ดร.อมรเทพ มอง ยุบสภาฯ กระทบเศรษฐกิจไม่มาก ห่วงน้ำท่วม-ชายแดน
ดร. อมรเทพ มอง ยุบสภาฯ ก่อนกำหนดกระทบเศรษฐกิจไทย-ความเชื่อมั่นนักลงทุนไม่มาก ห่วงปัญหาน้ำท่วม - ชายแดนไทยกัมพูชา และ ความเสี่ยง FDI ชะลอ-กำลังซื้ออ่อนแอ คาด 17 ธ.ค. นี้ กนง. ลดดอกเบี้ย 0.25%
12 ธ.ค. 2568 - ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า การยุบสภาได้สลายความไม่ชัดเจนด้านเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่มีเวลาจำกัดและมองว่าการยุบสภาก่อนข้อตกลงเดิมเพียงเดือนเศษๆ ไม่น่ากระทบเศรษฐกิจมากนัก
“อย่างไรก็ดีช่วงจังหวะนี้เป็นจังหวะทางเศรษฐกิจที่น่ากังวลทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมปัญหาความขัดแย้งทางชายแดนกับกัมพูชาและปัญหากำลังซื้อที่อ่อนแอซึ่งต้องการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องรวมทั้งข้อตกลงการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐที่ยังเจรจาไม่สำเร็จล้วนเป็นความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 และอาจต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 1 ปีหน้า”
ทั้งนี้ความเสี่ยงของเศรษฐกิจมีอยู่ด้วยกันหลักๆ 3 ด้าน
ด้าน 1 ด้านการลงทุนจากต่างประเทศหรือ FDI โดยนักลงทุนต่างชาติอาจจะรีรอก่อนที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพื่อรอมาตรการของภาครัฐหรือนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่หลังเลือกตั้งแต่เชื่อว่ากระทบไม่มากเพราะนักลงทุนที่เลือกที่จะ WAIT AND SEE อาจจะเป็นกลุ่มที่ยังไม่คุ้นเคยกับประเทศไทยแต่นักลงทุนที่คุ้นเคยและตั้งใจลงทุนในประเทศไทยอยู่แล้วน่าที่จะเข้ามาลงทุนและหาโอกาสในการเติบโตของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจในภูมิภาคโดยไม่จำเป็นต้องรอการเลือกตั้ง
ด้านที่ 2 คือกำลังซื้อ เมื่อรัฐบาลยุบสภาอาจมีข้อจำกัดในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น มาตรการคนละครึ่งเฟส 2 มาตรการลดหย่อนภาษีอื่นๆ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวอีกทั้งการอนุมัติโครงการลงทุนใหม่อาจจะไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ดีมาตรการที่ดำเนินการอยู่แล้วยังสามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ เช่นรถไฟฟ้าสายสีส้ม สีม่วงใต้ รถไฟความเร็วสูงไทยจีน
เรื่องที่ 3 คือความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนจากการยุบสภาก่อนข้อกำหนดเดิมเล็กน้อยก็ไม่น่ากระทบกับความเชื่อมั่นนักลงทุนมากนัก ซึ่งไม่น่าทำให้เงินบาทหรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรเปลี่ยนแปลงมากนัก
อย่างไรก็ดีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่สูงขึ้นน่าทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเลือกที่จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 17 ธันวาคมนี้จากระดับ 1.50% เหลือ 1.25% อย่างไรก็ดีเรามองว่าต่อให้ไม่มีการยุบสภา เราก็เชื่อว่าทางคณะกรรมการนโยบายการเงินน่าที่จะลดอัตราดอกเบี้ยอยู่แล้ว เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวในช่วงต้นปีหน้าและอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจปีหน้า
นอกจากปัจจัยเสี่ยงแล้ว การยุบสภาที่เร็วกว่าข้อกำหนดเดิมมีปัจจัยบวกด้วยกันอยู่ 3 ด้าน
- เราเชื่อว่างบประมาณปี 2570 น่าจะผ่านรัฐสภาชุดใหม่ทันกำหนดวันที่ 1 ตุลาคม 2569ซึ่งแน่ที่จะทำให้รัฐบาลชุดใหม่มีงบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจการลงทุนและอื่นๆไม่เหมือนกับการเลือกตั้งในครั้งก่อนหน้า ซึ่งการยุบสภาที่เร็วกว่าเดิมเดือนเศษๆน่าที่จะทำให้การนับคะแนนการจัดตั้งรัฐบาลทันในช่วงการไตรมาส 2และมีรัฐบาลใหม่ในช่วงต้นไตรมาส 3
เรามองว่าหลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่น่าจะสามารถเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐรวมทั้งการเจรจาการค้าเสรีกับประเทศอื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งในจุดนี้น่าจะสนับสนุนทำให้ต่างชาติมีความเชื่อมั่นมากขึ้นและมีการลงทุนมากขึ้นและสนับสนุนการส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปี
หลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่น่าที่จะมีงบกระตุ้นเศรษฐกิจได้ชัดเจนขึ้นหลังจากที่รัฐบาลรักษาการอาจจะไม่สามารถมีอำนาจเต็มในการออกงบกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลชุดใหม่จะสามารถออกมาตรการให้งบกระตุ้นเศรษฐกิจได้รวดเร็ว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ
โดยสรุปเรายังไม่ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจของไทยแต่ก็มีความเสี่ยงอยู่แล้วที่ปีหน้าเศรษฐกิจจะขยายตัวต่ำกว่าปีนี้ซึ่งการยุบสภาที่เร็วกว่ากำหนดเดิมเล็กน้อยก็ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองที่จุดนี้แต่น่าที่จะมีความหวังให้เศรษฐกิจปีหน้ามีแรงส่งมีความชัดเจนให้สามารถขยายตัวได้ดีขึ้น
“สุดท้ายเราต้องหาความหวังว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะยังสามารถสร้างความเชื่อมั่นดึงดูดการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายซึ่งการยุบสภาที่เร็วกว่ากำหนดเดิมเล็กน้อยก็ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองที่จุดนี้แต่น่าที่จะมีความหวังให้เศรษฐกิจปีหน้ามีแรงส่งมีความชัดเจนให้สามารถขยายตัวได้ขึ้นในช่วงที่เหลือจากนี้ไป”
ที่มา : Facebook : อมรเทพ จาวะลา