โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘เมืองอัจฉริยะ’ คืออะไร ? – จะเป็นSmart City ต้องมีอะไรบ้าง ?

The Reporters

อัพเดต 16 ก.ค. 2565 เวลา 16.04 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2565 เวลา 16.04 น.

คำว่า "เมืองอัจฉริยะ" หรือ "smart city" เป็นที่พูดถึงกันมากมาหลายปี และเมื่อล่าสุดผู้ว่าฯ ชัชชาติให้ความสำคัญกับระบบดิจิตัลต่างๆ เช่น Traffy Fondue ( อ่านรายละเอียดได้ที่ www.thereporters.co/tech/250620222308 ) ก็ยิ่งทำให้คำนี้เป็นที่สนใจพูดถึงกันมากขึ้น

จากประวัติศาสตร์โลกและไทยที่ผ่านมา ตัวเมืองขยายออกไปเรื่อยๆ และผู้คนก็เข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉลี่ยแล้วในปัจจุบัน มีผู้อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ราว 55% ในขณะที่ 45% อาศัยอยู่นอกเขตเมือง

ส่วนในไทยเราปัจจุบันนั้น มีอัตราการอยู่อาศัยในเมืองใหญ่อยู่ที่ราวๆ 50 % .. แต่ในอีก 30 ปีข้างหน้าคาดว่าสัดส่วนผู้อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่จะเพิ่มไปมากถึง 68%

… ดังนั้นถ้า "เมืองไม่น่าอยู่" ก็อาจมีจำนวนสัดส่วนประชาชนที่ "ไม่มีความสุข" เพิ่มมากขึ้นไปตามกัน การทำให้เมืองน่าอยู่

ต้องมี “8 อัจฉริยะ” นี้ ถึงจะเป็น smart city ทื่แท้จริง ?

ถ้ามองภาพกว้างๆแล้ว มีหลายๆองค์กรและผู้เชี่ยวชาญ ได้แบ่งองค์ประกอบของ " เมืองอัจฉริยะ " เป็น 7 ด้านต่อไปนี้

1. สาธารณูปโภคอัจฉริยะ ( Smart Infrastructure )

ระบบสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะต่างๆ เช่นไฟฟ้า ประปา ไฟส่องทาง สายสื่อสาร ฯลฯ มีความทั่วถึง ปลอดภัย มีเสถียรภาพ เช่นมีระบบอัตโนมัติในการตรวจสอบจุดชำรุดเพื่อให้มีการซ่อมแซมได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้น

2. ระบบจราจรและขนส่งอัจฉริยะ ( Smart Mobility )

การเดินทางและขนส่งอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพ ถนน บาทวิถี และระบบราง ฯลฯ มีความเชื่อมโยงกัน มีระบบข้อมูล และระบบต่างๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

3. สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ ( Smart Environment )

ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ลดมลภาวะอย่างเป็นระบบ เช่น การจัดการน้ำ, ขยะของเสีย, สภาพอากาศ, ภัยพิบัติ, ฯลฯ

4. พลังงานอัจฉริยะ ( Smart Energy )

มีระบบจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเปล่าหรือสิ้นเปลือง สร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการสร้างมลภาวะจากการผลิตไฟฟ้าไม่ว่าจากแหล่งใดก็ตาม

5. ภาครัฐอัจฉริยะ ( Smart Governance )

ระบบบริการภาครัฐ มีประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน, ข้อมูลข่าวสารของภาครัฐมีความโปร่งใสและเข้าถึงง่าย

6. เศรษฐกิจอัจฉริยะ ( Smart Economy )

ใช้เทคโนโลยีดิจิตัลส่งเสริมระบบเศรษฐกิจด้านต่างๆ เช่นการค้าขายรายย่อย, การท่องเที่ยว, ฯลฯ

7. ชุมขนอัจฉริยะ ( Smart Community )

มีระบบรับรู้ข้อมูลและปัญหาในท้องถิ่นร่วมกัน และมีระบบช่วยตัดสินใจร่วมกันในชุมชนนั้นๆเอง

8. พลเมืองอัจฉริยะ ( Smart People )

พัฒนาองค์ความรู้และทักษะให้ประชากรทุกช่วงวัย เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ และเปิดกว้างสำหรับความคิดสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมของประชาชน

จะเป็น smart city "ของมันต้องมี" อะไรบ้าง ?

