โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การงีบหลับยามบ่ายมีประโยชน์อย่างไร

Khaosod

อัพเดต 27 ธ.ค. 2564 เวลา 04.28 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 04.28 น.

ในวันที่เราต้องทำงานหนัก มีธุระหลายอย่างต้องสะสาง บางครั้งเราหมดแรงตั้งแต่เริ่มต้นวันใหม่ไปได้ไม่นาน

จะดีไหมหากเรามีปุ่มวิเศษที่กดแล้วร่างกายกลับมามีพละกำลังใหม่อีกครั้ง สำหรับใครหลายคน ปุ่ม ๆ นั้นก็คือการงีบหลับระหว่างวันนั่นเอง

ตอนนี้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าการงีบสามารถทำให้เรากลับมาตื่นตัวและมีแรงเหมือนตอนเริ่มวันใหม่ในตอนเช้าได้

กาย เมโดวส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนและผู้ก่อตั้ง Sleep School ซึ่งให้คำแนะนำด้านการนอน บอกว่า ประโยชน์หลัก ๆ ของการงีบคือการโต้กลับการเปลี่ยนแปลงของระบบร่างกายหลังจากคนเราตื่นนอน

เขาบอกว่า หลังตื่นนอน สารเคมีในสมองที่มีชื่อว่า อะดีโนซีน (adenosine) จะเพิ่มปริมาณขึ้น และจะทำให้คนเรารู้สึกง่วงขึ้นเรื่อย ๆ

Woman sleeping

 

เมโดวส์บอกว่า เมื่อเรางีบ ปริมาณของอะดีโนซีนก็จะลดลง ทำให้เรารู้สึกตื่นตัวและมีเรี่ยวแรงมากกว่าเดิม

"นี่จะช่วยให้เราอารมณ์ดีขึ้น ตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น และลดโอกาสที่จะทำอะไรผิดพลาด ทำให้เรามีสมาธิที่จะทำอะไรมากขึ้นในตอนบ่าย"

การงีบเอาแรงสั้น ๆ หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า "power nap" จะเป็นการนอนแค่ 10 ถึง 20 นาที

แต่หากเราอยากจะเพิ่มความสามารถในการจดจำ ความคิดสร้างสรรค์ และกระบวนการในการรับรู้ ซารา เมดนิก เจ้าของหนังสือ "Take a Nap! Change Your Life." บอกว่าเราต้องงีบนานถึง 90 นาที

ระหว่างการงีบแบบยาว ๆ 60-90 นาที ร่างกายคนเราจะเข้าสู่ภาวะการนอนหลับแบบลูกตากรอกตัวอย่างรวดเร็ว (Rapid eye movement sleep หรือ REM ) ซึ่งเป็นการหลับลึกเหมือนตอนกลางคืน

A woman asleep in an office chair with post-it notes over her eyes

ฝึกตัวเองให้งีบ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะงีบให้เป็นนิสัยได้ ยกเว้นว่าคุณจะมาจากประเทศอย่างสเปนหรือกรีซที่การงีบช่วงบ่ายหรือคำว่า "siesta" เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม

เมโดวส์บอกว่า การงีบก็เหมือนกับการว่ายน้ำหรือการขี่จักรยานที่ต้องอาศัยการฝึกฝน

เขาแนะนำให้คนเราตั้งเวลาจะได้ไม่นอนนานเกินไป และเมื่อทำแบบนี้ซ้ำ ๆ สัก 3 เดือน ร่างกายก็จะจดจำเป็นนิสัยว่าช่วงเวลานั้น ๆ มีไว้สำหรับงีบ

สิ่งที่สำคัญคือต้องไม่บังคับตัวเองให้หลับ แค่ไปนอนสบาย ๆ บนเตียงหรือนั่งเอนบนเก้าอี้ ปิดม่านให้ห้องมืดลงหรือไม่ก็ใส่ที่ปิดตา พยายามอยู่นิ่ง ๆ และก็พักผ่อน

นอกจากนี้ เราควรจะหยุดดูมือถือหรืออ่านอีเมลสัก 5 นาทีก่อนที่จะงีบ

Hombre durmiendo

หลับแบบไม่รู้ตัว

บางคนบอกว่าไม่สามารถหลับ 15 นาทีระหว่างวันได้เพราะเป็นคนหลับยาก แต่เมโดวส์บอกว่าจริง ๆ แล้วเรามักหลับโดยไม่รู้ตัว

จากการทดลองที่ใช้ขั้วไฟฟ้าติดไว้ที่ศีรษะของผู้เข้าร่วมการทดลอง คนถึง 65% บอกว่าพวกเขาไม่ได้หลับทั้ง ๆ ที่จริงแล้วพวกเขาเข้าสู่ภาวะหลับในขั้นแรกไปแล้ว

แต่ถึงแม้จะไม่หลับ การได้หลับตาพักแค่ 10-20 นาทีก็มีประโยชน์แล้ว

การพักที่ว่าเป็นประโยชน์สำหรับทั้งคนที่นอนหลับดีและนอนหลับไม่ดีในคืนก่อน

อย่างไรก็ดี เราไม่ควรนอนเกิน 20 นาทีสำหรับการงีบสั้น ๆ หรือ 90 นาทีสำหรับการงีบยาว ๆ เพราะเราไม่อยากจะให้ร่างกายรู้เซื่องซึมเมื่อตื่น

A woman asleep at her desk

ทางเลือกอื่น

ข้อมูลจากหลายเว็บไซต์แนะนำให้กินกาแฟก่อนจะงีบ เพราะว่าคาเฟอีนจะเริ่มออกฤทธิ์เมื่อเวลาผ่านไปราว 20 นาทีซึ่งก็คือเมื่องีบเสร็จพอดี

แต่ เมดนิกบอกว่านั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย เพราะการงีบคือการพยายามเพิ่มพลังงานให้ร่างกายโดยธรรมชาติ

A woman meditating

ย้อนไปเมื่อปี 2008 เมดนิกและเพื่อนนักวิจัยทดลองเปรียบเทียบความสามารถในการจดจำของคนที่ได้รับคาเฟอีน 200 มิลลิกรัมกับคนที่ได้งีบ 60-90 นาที

ผลการทดลองชี้ว่า การงีบทำให้คนสามารถจดจำอะไรได้ดีขึ้น ส่วนคาเฟอีนไม่มีผลอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นในเชิงบวกหรือเชิงลบ

อย่างไรก็ดี นักวิจัยพบว่าบางคนที่ไม่สามารถปรับตัวให้ชอบงีบได้ มันก็จะไม่มีผลดีต่อกระบวนการรับรู้ของพวกเขา

เมดนิกบอกว่า สำหรับคนที่ไม่ชอบงีบจริง ๆ ก็อาจจะมองหาทางเลือกอื่นได้ เช่นการออกไปเดิน ออกกำลังกาย หรือนั่งสมาธิ

………………

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...