โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้น TFG ดิ่ง 11 % หลัง ก.ล.ต.สั่งปรับซีอีโอ 1.1 พันล้านบาท ฐานอินไซด์หุ้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ธ.ค. 2568 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2568 เวลา 03.44 น.

หุ้น TFG ดิ่ง 11 % หลัง ก.ล.ต.สั่งปรับซีอีโอ 1.1 พันล้านบาท ฐานอินไซด์หุ้น บริษัทเตรียมเรียกบอร์ดพิจารณาแนวทาง ตลท.ขึ้นเครื่องหมาย NP ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.เป็นต้นไป

วันที่ 30 ธ.ค.2568 ราคาหุ้นของบมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) ปรับตัวลงแรงรับข่าวซีอีโอถูกลงโทษทางแพ่ง ณ เวลาประมาณ 10.23 น.ราคาหุ้นไหลลงมาที่ 4.58 บาท(-0.62 บาท)ลดลง 11.92 %

ด้าน TFG แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.) เผยแพร่ข่าวการใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง กับ นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการบริษัท ในกรณีการใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้น ของบริษัท ผ่านทางเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา บริษัทได้รับทราบการใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งของสำนักงาน ก.ล.ต. ดังกล่าว และอยู่ระหว่างการพิจารณาหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงขอคำแนะนำจากฝ่ายกฎหมาย เพื่อปรึกษาหารือกับ สำนักงาน ก.ล.ต. ต่อไป

ทั้งนี้ บริษัท ได้รับแจ้งจากนายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับ สำนักงาน ก.ล.ต. ในเรื่องดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องเฉพาะตัว และไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยบริษัทจะเรียกประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาหารือในเรื่องดังกล่าว และพิจารณาแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป โดยบริษัทจะดำเนินการที่จำเป็นตามที่เห็นสมควรหรือเหมาะสมเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท

สำหรับปัจจุบัน บริษัทยังมีผู้บริหารและผู้มีอำนาจลงนามอีก 2 ท่าน คือ 1.นายเพชร นันทวิสัย 2.นางสาวศิริลักษณ์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ ที่ยังสามารถกำกับดูแลกิจการร่วมกับคณะกรรมการบริษัท โดยบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจได้ตามปกติและมุ่งมั่นสู่การบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ได้วางไว้ จึงขอผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายให้ความเชื่อมั่น และไว้วางใจบริษัท ว่าจะยังคงดำเนินธุรกิจและปฏิบัติตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนต่อไป

ขณะที่ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ขึ้นเครื่องหมาย NP หุ้น TFG วันที่ขึ้นเครื่องหมาย 30 ธ.ค. 2568 เนื่องจากบริษัทได้เปิดเผยผลกระทบกรณีสำนักงาน ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งต่อนายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งมีผลให้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนแล้ว อย่างไรก็ตาม บุคคลดังกล่าวยังไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งข้างต้น(รายละเอียดตามข่าวบริษัทวันที่ 30 ธันวาคม 2568) ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขึ้นเครื่องหมาย NP (NoticePending) และขอให้ผู้ลงทุนติดตามการพ้นสภาพจากตำแหน่งของ บุคคลดังกล่าว

สำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่าได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 และตรวจสอบเพิ่มเติม พบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ช่วงเดือนมีนาคม - สิงหาคม 2559 ผู้กระทำความผิดทั้ง 6 ราย ได้แก่

  • นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการของ TFG
  • นายนัฐวุฒิ เตียวสมบูรณ์กิจ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น TFG จำนวนเกินร้อยละ 5 ของทุนจดทะเบียน
  • นายวุฒิพงศ์ หวังสมบูรณ์ดี (หรือนายวุฒิพงศ์ รัตนานนท์)
  • นางสาวพนิดา ตรงธรรมกิจ
  • นางสาวกัญญารัตน์ ตรงธรรมกิจ
  • นางสาววรนาถ หวังสมบูรณ์ดี

ได้ซื้อหุ้น TFG และ TFG-W1 โดยอาศัยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปี 2559 ของ TFG ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยไตรมาสที่ 1 ปี 2559 มีกำไรสุทธิ 200.81 ล้านบาท และไตรมาสที่ 2 ปี 2559 มีกำไรสุทธิ 670.73 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่มีสาระสำคัญด้านบวกต่อราคาหุ้น TFG ที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อประชาชนเป็นการทั่วไป หรือ สนับสนุนการซื้อหุ้น TFG และ TFG-W1 โดยใช้ข้อมูลภายในดังกล่าวใน 2 ช่วงเวลา แล้วแต่กรณี ดังนี้

ช่วงเกิดเหตุที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม - 12 พฤษภาคม 2559