ไม่ว่าจะเป็น 8 ด้านที่ว่าไป หรือระบบไหนๆก็ตามใน "เมืองอัจฉริยะ" ก็มักหนีไม่พ้น ต้องมีอุปกรณ์พื้นฐานบางอย่างคล้ายๆกัน เช่น …

- อุปกรณ์เซนเซอร์ และกล้องวงจรปิด

ไว้ตรวจวัดรับรู้สถานะและข้อมูลต่างๆ เช่นตรวจจับว่าน้ำตรงนั้นเริ่มท่วมหรือยัง? ถนนหนทางตรงนั้นมืดไปไหม ? และถ้าเป็นกล้องวงจรปิด ก็ใช้ได้ทั้งรายงานสภาพจราจร หรือเป็นหลักฐานบันทึกการเกิดเหตุต่างๆ เป็นต้น

- อุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติ

เพื่อตอบสนองต่อสภาพการณ์หรือปัญหาได้อย่างถูกต้องโดยอัตโนมัติ เช่นไฟถนนสว่างได้เองเมื่อฟ้าเริ่มมืด ฯลฯ โดยมีการเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ตตลอดเวลาที่เรียกกันว่าใช้เทคโนโลยีแบบ Internet of Things (IoT) นั่นเอง

- ซอฟต์แวร์

ทำงานทั้งในอุปกรณ์ และที่ศูนย์กลาง ไว้รับส่งข้อมูล จัดเก็บข้อมูล วิเคราะห์ประเมินสภาพ และสั่งการอัตโนมัติหรือให้คำแนะนำต่างๆ

- ศูนย์ข้อมูล

ไว้เก็บข้อมูล big data จำนวนมหาศาลที่เข้ามาตลอดเวลา ทั้งจากเซ็นเซอร์จำนวนมหาศาลทั่วเมือง, จากการแจ้งร้องเรียนของประชาชน, และจากการป้อนข้อมูลของเจ้าหน้าที่ โดยต้องมีทั้งศูนย์หลักและศูนย์สำรองเผื่อความเสียหาย และยังต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและป้องกันการป่วนการโจมตีต่างๆ

- ระบบแสดงผล

เช่น จอรายงานข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ใช้อย่างเหมาะสม เช่นมีจอใหญ่ครอบคลุมจุดแจ้งปัญหาทั่วเมือง แล้วมีเจ้าหน้าที่เฝ้า 24 ชั่วโมงเผื่อต้องออกไปแก้ไข เป็นต้น

- แอพหรือเว็บ

ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ตัวอย่างเช่น ดูการจราจรก่อนเลือกเส้นทางไปทำงาน หรือแจ้งปัญหาท่อแตกแถวบ้านให้เจ้าหน้าที่มาซ่อมด่วน ฯลฯ

- เครือข่ายสื่อสาร ทื่เชื่อมทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวไปไว้ด้วยกัน

… ฯลฯ

ตัวอย่างของเมืองอัจฉริยะ และบางระบบที่ใช้กันอยู่

ในเมื่อเทคโนโลยีดิจิตัลด้านต่างๆนั้นก้าวหน้าเร็วและต้นทุนถูกลงทุกวัน หลายๆเมืองทั่วโลกจึงนำสารพันระบบและเครื่องมือไอทีมาช่วยทำให้เมืองน่าอยู่ขึ้น และก็ได้ผลน่าพอใจไม่น้อย ตัวอย่างเช่น …

อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ( ฮอลแลนด์ )

- เสาโคมไฟอัตโนมัติพลังแสงอาทิตย์ ( solar cells ) ป้ายรถประจำทางอัจฉริยะพลังแสงอาทิตย์ ฯลฯ

- รถขยะพลังงานไฟฟ้า ไม่สร้างมลพิษ พร้อมระบบเซ็นเซอร์เก็บข้อมูลการเก็บขยะและเส้นทางวิ่งว่าทั่วถึงดีหรือไม่

