“จีน” เดินหน้าดันหยวนดิจิทัล เตรียมจ่ายดอกเบี้ย E-CNY หวังกระตุ้นการใช้งานทั่วประเทศ
ธนาคารกลางจีน เตรียมให้ธนาคารพาณิชย์จ่ายดอกเบี้ยเงินหยวนดิจิทัลตั้งแต่ 1 ม.ค.2569 ยกระดับสถานะ E-CNY เทียบเงินฝากธนาคาร ในความพยายามเร่งการยอมรับ หลังโครงการพัฒนามานานเกือบทศวรรษ
วันที่ 29 ธันวาคม 2568 เวลา 11.19 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนเตรียมเริ่มจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินหยวนดิจิทัลอย่างเป็นทางการ ในความพยายามครั้งใหม่เพื่อกระตุ้นการใช้งาน หลังจากโครงการดังกล่าวใช้เวลาพัฒนาและทดสอบมานานเกือบหนึ่งทศวรรษ
หลู่ เหลย รองผู้ว่าการ People’s Bank of China (PBOC) ระบุในบทความที่เผยแพร่ผ่าน Financial News ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลจะเริ่มจ่ายดอกเบี้ยให้ลูกค้า ตามจำนวนเงินดิจิทัลที่ถือครองอยู่
มาตรการดังกล่าวถือเป็นก้าวล่าสุดของจีน ในฐานะหนึ่งในประเทศผู้นำของโลกด้านการพัฒนาเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) และจะเป็นการยกระดับกรอบกฎหมายและเทคนิคของเงินหยวนดิจิทัล ซึ่งเริ่มต้นโครงการมาตั้งแต่ปี 2557 ด้วยการให้สถานะทางกฎหมาย เทียบเท่าเงินฝากในธนาคารพาณิชย์
อย่างไรก็ดีการผลักดันเงินหยวนดิจิทัลของจีนยังเผชิญอุปสรรคหลายประการ แม้เงินดิจิทัลดังกล่าว ซึ่งมีชื่อทางการว่า E-CNY จะถูกทดลองใช้แล้วในมากกว่าครึ่งหนึ่งของมณฑลในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ยังไม่ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และยังไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้ผู้ใช้งานหันมาใช้อย่างแพร่หลาย ท่ามกลางการแข่งขันจากแพลตฟอร์มชำระเงินดิจิทัลรายใหญ่ที่มีอยู่แล้ว เช่น WeChat Pay และ Alipay
ความทะเยอทะยานของจีนในระดับนานาชาติก็ประสบอุปสรรคเช่นกัน โดยความพยายามสร้างแพลตฟอร์มชำระเงินข้ามพรมแดนแบบพหุภาคีในชื่อ mBridge ต้องสะดุดลงเมื่อปีที่แล้ว หลังจาก Bank for International Settlements (BIS) ถอนตัวออกจากโครงการ ท่ามกลางความกังวลว่าระบบดังกล่าวอาจถูกใช้เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย และอาจบ่อนทำลายบทบาทของเงินดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการเพิ่มดอกเบี้ยให้กับเงินหยวนดิจิทัลจะช่วยเร่งการยอมรับในวงกว้างได้มากเพียงใด โดยเฉพาะในบริบทที่จีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารรายใหญ่ลดลงเหลือเพียง 0.05% ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์ยังเผชิญแรงกดดันจากเงินฝากที่ไหลเข้าจำนวนมาก เนื่องจากครัวเรือนเพิ่มการออม ในช่วงที่การเติบโตของสินเชื่อชะลอลงสู่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนดูเหมือนจะเร่งเดินหน้าโครงการเงินหยวนดิจิทัลอย่างจริงจังมากขึ้น โดยในเดือนตุลาคม พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้บรรจุเป้าหมายการพัฒนา E-CNY อย่างมั่นคง ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปีฉบับถัดไป ขณะที่ในเดือนกันยายน PBOC ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการเงินหยวนดิจิทัลในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งรองรับระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน เทคโนโลยีบล็อกเชน และสินทรัพย์ดิจิทัล
แตกต่างจากสหรัฐและหลายประเทศที่เปิดรับ stablecoin ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกโดยภาคเอกชนและมีสินทรัพย์สภาพคล่องหนุนหลัง จีนเลือกเดินหน้าทุ่มสุดตัวกับเงินดิจิทัลที่ออกโดยรัฐอย่าง E-CNY โดยแม้ช่วงกลางปีจะมีสัญญาณว่าทางการจีนเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของ stablecoin แต่หน่วยงานกำกับดูแลก็ย้ำชัดว่ายังคงกังวลต่อความเสี่ยงด้านการเก็งกำไร การฉ้อโกง และเสถียรภาพทางการเงิน
หลู่ เหลย ระบุว่า ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จีนมีการทำธุรกรรมผ่านเงินหยวนดิจิทัลแล้ว 3.48 พันล้านรายการ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 16.7 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 2.38 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนว่าระบบเริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้น แม้เส้นทางสู่การใช้งานอย่างแพร่หลายยังไม่สิ้นสุด
อ้างอิง : bloomberg.com