ารายได้ที่เป็นสกุลเงินบาท โดยหากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมรายการพิเศษ บริษัทฯ จะมีกำไรจากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 2/2565 จำนวน 276.31ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7.30% สะท้อนถึงขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง
ส่วนทิศทางดำเนินงานครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยกลุ่มธุรกิจที่เป็นเรือธงในการขับเคลื่อน ได้แก่ กลุ่มธุรกิจเรือขนส่งระหว่างประเทศ ภายหลังให้บริการเรือ VLCC แก่กลุ่มลูกค้าไทยออยล์เพิ่มเติมอีก 1 ลำ ภายใต้สัญญา Time Charterเป็นระยะเวลา 10 ปี และกลุ่มธุรกิจ Offshore Support ที่มีอัตราการใช้เรือ 100% จากการให้บริการเรือ AWB 2 ลำ และเรือ Crew Boat 13 ลำ แก่กลุ่ม ปตท.สผ. เพื่อสอดรับกับกิจกรรมสำรวจและผลิตน้ำมันปิโตรเลียมในอ่าวไทยที่กำลังขยายตัว ขณะที่กลุ่มเรือขนส่งภายในประเทศจะมีอัตราการใช้บริการเรือที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ส่วนกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บหรือเรือ FSUนั้น บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการบริหารจัดการเรือให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้จากการให้บริการผสมน้ำมัน นอกจากนี้ยังมีแผนจัดหาเรือเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งอีก 2-3 ลำ และบริหารจัดการด้านอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อสนับสนุนการเติบโตตามแผนที่วางไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...