โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นก จิ้งจก และแมลงสาบจะต้องปลอดภัย แมวลดการล่าได้ถ้าเพิ่มเวลาเล่นและโปรตีนจากเนื้อ

Howl

อัพเดต 06 ต.ค. 2564 เวลา 04.23 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2564 เวลา 00.30 น.

 

 

น้องแมวคาบตัวอะไรมาให้อีกแล้วเนี่ย 

เนื่องจากแมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่ออกแบบมาเพื่อเป็นนักล่าอย่างแท้จริง ทำให้เหล่าเจ้าของแมวหลายคนอาจต้องหวั่นระทึกทุกเช้าอยู่เสมอว่าน้องแมวของเราจะคาบอะไรมาให้ ไม่ว่าจะเป็นนกโชกเลือด จิ้งจกเต้นดุ๊กดิ๊ก หรือที่แย่ที่สุดก็คงหนีไม่พ้นแมลงสาบที่บางทีอาจยังไม่ตายสนิทอีกต่างหาก

ในต่างประเทศ การล่าของแมวนั้นกลายเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะในอังกฤษและออสเตรเลีย มีการศึกษาพบว่าการล่าของแมวทำให้จำนวนประชากรนกและสัตว์เลื้อยคลานหายากบางชนิดลดลงเป็นอย่างมากและส่งผลต่อระบบนิเวศมากกว่าที่คิด ดังนั้นแต่อย่างไรก็ดีมีงานวิจัยเร็วๆ นี้พบว่าเราสามารถลดพฤติกรรมการล่าของแมวได้ด้วย 2 วิธี ที่เจ้าของทำได้ง่ายๆ

การวิจัยนี้เป็นของมหาวิทยาลัย University of Exeter ซึ่งพบว่าการเพิ่มโปรตีนจากเนื้อสัตว์ในอาหารแมวจะช่วยให้แมวลดพฤติกรรมการล่าได้ถึง 35% เพราะในปัจจุบันโปรตีนจากอาหารแมวนั้นบางครั้งมาจากโปรตีนจากพืชเพื่อลดต้นทุน เมื่อทีมนักวิจัยเปลี่ยนมาใช้อาหารแมวเกรดพรีเมี่ยมที่มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบก็พบว่าแมวแสดงพฤติกรรมการล่าสัตว์ตัวเล็กๆ น้อยลง

อีกวิธีที่นักวิจัยพบว่าได้ผลก็คือการเล่นกับแมววันละ 5-10 นาที โดยเน้นการเล่นแบบที่เลียนแบบพฤติกรรมการล่าจริงๆ ของน้องแมว เช่น ใช้พู่ขนนกติดเชือกให้แมวได้กระโดดและพุ่งตะครุบ หรือใช้หนูปลอมล่อแมวให้วิ่งไปมา การเล่นแบบนี้ช่วยให้แมวลดพฤติกรรมการล่าลงกว่า 25% เลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังเคยมีงานวิจัยอุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยให้แมวล่าสัตว์อื่นๆ ได้ยากขึ้น เช่น ให้แมวใส่ปลอกคอสีสันสดใส (Birdsbesafe) ซึ่งผลพบว่าช่วยนกได้กว่า 42% แต่ไม่มีผลต่อสัตว์เลื้อยคลาน ส่วนการติดกระพรวนเพื่อส่งเสียงนั้นไม่ส่งผลอะไรมากนัก รวมไปถึงแมวบางตัวก็สามารถปรับตัวล่าได้แม้ว่าจะติดกระพรวนก็ตาม

ทีมนักวิจัยชุดนี้กล่าวว่าจริงอยู่ที่การเลี้ยงแมวไว้แต่ในบ้านจะช่วยให้แมวไม่สามารถล่าสัตว์ตัวเล็กๆ ในสิ่งแวดล้อมได้ แต่ถึงกระนั้นก็อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดต่อร่างกายแมวที่บางครั้งอาจต้องสัมผัสกับโลกภายนอกบ้าง ดังนั้นการใช้ 2 แนวทางข้างต้นนั้นเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้แมวลดพฤติกรรมการล่าลงอย่างได้ผล

ในประเทศไทยยังไม่มีการศึกษาผลกระทบของแมวต่อการลดลงของนกและสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ อย่างจริงจัง แต่อย่างไรก็ดีการลดการล่าสัตว์เหล่านี้นอกจากจะช่วยสมดุลระบบนิเวศแล้ว ยังช่วยให้แมวไม่ติดเชื้อโรคที่อยู่ในสัตว์ตระกูลจิ้งจกหรือแมลงต่างๆ

รวมไปถึงเจ้าของอย่างเราก็ไม่ต้องเสี่ยงหัวใจวายทุกครั้งที่เห็นน้องแมวคาบตัวอะไรก็ไม่รู้ดิ้นกระดุกกระดิกมาอีกด้วย

 

อ่านงานวิจัยตัวเต็มได้ที่

 

https://www.cell.com/current-biology/fulltext/S0960-9822(20)31896-0?_returnURL=https%3A%2F%2Flinkinghub.elsevier.com%2Fretrieve%2Fpii%2FS0960982220318960%3Fshowall%3Dtrue

 

#Howl

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...