โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” เดินหน้าดันหยวนดิจิทัล เตรียมจ่ายดอกเบี้ย E-CNY หวังกระตุ้นการใช้งานทั่วประเทศ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 ธ.ค. 2568 เวลา 13.26 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2568 เวลา 06.26 น.

ธนาคารกลางจีน เตรียมให้ธนาคารพาณิชย์จ่ายดอกเบี้ยเงินหยวนดิจิทัลตั้งแต่ 1 ม.ค.2569 ยกระดับสถานะ E-CNY เทียบเงินฝากธนาคาร ในความพยายามเร่งการยอมรับ หลังโครงการพัฒนามานานเกือบทศวรรษ

วันที่ 29 ธันวาคม 2568 เวลา 11.19 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนเตรียมเริ่มจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินหยวนดิจิทัลอย่างเป็นทางการ ในความพยายามครั้งใหม่เพื่อกระตุ้นการใช้งาน หลังจากโครงการดังกล่าวใช้เวลาพัฒนาและทดสอบมานานเกือบหนึ่งทศวรรษ

หลู่ เหลย รองผู้ว่าการ People’s Bank of China (PBOC) ระบุในบทความที่เผยแพร่ผ่าน Financial News ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลจะเริ่มจ่ายดอกเบี้ยให้ลูกค้า ตามจำนวนเงินดิจิทัลที่ถือครองอยู่

มาตรการดังกล่าวถือเป็นก้าวล่าสุดของจีน ในฐานะหนึ่งในประเทศผู้นำของโลกด้านการพัฒนาเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) และจะเป็นการยกระดับกรอบกฎหมายและเทคนิคของเงินหยวนดิจิทัล ซึ่งเริ่มต้นโครงการมาตั้งแต่ปี 2557 ด้วยการให้สถานะทางกฎหมาย เทียบเท่าเงินฝากในธนาคารพาณิชย์

อย่างไรก็ดีการผลักดันเงินหยวนดิจิทัลของจีนยังเผชิญอุปสรรคหลายประการ แม้เงินดิจิทัลดังกล่าว ซึ่งมีชื่อทางการว่า E-CNY จะถูกทดลองใช้แล้วในมากกว่าครึ่งหนึ่งของมณฑลในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ยังไม่ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และยังไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้ผู้ใช้งานหันมาใช้อย่างแพร่หลาย ท่ามกลางการแข่งขันจากแพลตฟอร์มชำระเงินดิจิทัลรายใหญ่ที่มีอยู่แล้ว เช่น WeChat Pay และ Alipay

ความทะเยอทะยานของจีนในระดับนานาชาติก็ประสบอุปสรรคเช่นกัน โดยความพยายามสร้างแพลตฟอร์มชำระเงินข้ามพรมแดนแบบพหุภาคีในชื่อ mBridge ต้องสะดุดลงเมื่อปีที่แล้ว หลังจาก Bank for International Settlements (BIS) ถอนตัวออกจากโครงการ ท่ามกลางความกังวลว่าระบบดังกล่าวอาจถูกใช้เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย และอาจบ่อนทำลายบทบาทของเงินดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการเพิ่มดอกเบี้ยให้กับเงินหยวนดิจิทัลจะช่วยเร่งการยอมรับในวงกว้างได้มากเพียงใด โดยเฉพาะในบริบทที่จีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารรายใหญ่ลดลงเหลือเพียง 0.05% ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์ยังเผชิญแรงกดดันจากเงินฝากที่ไหลเข้าจำนวนมาก เนื่องจากครัวเรือนเพิ่มการออม ในช่วงที่การเติบโตของสินเชื่อชะลอลงสู่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนดูเหมือนจะเร่งเดินหน้าโครงการเงินหยวนดิจิทัลอย่างจริงจังมากขึ้น โดยในเดือนตุลาคม พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้บรรจุเป้าหมายการพัฒนา E-CNY อย่างมั่นคง ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปีฉบับถัดไป ขณะที่ในเดือนกันยายน PBOC ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการเงินหยวนดิจิทัลในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งรองรับระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน เทคโนโลยีบล็อกเชน และสินทรัพย์ดิจิทัล

แตกต่างจากสหรัฐและหลายประเทศที่เปิดรับ stablecoin ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกโดยภาคเอกชนและมีสินทรัพย์สภาพคล่องหนุนหลัง จีนเลือกเดินหน้าทุ่มสุดตัวกับเงินดิจิทัลที่ออกโดยรัฐอย่าง E-CNY โดยแม้ช่วงกลางปีจะมีสัญญาณว่าทางการจีนเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของ stablecoin แต่หน่วยงานกำกับดูแลก็ย้ำชัดว่ายังคงกังวลต่อความเสี่ยงด้านการเก็งกำไร การฉ้อโกง และเสถียรภาพทางการเงิน

หลู่ เหลย ระบุว่า ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จีนมีการทำธุรกรรมผ่านเงินหยวนดิจิทัลแล้ว 3.48 พันล้านรายการ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 16.7 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 2.38 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนว่าระบบเริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้น แม้เส้นทางสู่การใช้งานอย่างแพร่หลายยังไม่สิ้นสุด

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...