โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เตือน 'ทรัมป์' เล็งฮุบ 'กรีนแลนด์' หวังแร่สำคัญ ท้าชนอำนาจผูกขาดจีน

SpringNews

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความสนใจที่เพิ่มขึ้นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ต่อกรีนแลนด์ ได้ทำให้ทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญที่แทบจะยังไม่ได้ถูกแตะต้องของดินแดนแห่งนี้ถูกจับตามองมากขึ้น ท่ามกลางความเป็นกังวลของผู้เชี่ยวชาญส่วนจำนวนที่มากมองว่าแร่ธาตุเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของการยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

ข้อมูลจากองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า แร่ธาตุสำคัญถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตแห่งพลังงานสีเขียว โดยูกใช้ใช้ในเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น กังหันลมและยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

การได้ครอบครองกรีนแลนด์อาจช่วยให้สหรัฐฯ ลดการพึ่งพาแร่ธาตุดังกล่าวจากจีนได้ แต่แผนของทรัมป์จะง่ายดายอย่างนั้นจริงหรือไม่?

แร่ธาตุสำคัญของกรีนแลนด์

ผลการสำรวจในปี 2023 ระบุว่า แร่ธาตุสำคัญ 25 ชนิดจาก 34 ชนิดที่คณะกรรมาธิการยุโรปจัดให้เป็นวัตถุดิบสำคัญ พบได้ในกรีนแลนด์ และคาดว่าถือครองแร่ออกไซด์ของธาตุหายากอยู่ที่ระหว่าง 36 – 42 ล้านเมตริกตัน ทำให้ดินแดนกึ่งปกครองตนเองแห่งนี้เปป็นแหล่งสำรองที่มีขนาดใหญ่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน

IEA ระบุว่า ลิเธียม นิกเกิล โคบอลต์ แมงกานีส และกราไฟต์ถือเป็นแร่ธาตุที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ในขณะที่แร่หายากถูกนำไปใช้ในการแม่เหล็กพลังสูงที่พบในกังหันลมและมอเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ โครงข่ายไฟฟ้ายังต้องการอะลูมิเนียมและทองแดงในปริมาณมหาศาล

ตลาดแร่ธาตุหายากทั่วโลกกำลังเติบโตขึ้นควบคู่ไปกับการขยายตัวของพลังงานสีเขียวและคาดว่าจะมีมูลค่าสูงกว่า 6,500 ล้านยูโร (2.39 แสนล้านบาท) ในปีนี้ ทำให้ “กรีนแลนด์” ดึงดูดความสนใจจากสหรัฐฯ เป็นพิเศษ เนื่องจากปัจจุบันอเมริกาต้องพึ่งพาการนำเข้า 100% สำหรับแร่ธาตุ 12 ชนิดที่สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (USGS) ถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ

การเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้อาจช่วยให้สหรัฐฯ ลดการพึ่งพาจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้แปรรูปแร่ธาตุหายากมากกว่า 90% ของโลก และจะช่วยเพิ่มอำนาจให้สหรัฐฯ ในขณะที่ความต้องการพุ่งสูงขึ้นด้วย

ข้อมูลจาก Centre for Strategic and International Studies (CSIS) ระบุว่า สหรัฐฯ ไม่อาจรักษาความเป็นผู้ดำด้านความมั่นคงแห่งชาติ ความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจหรือความยืดหยุ่นด้านพลังงานไว้ได้ หากยังคงต้องพึ่งพาปรปักษ์ต่างชาติในเรื่องแร่ธาตุสำคัญ

นี่เป็นปัญหาที่ ทรัมป์พยายามจะจัดการแก้ไขมานับตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งสมัยแรกและในเดือนมีนาคม ปี 2025 ผู้นำสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกันรายนี้ได้ด้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อดำเนินการใช่มาตรการเร่งด่วนในการเพิ่มการผลิตแร่ธาตุของอเมริกาให้ถึงระดับสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังใช้กฎหมายการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ (Defense Production Act) เปิดทางมอบเงินกู้กระตุ้นอุตสาหกรรมเหมืองแร่ภายในประเทศและลดขั้นตอนทางราชการที่ถ่วงการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ รวมถึง อนุญาตให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางจัดลำดับความสำคัญกับการใช้ที่ดินของรัฐเพื่อการทำเหมืองเหนือการใช้งานในวัตถุประสงค์อื่น

