’กรมเจ้าท่า’สั่งเร่งสอบเหตุสปีดโบ๊ทชนเรือประมงนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 1 ราย
’กรมเจ้าท่า‘ สั่งสอบสวนอุบัติเหตุทางน้ำบริเวณเกาะพีพี เรือสปีดโบ๊ทจากภูเก็ตพุ่งชนเรือประมงขณะลากอวน ส่งผลให้เรือโดยสารจม นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 1 ราย พร้อมเข้มมาตรการป้องกันกระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย เตรียมเรียกผู้ประกอบการอบรมเรื่องความปลอดภัย
11 ม.ค.2569-นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ได้รับรายงานจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 (กบ.) แจ้งว่า เจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือเกาะพีพีได้รับแจ้งเหตุเรือประมงชนกับเรือบรรทุกคนโดยสารประเภทสปีดโบ๊ท บริเวณใกล้เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ส่งผลให้เรือโดยสารอับปางและจมลงในทะเล ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดขึ้นจากน้ำอย่างปลอดภัย และนำตัวส่งโรงพยาบาลเกาะพีพีทันทีเบื้องต้นมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 1 ราย
ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า เรือทั้งสองลำเดินทางออกมาจากจังหวัดภูเก็ต กรมเจ้าท่าจึงประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 (ภูเก็ต) ซึ่งได้รับรายงานว่า เรือโดยสารที่ประสบเหตุเป็นเรือสปีดโบ๊ทชื่อ “กรวิชญ์ มารีน 888” หมายเลขทะเบียน 665100308 ขนาด 23.18 ตันกรอส ขณะเกิดเหตุมีคนอยู่บนเรือทั้งหมด 55 คน แบ่งเป็นคนประจำเรือ 3 คน และผู้โดยสาร 52 คน ออกเดินทางจากท่าเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อนำนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวบริเวณเกาะพีพี
ส่วนเรือประมงคชื่อ “พิชัยสมุทร 1” หมายเลขทะเบียน 238306458 ได้แจ้งออกทำการประมงจากศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า–ออกเรือ (PIPO) จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 มีคนประจำเรือและแรงงานประมงรวม 10 คน โดยขณะเกิดเหตุเรือประมงกำลังลากอวนทำการประมงอยู่ในพื้นที่ โดยอุบัติเหตุเกิดขึ้นบริเวณพิกัด 7°40.670’ เหนือ และ 98°42.14’ ตะวันออก ใกล้เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า เรือสปีดโบ๊ทได้ขับเข้าไปชนกับเรือประมงที่กำลังลากอวน ส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรง และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย
สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุ เบื้องต้นพบว่าคือความประมาทของผู้ควบคุมเรือสปีดโบ๊ท ซึ่งขับเรือเข้าไปใกล้เรือประมงมากเกินไป ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวมีคลื่นลมแรง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ทำให้การควบคุมเรือในระยะใกล้เป็นไปได้ยาก เมื่อเรือเสียหลักจึงพุ่งเข้าชนเรือประมงอย่างรุนแรง ผู้ควบคุมเรืออาจประเมินสถานการณ์ผิดพลาด แม้จะมีประสบการณ์ในการเดินเรือ แต่การตัดสินใจเฉพาะหน้าอาจจะคลาดเคลื่อน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทัน จนนำไปสู่อุบัติเหตุและความสูญเสียในครั้งนี้
“ขณะที่ผู้ควบคุมเรือสปีดโบ๊ทอยู่ภายใต้การควบคุมของพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเข้ามาดูแลในประเด็นการสอบสวน การเยียวยา รวมถึงเรื่องประกันภัยและการช่วยเหลือผู้เสียชีวิต”นายกริชเพชร กล่าว
นายกริชเพชร กล่าวว่าสำหรับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากความสูญเสียต่อชีวิตนักท่องเที่ยวแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก กรมเจ้าท่าได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวด โดยจะสอบสวนผู้ควบคุมเรืออย่างละเอียด หากผลสอบสวนชี้ชัดว่าเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จะมีการลงโทษตามกฎหมาย รวมถึงการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับเรือที่เกิดเหตุทันที
“ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต กระบี่ และพังงา จัดประชุมเร่งด่วนร่วมกับผู้ประกอบการและผู้ควบคุมเรือ เพื่อสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัย เน้นย้ำเรื่องการไม่ประมาทในการเดินเรือ และให้เห็นถึงผลกระทบและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจเพียงเล็กน้อย โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการย้ำมาตรการเพิ่มเติมจากที่เคยดำเนินการไปแล้วก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูท่องเที่ยว(ไฮซีซัน)”นายกริชเพชร กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราเรือก่อนออกจากท่า ตรวจสอบความพร้อมของเรือ อุปกรณ์ความปลอดภัย และความเหมาะสมของสภาพอากาศอย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางน้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในระยะยาว.