ทำไม ปี 2026 จึงอาจเป็นปีเต็มไปด้วยความผันผวน “การค้าโลก”
แม้ "การค้าโลก" ปี 2025 ยังประคองตัวได้ แต่แรงสั่นสะเทือนจากกำแพงภาษีสหรัฐ การเดินเรือ เส้นทางซัพพลายเชน และคดีภาษีในศาลสูงสหรัฐ กำลังปูทางสู่ความปั่นป่วนรอบใหม่ในปี 2026
วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ระบบการค้าโลก ซึ่งกำลังจะปิดฉากหนึ่งในปีที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างมากที่สุดของรอบศตวรรษ กำลังก้าวเข้าสู่ปีถัดไปท่ามกลางความท้าทายใหม่ต่อเสถียรภาพและการเติบโต
การค้าสินค้าทั่วโลกในปี 2568 ยังสามารถประคองตัวได้ค่อนข้างดี แม้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะเริ่มสร้างกำแพงภาษีรอบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ข้อมูลที่จอห์น แม็กคาวน์ ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมเดินเรือ อ้างถึงในสัปดาห์นี้ ระบุว่าปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลกในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภาพรวมที่ดูแข็งแกร่งนั้น กลับมีแรงกระเพื่อมเชิงโครงสร้างที่กำลังเปลี่ยนทิศทางการค้า สหรัฐเผชิญการหดตัวของปริมาณนำเข้า 8% ขณะที่การนำเข้าสู่แอฟริกา ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา และอินเดีย กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
แม็กคาวน์เขียนไว้ในบทวิเคราะห์ เมื่อวันจันทร์ว่า “ห่วงโซ่อุปทานตู้คอนเทนเนอร์ของโลกเริ่มปรับตัวและจัดระเบียบเส้นทางการค้าใหม่แล้ว” โดยระบุว่าหลังจากที่สหรัฐมีการนำเข้าตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มขึ้นถึง 15.2% ตลอดทั้งปี 2567 การจะบอกว่าภาพรวมปี 2568 จะตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงนั้น ยังถือว่าพูดเบาไปด้วยซ้ำ
แม็กคาวน์ชี้ว่าภัยคุกคามด้านการค้าของทรัมป์เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เส้นทางการขนส่งถูกเดินสายใหม่ หากปี 2568 คือ ปีแห่งภาษีศุลกากร ปี 2569 ก็จะเป็นปีแห่งผลกระทบจากภาษี
ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้ารายอื่น ๆ ระบุในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าความปั่นป่วนด้านการค้ามีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นในปีหน้า โดยมี 4 ประเด็นหลักที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ได้แก่
ทบทวนข้อตกลง USMCA
สหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก กำลังจะเริ่มการทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (USMCA) ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี 2020 การเจรจาครั้งนี้จะพาทั้งสามประเทศเข้าสู่พื้นที่ใหม่ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีบทบัญญัติให้ทบทวนข้อตกลงหลังใช้เพียง 6 ปี จากคำกล่าวของผู้แทนการค้าสหรัฐ เจมีสัน เกรียร์ ต่อสมาชิกรัฐสภาในเดือนนี้
