โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"เพอร์เฟคฯ" ร่วมสร้างพื้นที่สีเขียว นำร่องติดตั้งโซลาร์รูฟ-EV Charger บ้านเดี่ยว 11 โครงการ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ส.ค. 2565 เวลา 06.31 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2565 เวลา 06.31 น.

“เพอร์เฟคฯ” ร่วมสร้างพื้นที่สีเขียว นำร่องติดตั้งโซลาร์รูฟ-EV Charger บ้านเดี่ยว 11 โครงการ

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท เร่งเดินหน้าภารกิจการสร้างชุมชนสีเขียว ตามแนวคิด GREEN NEIGHBOR เพราะตระหนักว่าสิ่งแวดล้อมที่ดีเริ่มต้นจากที่บ้าน โดยเริ่มดำเนินการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดกับบ้านเดี่ยวในโครงการ ยกระดับมาตรฐานที่อยู่อาศัยใหม่ไปสู่บ้านที่สามารถช่วยประหยัดพลังงานหรือสามารถใช้พลังงานทางเลือกเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน และพร้อมตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น

สำหรับการดำเนินงานล่าสุด พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ทำการ ติดตั้งโซลาร์รูฟ ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาให้กับบ้านรุ่นใหม่ในโครงการเพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ และ โครงการเพอร์เฟค เพลสรวม 8 โครงการ โดยโซลาร์รูฟที่ได้รับการติดตั้งในโครงการเพอร์เฟค เพลส มีขนาด 1.6 kWp สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าปีแรกได้ประมาณ 10,300 บาท/ปี ส่วนโครงการเพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ มีขนาด 3.21 kWp ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าปีแรกได้ถึง 20,700 บาท/ปี โดยบริษัทได้มีการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน (EV CHARGER) สำหรับ บ้านเดี่ยวรุ่นใหม่รวม 11 โครงการ ทั้งในโครงการเพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ โครงการเพอร์เฟค เพลส ส่วนโครงการเพอร์เฟค พาร์ค เป็นการติดตั้ง EV Ready ระบบไฟฟ้าที่รองรับการติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อมอบความสะดวกให้กับผู้ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าซึ่งทั่วไปมีแนวโน้มชาร์จไฟที่บ้านมากกว่า 80% และยังนับเป็นการสนับสนุนให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

นอจากนี้บริษัทมีเป้าหมายเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน ด้วยการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจัด กิจกรรม Green Neighbor Virtual Run ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมสร้างชุมชนสีเขียว ด้วยการเดิน-วิ่งสะสมระยะทาง เพื่อเปลี่ยนเป็นการปลูกต้นไม้ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ สามารถเปลี่ยนเป็นการปลูกต้นไม้ได้ถึง 37,000 ต้น หรือสามารถช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปริมาณถึง 370,000 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งจะมีการปลูกต้นไม้ทั้งภายในโครงการ ชุมชนใกล้เคียงโดยรอบ รวมถึง ร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายหาด ณ วนอุทยานปราณบุรีด้วย โดยยังเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง จนถึง 30 กันยายนนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...