โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“รวมไทยสร้างชาติ” เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี “พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์” ชูยกเลิกเอ็มโอยู เพิ่มค่าตอบแทนทหารแนวหน้า

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 08.51 น.

“รวมไทยสร้างชาติ” เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี “พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์” ชูยกเลิกเอ็มโอยู เพิ่มค่าตอบแทนทหารแนวหน้า แก้วิกฤติของประเทศ ยกสมัยตนเคยแก้ปัญหาพลังงาน ลั่น หากทุนเทาร่วมตนจะไม่อยู่ด้วย

วันที่ 22 ธ.ค. 68 ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค แถลงข่าวเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค 3 คน ได้แก่ นายพีระพันธุ์ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค

โดยนายพีระพันธ์ กล่าวว่านนโยบายของตนเด็ดขาดแก้วิกฤติ พลิกโฉมประเทศ อยากจะบอกว่าที่ตนมายืนอยู่วันนี้ในฐานะผู้นำพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อมาประกาศให้ประชาชนรู้ว่าเราจะแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างไรบ้าง ตนอยากจะบอกว่าปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องความมั่นคง เหตุปะทะชายแดน ค่าครองชีพ การทุจริต การหลอกลวงออนไลน์และเศรษฐกิจฐานรากของคนรากหญ้า เกษตรกรจะหักเงินแต่ละบาทต้นทุนก็ไม่ลง แต่พ่อค้าคนกลางรวยเอาๆซึ่งปัญหาแบบนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดแต่เกิดมานานแล้ว ซึ่งเราปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้มันเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกลายเป็นวิกฤตของประเทศ ที่เป็นวิกฤตของประเทศแล้วปล่อยให้เป็นแบบนี้เพราะไม่เคยมีการแก้ไขปัญหาด้วยความเอาจริงเอาจังและเด็ดขาด ปัญหาธรรมดาเลยเป็นวิกฤติ และจากวิกฤตคือความเดือดร้อนของคนไทยทั้งชาติ

จากจะบอกว่าตนเป็นรัฐมนตรีคนแรกที่แก้ไขปัญหาเรื่องค่าไฟฟ้าเรื่องค่าน้ำมันให้กับประชาชนและเป็นครั้งแรกที่ผู้ค้าน้ำมันต้องประกาศต้นทุนให้ประชาชนและกระทรวงพลังงานรับทราบ ซึ่งสิ่งนี้จะบอกว่าตัวอย่างของความเด็ดขาดและเอาจริงในการแก้ไขปัญหา ปัญหาทั้งหมดในวันนี้รวมไทยสร้างชาติไม่ได้เพียงแค่ทำงานแต่จากนี้เราจะเข้ามาล้างบางความเสียหาย ที่ไม่มีการเอาจริงเอาจังทำให้ประเทศไทยเกิดวิกฤต เราจะเข้ามาล้างบางคนชั่วเหล่านี้ให้หมดจากแผ่นดินไทย ภารกิจหลักของเราประการแรก เรื่องของความมั่นคงของประเทศสิ่งที่เราต้องทำไม่ได้มีเรื่องเดียว แต่สิ่งที่เราพูดแต่หลักๆเรื่องของอธิปไตยที่เราจะทำอย่างไรที่จะกำจัดคนโกงคนชั่วให้หมดจากแผ่นดิน ทำอย่างไรจะให้ค่าครองชีพค่าพลังงานถูกลง และฟื้นเศรษฐกิจฐานรากคนรากหญ้าที่ต้องอยู่ได้อย่างมีความสุข ทำอย่างไรจะให้สังคมเราดีขึ้นคนแก่คนพิการเด็กต้องได้รับการดูแลและเกษตรกรที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติต้องได้รับการดูแล นโยบายหลักที่สำคัญเหล่านี้รวมไทยสร้างชาติจะเข้าสู่สนามเลือกตั้งในปี 2569 ภายใต้ธงรบ “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ”

นายพีระพันธ์ กล่าวอีกว่าอันดับแรกจะต้องพิทักษ์อธิปไตยของชาติ ลำดับแรกเราต้องยกเลิกเอ็มโอยู 43-44 ที่ประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แผ่นดินไทย ต้องกลับคืนหมดสิ้นเรื่องพลังงานท้องทะเลประเทศไทยต้องนำกลับขึ้นมาพัฒนาชาติเพื่อประโยชน์ของชาติแต่ต้องทำโดยเด็ดขาด เราต้องสร้างรั้วชายแดนที่ผ่านมาเข้าออกค้ายาเสพติด ที่ผ่านมาสแกมเมอร์ ทุนเทา ค้ามนุษย์ แต่ที่แย่ที่สุดคือเข้ามาวางทุนระเบิด พรรครวมไทยสร้างชาติจะไม่ปล่อยให้ใครทำแบบนี้กับแผ่นดินไทย เราจะสร้างชายแดนอย่างจริงจังและป้องกันอธิปไตยของชาติจากการรุกรานทุกรูปแบบและการเข้ามาของคนชั่วที่หากินในประเทศไทยอย่างเด็ดขาด คนเหล่านี้ก็เพื่อนมนุษย์เป็นเพื่อนคนไทยเขามีชีวิตเหมือนพวกเราฉะนั้นทุกคนที่ออกรบจะได้เบี้ยออกรบคนละ 200,000 บาททุกรอบของการออกรบ ทหารใหม่ที่จะเข้ามาทำงานคนที่สมัครใจรับเงินคนละ 30,000 บาท ทหารเกณฑ์ทุกคนที่ส่วนใหญ่เป็นคนรายได้น้อยและเป็นคนที่มีภาระครอบครัวต้องดูแลแม่กับพ่อแถมต้องเป็นทหารรับใช้ชาติได้เงินเดือน + เงินช่วยค่าครองชีพ ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของนโยบายพิทักษ์เอกราชและอธิปไตยของชาติ