- บ้านหลายพันหลังติดตั้งหลังคาพลังแสงอาทิตย์ที่ช่วยประหยัดพลังงาน พร้อมระบบรายงานข้อมูลการผลิตไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้าเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

… ซึ่งทั้งหมดนี้ทางเมือง Amsterdam ได้ร่วมมือกับบริษัทไอทีหลายราย เช่น Cisco, IBM, Phillips ในการสร้างและติดตั้ง

สิงคโปร์

- แอพ “SingPass” ให้ชาวสิงคโปร์ใช้แทนบัตรประชาชน

- แอพฯ ‘HealthHub” ให้ประชาชนบันทึกข้อมูลสุขภาพ พร้อมระบบติดตามสุขภาพทางไกล ( tele-health ) ระบบช่วยเหลือเบื้องต้น ระบบเรียกรถพยาบาล และระบบความปลอดภัยผู้สูงอายุ

- แอพฯ “MyTransport.SG” บอกตารางเวลา เส้นทางการเดินรถ และข้อมูลจราจรอื่นๆ

- เทคโนโลยีสอดส่องป้องกันอาชญากรรม (smart video surveillance)

- ข้อมูล open data ทุกด้านอย่างโปร่งใส และส่งเสริมให้เอกชนมานำข้อมูลเหล่านี้ ไปพัฒนาต่อยอดเป็นแอพ เว็บ หรือบริการต่างๆ

โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

- ระบบไฟถนนอัจฉริยะ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์

- ระบบข้อมูลจราจร เช่นขนส่งสาธารณะ, แอพหาที่จอดรถในเมือง, จักรยานสาธารณะปลดล็อคด้วยแอพฯลฯ

- ตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนลงให้เป็น 0 ภายในปี 2025

ซินเจียง ประเทศจีน

- สถานีรถประจำทางมีการติดตั้งจอดิจิตัล แสดงเวลามาถึงของรถคันต่อไป และสามารถเข้าไปดูผ่านแอพมือถือได้ด้วย

- มีกล้องติดตั้งอยู่ตามแยกต่างๆ ประชาชนสามารถดูเพื่อตรวจสอบการจราจรได้ผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ตัวเองได้แบบ real time จะได้รู้ว่าแยกไหนติดหนักเผื่อกาทางเลี่ยงได้

- หลายๆบ้านที่มีผู้สูงวัย สามารถขอติดตั้งปุ่มฉุกเฉิน (panic buttons) ที่เมื่อกดแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ไปช่วยทันที

ฯลฯ

… จากแค่บางตัวอย่างที่ว่าไปนี้ ก็ยังเห็นได้ว่าองค์ประกอบของ "สมาร์ทซิตี้" นั้นกว้างขวางหลากหลาย และยังมีด้านอื่นๆอีกมากมายดามที่กล่าวไปแล้ว

สรุป : จะ smart หรือไม่ ? ตัดสินได้ที่ความสุขประชาชนส่วนรวม

นอกจากที่กล่าวไปแล้วนั้น ความเป็นเมืองอัจฉริยะ smart city ยังมีด้านอื่นๆและประเด็นต่างๆอีกมากมาย โดยสิ่งสำคัญนั้นไม่ได้สักแต่ว่าให้ทันสมัย "ไฮเทค" …แต่ต้องทำให้ประชาชนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขอย่างยั่งยืนได้จริงด้วย

ฉะนั้นเป้าหมายและการวัดผล ก็ต้องสำรวจจากประชาชนผู้อยู่อาศัยจริงๆ ไม่ใช่แค่วัดแค่จากจำนวนเครื่อง, จำนวนกล้อง, หรือปริมาณข้อมูลเท่านั้น

ข้อมูลและภาพประกอบจาก
depa.or.th/th/smart-city-plan
prd.go.th/th/content/category/detail/id/14/cid/35/iid/23205
thereporters.co/tech/three-pillars-of-the-city-of-the-future
engineeringtoday.net/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B0-smart-city-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3
thereporters.co/tech/300920212254
project-sherpa.eu/how-data-are-used-in-smart-cities

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...