นายวินัยร่วมกับนายนัฐวุฒิ ได้ซื้อหุ้น TFG โดยใช้ข้อมูลภายในเกี่ยวกับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 2559 ของ TFG ในบัญชีซื้อขายของนายวินัยและนายนัฐวุฒิ รวมทั้งนายวินัยได้ซื้อหุ้น TFG โดยใช้ข้อมูลภายในดังกล่าวในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนายวุฒิพงศ์ และ นางสาวพนิดา

โดยนายวินัยเป็นผู้รับประโยชน์ที่เกิดขึ้นในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าว อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 241 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) ที่ใช้บังคับในขณะกระทำความผิด หรือ มาตรา 241 ประกอบมาตรา 241 วรรคสอง (2) แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ (แล้วแต่กรณี) ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ส่วนนายวุฒิพงศ์ และ นางสาวพนิดา ได้ช่วยเหลือหรือสนับสนุนนายวินัยในการซื้อหุ้น TFG โดยใช้ข้อมูลภายในดังกล่าว อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 241 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ช่วงเกิดเหตุที่ 2 ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม - 10 สิงหาคม 2559 (ช่วงเช้า)

นายวินัย ร่วมกับ นายนัฐวุฒิ ได้ซื้อหุ้น TFG และ TFG-W1 โดยใช้ข้อมูลภายในเกี่ยวกับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2559 ของ TFG ในบัญชีซื้อขายของนายนัฐวุฒิ และ นายวินัยได้ซื้อหุ้น TFG และ TFG-W1 ใช้ข้อมูลภายในดังกล่าว

ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลอีก 4 ราย ได้แก่ นายวุฒิพงศ์ นางสาวพนิดา นางสาวกัญญารัตน์ และ นางสาววรนาถ การกระทำของนายวินัย และ นายนัฐวุฒิเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 241 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ที่ใช้บังคับในขณะกระทำความผิด หรือ มาตรา 241 ประกอบมาตรา 241 วรรคสอง (2) แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ (แล้วแต่กรณี) ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ส่วนนายวุฒิพงศ์ นางสาวพนิดา นางสาวกัญญารัตน์ และ นางสาววรนาถ ได้ช่วยเหลือ หรือ สนับสนุนนายวินัยในการซื้อหุ้น TFG และ TFG-W1 โดยใช้ข้อมูลภายในดังกล่าว อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 241 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

การกระทำของผู้กระทำความผิดทั้ง 6 รายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 241 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ มีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน ซึ่งเป็นเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะกระทำความผิด และ ปัจจุบันพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ซึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ 5) ยังคงบัญญัติให้การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 242 และ มีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน

ทั้งนี้ บทเฉพาะกาลมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ซึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ 5 กำหนดให้รัฐสามารถนำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 6 รายได้ โดยโทษที่จะกำหนดแก่บุคคลทั้ง 6 ราย ต้องไม่เกินกว่าอัตราโทษที่กฎหมายบัญญัติในขณะกระทำความผิด กล่าวคือ ให้ชำระค่าปรับทางแพ่ง และ ชดใช้เงินในจำนวนที่เท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ (ถ้ามี)

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) จึงมีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 6 ราย สำหรับการกระทำความผิดทั้ง 2 ช่วงเวลา ดังนี้

  • ให้นายวินัย ชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้เงินในจำนวนที่เท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ รวมจำนวน 1,122,195,148.15 บาท
  • ให้นายนัฐวุฒิ ชำระค่าปรับทางแพ่ง จำนวน 1,000,000 บาท
  • ให้นายวุฒิพงศ์ นางสาวพนิดา ชำระค่าปรับทางแพ่ง รายละ 666,666.66 บาท
  • ให้นางสาวกัญญารัตน์ และนางสาววรนาถ ชำระค่าปรับทางแพ่ง รายละ 333,333.33 บาท

มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ได้แก่ การให้ชำระค่าปรับทางแพ่งและชดใช้เงินในจำนวนที่เท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ ดังกล่าวข้างต้น จะมีผลเมื่อผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ โดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด

ทั้งนี้ เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับ หรือ พึงได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง

การที่ ค.ม.พ. เห็นควรให้นำมาตรการลงโทษปรับทางแพ่งมาใช้บังคับกับนายวินัย ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทจดทะเบียนเป็นเหตุให้นายวินัยเป็นผู้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนตามข้อ 3(2) และข้อ 5(2) ของประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 3/2560 เรื่อง การกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท ลงวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560 (ประกาศ ที่ กจ. 3/2560) ทำให้นายวินัยต้องพ้นจากการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียน

โดย ก.ล.ต. อาศัยอำนาจตามข้อ 6(2) ของประกาศ ที่ กจ. 3/2560 กำหนดระยะเวลาขาดความน่าไว้วางใจเนื่องจากการกระทำความผิดจำนวน 2 กระทงข้างต้น เป็นเวลารวม 40 เดือน นับแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...