“ราคาทองแดง” พุ่งแรงกว่า 20% ในสองเดือน ตลาดเก็งการผลิตโลกตึงตัว
"ราคาทองแดง" พุ่งแรงกว่า 20% ในสองเดือน ตลาดเก็งการผลิตโลกตึงตัว ขณะที่อะลูมิเนียม–ดีบุกทำระดับสูงสุดในรอบหลายปี
วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 10.14 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาทองแดง ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่โลหะพื้นฐาน (base metals) เปิดสัปดาห์ด้วยทิศทางเชิงบวก จากความกังวลด้านอุปทานและค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดงอายุ 3 เดือนในตลาดลอนดอนปรับขึ้นสูงสุดถึง 1.5% แตะระดับ 13,195 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่อะลูมิเนียมและดีบุกซื้อขายที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 ทองแดงซึ่งใช้ในสายไฟและสายเคเบิล ปรับตัวขึ้นแล้วมากกว่า 20% นับตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน จากการคาดการณ์ว่า โลหะจำนวนมากจะถูกส่งไปยังสหรัฐ ก่อนที่รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์จะตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้า ซึ่งอาจทำให้ภูมิภาคอื่นของโลกเผชิญภาวะอุปทานตึงตัว
นักลงทุนยังต้องประเมินผลกระทบจากกรณีที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐขู่ว่าจะดำเนินคดีอาญากับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ที่พยายามแทรกแซงการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ย สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และช่วยหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์
ตลาดโลหะปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นปี โดยดัชนี LMEX Index ซึ่งสะท้อนภาพรวมโลหะพื้นฐาน ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 ถือเป็นช่วงขาขึ้นที่ยาวที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม นักลงทุนแห่เข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่จับต้องได้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของสหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และการแตกตัวของห่วงโซ่อุปทานโลก โดยทองแดงทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่อะลูมิเนียมและนิกเกิลพุ่งแรงในวันศุกร์
ปริมาณทองแดงที่ถูกเก็บในคลังสินค้าที่ติดตามโดยตลาด Comex ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของสต็อกทองแดงโลก เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 42 ติดต่อกัน และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
เมื่อเวลา 11.14 น. ตามเวลานครเซี่ยงไฮ้ ราคาทองแดงในตลาดโลหะลอนดอน (LME) ปรับขึ้น 0.9% มาอยู่ที่ 13,116.50 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนโลหะอื่น ๆ อะลูมิเนียมเพิ่มขึ้น 0.7% มีแนวโน้มปิดตลาดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 หลังรัสเซียบุกยูเครน ขณะที่ราคาดีบุกปรับขึ้นมากกว่า 3% ส่งผลให้ราคาดีบุกตั้งแต่ต้นปีนี้ปรับตัวขึ้นแล้วรวม 16%
อ้างอิง : bloomberg.com