‘รู้สึกเกะกะในที่ทำงาน’ ปัญหาที่ Gen Z เจอในโลกการทำงาน และยังไม่รู้ว่าควรยืนตรงไหนของระบบ
ก่อนจะเรียนจบ หลายคนอาจตื่นเต้นกับชีวิตนอกรั้วมหาลัย เริ่มจินตนาการถึงชีวิตที่แท้จริง มีความรู้สึกว่าเรากำลังจะกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว เข้าสู่ช่วงชีวิตที่ใครๆ ก็เรียกว่า คนวัยทำงาน
แต่พอเอาเข้าจริง สิ่งที่เจอในโลกการทำงานกลับมีแต่ความเคว้งคว้าง ความงง ที่มาพร้อมกับคำถามว่า ‘เราควรวางตัวเองไว้ตรงไหน หรือยืนอยู่ตรงไหนของระบบกันแน่’
รู้สึกเกะกะในที่ทำงาน ปัญหาที่เด็กเจน Z มักเผชิญเมื่อก้าวเข้าสู่โลกการทำงานใหม่ ๆ นั่งเฉย ๆ ก็รู้สึกผิด ลุกขึ้นมาทำงานก็กลัวทำพลาด หรือพูดอะไรกับใครก็กลัวถูกมองว่าไม่มืออาชีพ เด็กจบใหม่จึงเหมือนถูกทิ้งไว้กลางเกาะโดยไม่มีคู่มือเอาชีวิตรอด ไม่รู้ควรจะเริ่มก่อไฟ หาอาหารอย่างไรดี ในฐานะเด็กจบใหม่ด้วยกัน จึงอยากรื้อตะเข็บหาสาเหตุว่า ทำไมเด็กจบใหม่ส่วนใหญ่จึงรู้สึกเช่นนี้
สังคมวัยเรียนกับวัยทำงานต่างกันลิบลับ
ในรั้วมหาวิทยาลัย สังคมออกแบบมาให้ยืดหยุ่น อาจโดดเรียนได้บ้างแต่ก็ยังเอาตัวรอดได้ หรือเรียนหนักแค่ไหนก็มีเพื่อนที่ร่วมชะตากรรมไปด้วยกัน ชีวิตนักเรียนมีกสาละวนอยู่กับการพรีเซนต์ ควิซ สอบไฟนอล ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือ ต้องสอบให้ผ่าน และดันตัวเองเรียนให้จบ
แต่เมื่อเข้าสู่โลกของการทำงาน ทุกอย่างเปลี่ยนไปทันที เหมือนได้เจอสังคมใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ และต้องปรับตัวครั้งใหญ่ จากเดิมที่ชีวิตเคยยืดหยุ่นตามความสะดวกของตนเอง ตอนนี้กลับทำตามใจไม่ได้แล้ว ต้องปรับตารางชีวิตของตนเองให้เข้ากับงานที่ต้องทำ
เคยมีคนบอกว่า ในวัยเรียนนั้น ผลลัพธ์ของความพยายามตกอยู่กับคุณเพียงคนเดียว แต่ในที่ทำงานนั้นจะต้องรับผิดชอบทั้งงานของตัวเอง และความสำเร็จของทีมไปพร้อมกันด้วย ซึ่งก็ดูจะเป็นเรื่องจริง
บทบาทไม่ชัดเจน แต่ความคาดหวังสูง
ในสังคมวัยเรียน เรามีคู่มือคอยไกด์ให้ว่าควรเดินไปทางไหนดี เราอยู่ในบทบาทที่กำลังเรียนรู้ และด้วยสถานะนักศึกษา ทำให้เราสามารถหลงทางได้ไม่รู้จบ ความผิดพลาดเป็นเรื่องที่ปกติ และหากพลาดแล้วก็แก้ใหม่ได้ เพราะทุกคนเข้าใจตรงกันว่าเรายังอ่อนประสบการณ์
แต่พอเรียนจบ ใบอนุญาตให้ผิดพลาดนั้นอันตรธานหายไปแทบจะทันที เหมือนกับถูกโยนออกจากระบบที่ให้เราลองผิดลองถูก กลับกลายเป็นว่าต้องลองทำทุกอย่างด้วยตัวเอง และถูกคาดหวังให้รู้พร้อมทุกเรื่อง
ความไม่รู้นี้อาจทำให้เรารู้สึกสับสน กลัวความผิดพลาด และตั้งคำถามกับตัวเองว่า ที่ยืนอยู่ตอนนี้ ใช่ที่ของเราหรือเปล่า
ยังไม่คุ้นชินกับ ‘ภาษา’ ในโลกของการทำงาน
สิ่งที่หลายคนจดจำจากมหาวิทยาลัยคือ เพื่อนที่ได้พบโดยบังเอิญตอนปฐมนิเทศเจอกันระหว่างเดินไปเรียนหรือกินข้าวโรงอาหารและคุยกันถูกคอ
ในวัยเรียน เราอยู่ท่ามกลางคนวัยเดียวกัน ความสนใจคล้ายกันมีประสบการณ์ของความไม่รู้อยู่ในระดับเดียวกัน จึงสามารถปรึกษาพูดคุยกันได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก และไม่ต้องเกร็งว่าจะโดนมองไม่ดี
แต่พอเข้าสู่วัยทำงาน ทุกบทสนทนาที่จะพูดออกมาต้องคิดแล้วคิดอีก ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยคนต่างวัย ต่างตำแหน่ง ต่างประสบการณ์ หากพูดมากไป ก็กลัวถูกหาว่าไม่มืออาชีพ หากพูดน้อยไป ก็กลัวถูกหาว่าไม่ใส่ใจกับงานที่ทำ หลายครั้ง Gen Z เลือกที่จะเงียบไว้ก่อน เพราะการเงียบดูปลอดภัยกว่าการพูดผิด แต่ความเงียบนั้นกลับทำให้เราถูกมองว่าไม่กล้า หรือไม่ค่อยมีตัวตนในทีม ทั้งที่ในหัวอาจกำลังคิดและพยายามทำความเข้าใจอย่างหนัก
ความรู้สึกห่างเหินที่เหมือนต้องเดาใจตลอดเวลา อาจทำให้เรารู้สึกไม่เชื่อมโยงกับคนอื่นๆ และเริ่มรู้สึกเกะกะในที่ทำงาน ไม่รู้ว่าที่ทางของตัวเองอยู่ตรงไหน
แล้วเราควรจะจัดการอย่างไรกับความรู้สึกนี้ดี
ก่อนอื่นอาจต้องยอมรับว่า ความรู้สึกสับสนหลังจากก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย ไม่ได้หมายความว่าเราไม่เก่ง แต่นี่คือช่วงรอยต่อที่ระหว่างทางอาจมีช่วงขรุขระไปบ้าง เราอาจต้องให้เวลาตัวเองในการปรับตัว ไม่จำเป็นต้องเก่งทันที แต่อนุญาตให้ตัวเองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ภาษาใหม่ๆ ในโลกของการทำงาน
ขณะเดียวกัน การตั้งเป้าหมายในการทำงานก็ดูจะสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้รู้ว่าควรเดินไปทางไหนต่อ และเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง เพราะแต่ละก้าวที่ผ่านมาในชีวิต ล้วนเป็นหลักฐานว่า เรามีความสามารถในการเรียนรู้และเอาตัวรอดมากกว่าที่คิด
ที่มา