โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เร่งแผนแม่บท "จุดตัดรถไฟ-ถนน" 2,943 แห่ง ลดอุบัติเหตุ-ภาระงบประมาณ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ธ.ค. 2564 เวลา 13.39 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2564 เวลา 01.26 น.

ความปลอดภัยเรื่องใกล้ตัว ว่าด้วย “จุดตัดรถไฟ”

ล่าสุด “พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์” รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เป็นเจ้าภาพสัมมนาโครงการศึกษาเพื่อลดอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ ครั้งที่ 2 เมื่อเร็ว ๆ นี้

แผนแม่บท 3 ระยะ

ทั้งนี้ โครงการศึกษาเพื่อลดอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ เป็นการร่วมมือระหว่างกรมการขนส่งทางราง และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เพื่อจัดทำฐานข้อมูลจุดตัด ทำเป็นแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการแก้ไขอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ แบ่งเป็น 3 ระยะ “เร่งด่วน-ระยะกลาง-ระยะยาว” ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนารถไฟทางคู่ และโครงการรถไฟความเร็วสูง

พร้อมทั้งจัดทำคู่มือมาตรฐานเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์จุดตัดทางถนนและทางรถไฟให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ตลอดจนพัฒนาคู่มือในการสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุเชิงลึกบริเวณจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ

6 ปีอุบัติเหตุ 357 ครั้ง

เปิดข้อมูล “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” มีโครงข่ายรถไฟระยะทาง 4,043 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 47 จังหวัด

ในจำนวนนี้มีจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ 2,943 แห่ง แบ่งเป็นจุดตัดต่างระดับ 599 แห่ง, จุดตัดเสมอระดับ 1,663 แห่ง, ทางลักผ่าน 485 แห่ง และจุดตัดที่ยกเลิกไป 196 แห่ง

จากสถิติอุบัติเหตุช่วงระหว่างปีงบประมาณ 2559-2564 พบว่า มีอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางถนนและทางรถไฟเกิดขึ้นกว่า 357 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 138 ราย ผู้บาดเจ็บ 353 ราย ยังไม่รวมผู้พิการจากอุบัติเหตุอีกจำนวนหลายราย

แน่นอนว่าตัวเลขดังกล่าว แสดงถึงความสูญเสียทั้งงบประมาณภาครัฐ และความสูญเสียต่อชีวิตของประชาชน ดังนั้น เพื่อลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียที่เกิดขึ้น

กระทรวงคมนาคมได้กำหนดให้โครงการก่อสร้าง “รถไฟทางคู่-รถไฟสายใหม่-รถไฟความเร็วสูง” มีการออกแบบแก้ไขปัญหาจุดตัดทางถนนและทางรถไฟให้เป็น “จุดตัดต่างระดับ” ทั้ง 1.สะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ 2.สะพานกลับรถข้ามทางรถไฟ 3.ทางลอดใต้ทางรถไฟ 4.สะพานรถไฟแบบยกระดับ

รวมทั้งยกเลิกจุดตัดทางผ่านที่อยู่ใกล้เคียงกัน ไปรวมใช้ทางผ่านต่างระดับ ด้วยการก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้สัญจร

ทำฐานข้อมูล-แอปจุดตัด

ในส่วนของจุดตัดทางถนนและทางรถไฟที่ไม่อยู่ในโครงการรถไฟทางคู่ จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดย “ขร.-กรมการขนส่งทางราง” ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนศึกษาเพื่อลดอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ

มีความคืบหน้าดำเนินการสำรวจจุดตัดทั่วประเทศทั้ง 2,943 แห่งแล้ว เก็บข้อมูลปริมาณการจราจร ความพร้อมใช้งานของไฟฟ้าส่องสว่าง สำรวจไฟกะพริบและเสียงแจ้งเตือน-ความสมบูรณ์ของผิวจราจร-ความลาดชันถนนที่เข้าสู่จุดตัด และองศาถนนบริเวณจุดตัด เป็นต้น

จากนั้นจะนำมาจัดลำดับความจำเป็นเร่งด่วน และจัดทำเป็นแผนแม่บท แผนปฏิบัติการในการปรับปรุงแก้ไขจุดตัด

ทั้งนี้ โครงการศึกษายังได้พิจารณาแนวทางในการปรับปรุงกฎหมาย และกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยบริเวณจุดตัด ตลอดจนจัดทำคู่มือการสอบสวนอุบัติเหตุเชิงลึก และนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาช่วยแก้ปัญหาจุดตัด เช่น การประสานบริษัทแผนที่นำทางเพื่อให้แจ้งเตือนผู้ขับขี่ยานพาหนะให้ทราบหากเส้นทางขับขี่มีจุดตัดอยู่ข้างหน้า

ควบคู่กับการจัดทำฐานข้อมูลจุดตัดทางรถไฟ และแอปพลิเคชั่นบนมือถือ สำหรับให้ประชาชนสามารถแจ้งผู้รับผิดชอบทราบ หากพบว่าไม้กั้นหรือสัญญาณไฟชำรุด รวมไปถึงเทคโนโลยีการติดตั้งกล้องวงจรปิด ที่มีระบบ AI เพื่อตรวจจับผู้ฝ่าฝืนเครื่องกั้นบริเวณจุดตัด เป็นต้น

รวมทั้งอยู่ระหว่างเตรียมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ข้ามหน่วยงาน ระหว่าง “กรมการขนส่งทางราง-กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย-กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น” ในการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางถนนและทางรถไฟเสมอระดับ เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

สัมมนา #3 “มีนาคม 65”

แผนงานในปี 2565 กรมการขนส่งทางรางเล็งเห็นว่า เพื่อให้ผลการศึกษามีความเหมาะสม สมบูรณ์ และสอดคล้อง

ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ จะมีการประชุมกลุ่มย่อยรับฟังความคิดเห็นรูปแบบการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางถนนและทางรถไฟในพื้นที่ส่วนภูมิภาค จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับภูมิภาค 5 ภาคในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2565

หลังจากนั้น จะนำข้อมูลมาปรับปรุงและจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 ในเดือนมีนาคม 2565 ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...