ส่วนประการต่อมา ซึ่งตนทำให้ดูแล้วเป็นรัฐมนตรีก็ลดค่าไฟค่าแก๊สได้ซึ่งจะนำไปสู่เบนซิน-ดีเซลไม่เกิน 30 บาท แล้วทำได้ทันที ซึ่งสิ่งนี้คือสิ่งที่ระบบให้สร้างชาติจะทำให้คนไทยทั้งชาติเราจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับนายทุนไม่ว่าจะทุนเทาทุนพลังงานหรือแม้แต่ทุนสะอาดที่เอาเปรียบสังคมเอาเปรียบประชาชน เรารวมไทยสร้างชาติไม่ยอมเด็ดขาดจะพลิกจบประเทศแก้วิกฤตให้หมด

เมื่อถามว่าตอนนี้พรรครวมไทยสร้างชาติถือว่าเป็นพรรคเล็กแล้วจะสู้กับพรรคใหญ่ได้หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า เรื่องนี้ตนพูดไปแล้ววันที่เปิดนโยบายหลักตนไม่ได้วัดที่ขนาดของสมาชิก หรือขนาดของเงินทุนแต่วัดด้วยพลังใจและความมุ่งมั่นซึ่งหากวัดตรงนี้พรรครวมไทยสร้างชาติจะเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุด และตนไม่ได้คิดว่าทุกคนเป็นคู่แข่งพรรคการเมืองแต่ตระหนักเสมอที่ทำนโยบายต่างๆออกมาซึ่งไม่ได้แข่งกับพรรคการเมืองไหนแต่คู่แข่งของเราคือวิกฤตของชาติปัญหาของประชาชนอนาคตของประเทศเป็นคู่แข่งที่รวมไทยสร้างชาติต้องเอาชนะ ซึ่งตนคาดหวังพื้นที่ถูกที่ทุกเขตในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยยืนยันว่าส่งทุกเขตทั่วประเทศทุกจังหวัด

ส่วนจุดยืนในการร่วมรัฐบาลครั้งหน้าถ้าหากประกาศว่าไม่เอาทุนเทาและสแกมเมอร์นั้นจุดยืนจะร่วมกับพรรคไหนได้บ้าง นายพีระพันธุ์กล่าวว่า มีรัฐบาลไหนกล่าวว่าเป็นทุนเทาแต่ถ้าหากเราเข้าไปร่วมแล้วเป็นทุนเทาเราจะไม่ขออยู่ด้วย

ส่วนจุดจืดการแก้รัฐธรรมนูญนั้นตนยืนยันว่าสิ่งที่พยายามแก้ในวันนี้หลักการและเหตุผลตนไม่เห็นด้วยแต่ถ้าจะแก้เพื่อประเทศไทยให้มั่นคงขึ้น สถาบันหลักของชาติมั่นคงขึ้นคนไทยมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้นให้รัฐธรรมนูญเป็นคู่มือประชาชนในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์เราจะแก้ให้ดีขึ้นแต่ถ้าจะแก้เพื่อประโยชน์การเมืองเพื่อประเด็นการเมืองเราไม่แก้โดยเด็ดขาด

ซึ่งตนผู้เสนอว่าทั้งหมดอยู่ที่ประชาชนที่ถามว่ากลุ่มเป้าหมายจะเป็นใครนั้นไม่ใช่เพราะเราเป็นพรรคการเมืองของคนต่างชาติคนทั้งประเทศเราไม่ได้เป็นพรรคของเจเนอเรชั่นไหนหรือกลุ่มไหนเราไม่ได้มาทำการเพื่อกลุ่มไหนเราทำการเมืองเพื่อคนไทยทั้งประเทศเพราะฉะนั้นกลุ่มเป้าหมายคือคนไทยทั้งชาติถ้าคนไทยต่างชาติเชื่อมั่นและเห็นมาแล้วว่า เราทำได้แล้วตนไม่ใช่พูดแล้วทำ นะตนไม่เคยโฆษณาตนทำและบอกว่าทำเรียบร้อยไม่ต้องบอกว่าจะทำและจะทำต่อไปให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ตนไม่ได้เสียใจที่สื่อสารน้อยเพราะสิ่งที่ตนต้องแลกกับการสื่อสารน้อยจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดตนต้องแลกกับประโยชน์ของชาติประโยชน์ของประชาชนที่ทุกวินาทีมีค่า

ส่วนในอนาคตหากหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้วมีโอกาสที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือสมาชิกที่ออกจากพรรคไปหรือไม่ นายพีระพันธ์กล่าวว่า การร่วมรัฐบาลตนก็อยู่ในรัฐบาลตนไม่ได้ร่วมกับสมาชิกแต่ยืนยันว่าศัตรูของเราคู่แข่งของเราไม่ใช่สมาชิกพรรคไหนไม่ใช่พรรคการเมืองไหนแต่เป็นวิกฤตของชาติเพราะฉะนั้นการทำงานแก้วิกฤตของชาติเราต้องร่วมมือกันต้องไม่มีเรื่องส่วนตัวส่วนตัว การที่เราจะทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมต้องไม่เอาเรื่องปัญหาส่วนตัวมาเกี่ยวข้องกับประโยชน์ส่วนกลางของชาตินั่นคือแนวทางการทำงานของตน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...