ในปีที่แล้ว ทรัมป์ยังลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารที่มุ่งยกระดับการทำเหมืองใต้ทะเลลึก ทั้งในน่านน้ำของสหรัฐฯ และน่านน้ำสากล ในขณะที่อเมริกากำลังเร่งเพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในการแสวงหาแร่ธาตุใต้ทะเลอย่างมีความรับผิดชอบ

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ยังได้บรรลุข้อตกลงกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งถือครองโคบอลต์มากกว่า 70% ของโลก เมื่อเดือนที่แล้ว โดยความร่วมมือนี้จะเพิ่มระดับการลงทุนของภาคเอกชนสหรัฐฯ ในภาคการทำเหมือง ควบคู่ไปกับการยึดหลักการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ธาตุอย่างมีความรับผิดชอบ

ต้องการทำเหมืองในกรีนแลนด์จริงหรือ?

ปัจจุบันกรีนแลนด์ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับรองรับการทำเหมืองในระดับอุตสาหกรรม และเนื่องจากสภาพอากาศที่โหดร้าย จึงทำให้สามารถทำเหมืองได้เพียง 6 เดือนต่อปีเท่านั้น

นักวิเคราะห์ประเมินว่าการสกัดแร่ธาตุในกรีนแลนด์จะต้องใช้ต้นทุนหลายพันล้าน หลายพันล้าน และหลายพันล้าน รวมถึง จะเป็นฝันร้ายด้านโลจิสติกส์

ฉากบังหน้าของแผนการอื่น?

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าไม่ควรตีความความสนใจของทรัมป์ที่มีต่อกรีนแลนด์ผ่านมุมมองด้านนโยบายสภาพภูมิอากาศหรือการเปลี่ยนผ่านสีเขียวเพียงอย่างเดียว โดยระบุว่า แม้แร่ธาตุสำคัญจะปรากฎให้เห็นอย่างโดดเด่นในวาทกรรมของสหรัฐฯ แต่สิ่งนี้ก็ไม่ใช่แรงขับเคลื่อนหลักที่อยู่เบื้องหลังการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หันมาให้ความสำคัญกับดินแดนนี้อีกครั้ง

ไฮล์มันน์ กล่าวว่า สิ่งนี้ทำให้เหลือปัจจัยสุดท้าย ซึ่งอาจน่ากลัวที่สุด และสำคัญที่สุด นั่นคือการขยายดินแดนของสหรัฐฯ แนวคิดเรื่องโชคชะตาที่ถูกลิขิตไว้ซึ่งถูกกล่าวถึงในสุนทรพจน์ของทรัมป์ พร้อมเสริมว่า เราเริ่มมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ว่านี่คือปัจจัยหลัก ซึ่งสำหรับกรีนแลนด์ เดนมาร์ก และสหภาพยุโรปแล้วเป็นสิ่งที่ไม่อาจเจรจาต่อรองกันได้

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ ก็เน้นว่า แม้นโยบายสภาพภูมิอากาศอาจไม่ได้สร้างแรงจูงใจให้ทรัมป์เป็นการส่วนตัว แต่การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมกำลังปรับเปลี่ยนบริบทเชิงกลยุทธ์ที่ใช้การตัดสินใจ

ยาค็อบ เดรเยอร์ นักวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศและการเมืองความมั่นคงจากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนของเนเธอร์แลนด์ชี้ให้เห็นว่า ภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนผ่านสีเขียวกำลังเปลี่ยนแปลงตรรกะทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาร์กติก

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า เราไม่สามารถเข้าใจพลวัตนี้ได้อย่างถ่องแท้ หากไม่พิจารณาภาวะโลกร้อนและผลกระทบของการเปลี่ยนผ่านสีเขียวต่อเศรษฐกิจโลก พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า ด้วยอุณหภูมิของภูมิภาคอาร์กติกที่อบอุ่นเร็วขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกราว 3 – 4 เท่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นอาจเปิดเส้นทางกงารเดินเรือใหม่และลดอุปสรรคในการสกัดทรัพยากรเมื่อแผ่นน้ำแข็งของกรีนแลนด์ละลาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...