โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เร่งล่า! กลุ่มคนร้ายวางระเบิดท่อลงน้ำมัน ก่อนเผาหัวจ่าย-ร้านสะดวกซื้อ ตร. เร่งเช็กวงจรปิด หาเส้นทางหลบหนี

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เร่งล่า! กลุ่มคนร้ายวางระเบิดท่อลงน้ำมัน ก่อนเผาหัวจ่าย-ร้านสะดวกซื้อ ตร. เร่งเช็กวงจรปิด หาเส้นทางหลบหนี ผบ.ตร. สั่งด่วน รอง ผบ.ตร. - ภ.9 เร่งสืบสวนสอบสวน ล่ากลุ่มคนร้ายวางระเบิด เผา 11 ปั๊ม ชายแดนใต้ กำชับการข่าวเข้ม ยกระดับดูแลความปลอดภัย ส่งกำลังใจตำรวจใต้ ย้ำสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

วันที่ 11 ม.ค. 2569 จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด และลอบวางเพลิง ปั๊มน้ำมัน พร้อมกันทั้ง 2 แห่ง ในพื้นที่ จ.ปัตตานี ประกอบด้วย ปั๊มน้ำมัน บานา อ.เมือง และปั๊มน้ำมัน กะพ้อ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี จนได้รับความเสียหายทั้ง 2 แห่ง เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา นอกจากนี้พื้นที่นราธิวาสและยะลา พบปั๊มน้ำมันโดนวางระเบิดและวางเพลิงอีก 9 แห่งเช่นกัน

ล่าสุด ที่ปั๊ม บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ยังคงปิดกั้นพื้นที่ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ เพื่อเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณท่อลงน้ำมันสำหรับเก็บน้ำมัน ถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหาย นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้กำแพง ซึ่งอยู่ใกล้กับท่อลงน้ำมันพังลงมา กระจกของตู้แคชเชียร์แตกหลายแห่ง ตู้จ่ายน้ำมันถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย รวมถึงอาคารร้านค้านต่างๆ ที่อยู่ในปั๊มน้ำมันได้รับความเสียหายเช่นกัน

เบื้องต้น คนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ลอบนำระเบิดแสวงเครื่องเข้ามาวางไว้บนท่อลงน้ำมันสำหรับเก็บน้ำมัน คนร้ายหวังให้แรงระเบิดทำลายฝาท่อ เพื่อให้เกิดเพลิงไหม้ที่เก็บน้ำมัน หวังให้เกิดเพลิงไหม้ แต่โชคดีแรงระเบิดไม่สามารถทำลายได้ ทำให้ไม่เกิดเพลิงไหม้ตามที่คนร้ายต้องการ มีเพียงกำแพง และอาคารซึ่งอยู่ภายในปั๊มน้ำมันได้รับความเสียหายเท่านั้น ส่วนที่สถานีปั๊มน้ำมัน กะพ้อ คนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน คาดว่าไม่ต่ำกว่า 5 คน พร้อมอาวุธปืน กระจายกำลัง พร้อมทั้งนำน้ำมันบรรจุขวด คนร้ายกลุ่มแรกเดินไปยังร้านสะดวกซื้อ และอีกกลุ่มก็ไปยังหัวจ่ายน้ำมัน ซึ่งอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน ก่อนที่คนร้ายทั้ง 2 กลุ่มจะใช้น้ำมันราดทั้ง 2 จุดพร้อมกัน จนเกิดเพลิงลุกไหม้ สร้างความเสียหายให้กับปั๊มน้ำมันอย่างหนัก จากนั้นคนร้ายจึงได้ล่าถอยไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามสถานีปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ รวมถึงเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย พร้อมทั้งได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการด่วนให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (ด้านความมั่นคง) ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ผบ.ศปก.ตร.สน.) และ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เร่งตรวจสอบและสืบสวนสอบสวนเหตุกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิด วางเพลิง ปั๊มน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน รวม 11 แห่ง ในพื้นที่ จ.ยะลา นราธิวาส และปัตตานี เหตุเกิดตั้งแต่เวลา 00.55 ของวันที่ 11 มกราคม 2569 ต่อเนื่องหลายพื้นที่ ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อได้รับความเสียหาย เบื้องต้นเป็นเหตุให้มีประชาชนและตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 ราย

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร. กำชับให้ติดตามกลุ่มคนร้ายก่อความไม่สงบมาดำเนินคดีโดยเร็ว ย้ำให้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ โดยรับรายงานเบื้องต้นว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ สร้างสถานการณ์ความรุนแรงในคืนก่อนเลือกตั้ง อบต. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้าในหลายจุด ขณะที่ ผบ.ตร.ย้ำให้ตำรวจทุกหน่วยในพื้นที่ ทั้งตำรวจภูธรจังหวัด และตำรวจตระเวนชายแดน สืบสวนติดตามการข่าวอย่างเข้มข้น ยกระดับดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทุกมิติ รักษาความสงบในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ขณะเดียวกัน ผบ.ตร.ห่วงใยตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนาย ฝากกำลังใจให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง พร้อมให้ผู้บังคับบัญชากวดขันในเรื่องมาตรการความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกนาย และให้เข้าไปดูแลสร้างขวัญกำลังใจอย่างใกล้ชิด

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ระเบิดและวางเพลิง 11 จุด เป็นเหตุให้ ร.ต.อ.ประสิทธิ์ บำรุง รอง สวป.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ที่เข้าไปตรวจสอบเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน สาขาตันหยงมัส ในพื้นที่ สภ.ระแงะ ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ สั่งการให้ดูแลด้านการรักษาพยาบาล และดูแลสวัสดิการอย่างเต็มที่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...