เกรียร์ระบุว่า รัฐบาลได้รับความคิดเห็นจากสาธารณชนมากกว่า 1,500 รายการก่อนการทบทวนจะเริ่มต้น โดยแม้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมากสนับสนุนให้ขยายอายุ USMCA แต่แทบทั้งหมดก็เรียกร้องให้มีการปรับปรุงข้อตกลง
อย่างไรก็ดีการปรับปรุงเพื่อประโยชน์ของประเทศหนึ่ง อาจหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งทำให้การเจรจาครั้งนี้มีแนวโน้มตึงเครียด โดยเฉพาะในบริบทที่ความสัมพันธ์สหรัฐ-แคนาดาเริ่มสั่นคลอน หลังทรัมป์ยุติการเจรจาการค้ากับแคนาดาในเดือนตุลาคม จากกรณีโฆษณาต่อต้านภาษีที่ใช้ภาพอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน
คลื่นลมในเส้นทางเดินเรือ
ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ เช่น ลาร์ส เจนเซน ซีอีโอของ Vespucci Maritime เตือนว่าปี 2569 การเดินเรืออาจเผชิญแรงกระแทกสองระลอกที่ดูเหมือนเป็นข่าวดี แต่กลับอาจสร้างปัญหาในระดับเดียวกับช่วงโควิด-19 แรงกระแทกแรก คือ การกลับมาใช้เส้นทางทะเลแดงแทนการอ้อมแอฟริกาตอนใต้ หลังการโจมตีของกลุ่มฮูตียุติลงตามแผนสันติภาพกาซาที่เริ่มใช้ในเดือนตุลาคม ทำให้ผู้ให้บริการบางราย เช่น CMA CGM และ Maersk เริ่มส่งเรือบางส่วนผ่านเส้นทางเดิมแล้ว
อย่างไรก็ตา เจนเซนเตือนว่าการกลับมาใช้งานเต็มรูปแบบจะทำให้กำลังการขนส่งล้นตลาด และก่อให้เกิดปัญหาความแออัดของท่าเรือยุโรปอย่างรุนแรง
แรงกระแทกที่สองอาจมาจากฝั่งอุปสงค์ หากเศรษฐกิจสหรัฐเร่งตัวแรงในปี 2569 ตามที่รัฐบาลทรัมป์คาดการณ์ การเติมสต๊อกสินค้าครั้งใหญ่จากภาคธุรกิจอาจเกินขีดความสามารถของอุตสาหกรรมขนส่ง
ข้อตกลงที่เปราะบาง
ทำเนียบขาวยกข้อตกลงการค้าหลายฉบับในปี 2568 เป็นความสำเร็จ แต่ข้อตกลงเหล่านี้ไม่ใช่สัญญาการค้าที่มีผลผูกพันแบบดั้งเดิม และกรณีจีนก็เป็นเพียงการพักรบหนึ่งปี ทำให้ความไม่แน่นอนยังคงอยู่
ความเสี่ยงที่ข้อตกลงจะล่มยังมีอยู่สูง โดยเฉพาะจากแรงกดดันของจีนต่อประเทศที่ใกล้ชิดกับวอชิงตัน ตัวอย่างล่าสุด ได้แก่ อินโดนีเซียที่ชะลอการลงนามข้อตกลงกับสหรัฐ หรือกรณีที่จีนแสดงความไม่พอใจต่อมาเลเซียและกัมพูชา
แม้แต่สหราชอาณาจักรก็เริ่มเผชิญอุปสรรคใหม่ ขณะที่เกรียร์ระบุว่าการเจรจากับสหภาพยุโรปและอินเดียมีแนวโน้มยืดเยื้อเข้าสู่ปี 2569 พร้อมขู่ตอบโต้กฎระเบียบด้านเทคโนโลยีของอียู
ศาลสูงสุดสหรัฐ
หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สุดของปี 2569 คือ คำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ หากรัฐบาลแพ้คดี คำถามใหญ่คือ สหรัฐจะต้องคืนเงินภาษีที่ผู้นำเข้าเคยจ่ายไปหรือไม่ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน
เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ ระบุว่า แม้ศาลจะไม่ตัดสินเข้าข้างรัฐบาล ก็มีโอกาสน้อยที่จะเกิดการคืนเงินภาษีในวงกว้าง เนื่องจากปัญหาทางการบริหาร
ตลาดเดิมพันประเมินว่ามีโอกาสราว 75% ที่ทรัมป์จะพ่ายคดี ซึ่งอาจบีบให้รัฐบาลต้องหาช่องทางอื่นในการใช้มาตรการภาษี
เมื่อถูกถามว่าปี 2026 จะเงียบสงบด้านภาษีมากกว่าปีนี้หรือไม่ เกรียร์ตอบเพียงว่า “นั่นเป็นคำถามที่ต้องถามประธานาธิบดีทรัมป์”
อ้างอิง : www.bloomberg.com