“ทรัมป์” ย้ำอยากคุม “กรีนแลนด์” ตั้งผู้ว่าฯ ลุยเซียนาเป็นทูตพิเศษ อ้างเหตุผลความมั่นคง
"ทรัมป์" ย้ำอยากคุม "กรีนแลนด์" ตั้งผู้ว่าฯ ลุยเซียนาเป็นทูตพิเศษ อ้างเหตุผลความมั่นคง พร้อมชี้ภัยคุกคามจากรัสเซีย–จีนในอาร์กติก ด้านเดนมาร์กและสหภาพยุโรปย้ำหลักอธิปไตย
วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 06.13 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ย้ำอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ถึงความต้องการให้สหรัฐเข้าควบคุมกรีนแลนด์ หลังประกาศแผนแต่งตั้งผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา Jeff Landry เป็นผู้แทนพิเศษประจำเกาะดังกล่าว ทรัมป์ระบุว่า Jeff Landry เป็นคนสไตล์นักเจรจาที่สามารถช่วยเดินหน้าแผนการเข้าควบคุมดินแดนดังกล่าวได้
ทรัมป์กล่าวว่า “เราจำเป็นต้องได้กรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ และก็อยากจะเป็นผู้นำในการผลักดันเรื่องนี้ …ถ้ามองไปตามแนวชายฝั่ง จะเห็นเรือของรัสเซียและจีนอยู่เต็มไปหมด”
ทรัมป์ยังระบุด้วยว่าความต้องการของเขาไม่ได้มีรากฐานจากทรัพยากรพลังงานหรือแร่ธาตุของกรีนแลนด์ โดยย้ำว่าสหรัฐมีทรัพยากรเพียงพออยู่แล้ว แต่เขาเชื่อว่าเดนมาร์กทุ่มงบประมาณไม่มากพอในการปกป้องเกาะแห่งนี้ กรีนแลนด์เป็นดินแดนพึ่งพิงของเดนมาร์กที่มีสิทธิปกครองตนเอง มีรัฐบาลและรัฐสภาของตนเอง
“พวกเขามีประชากรน้อยมากและผมไม่แน่ใจ พวกเขาบอกว่าเป็นของเดนมาร์ก แต่เดนมาร์กไม่ได้ใช้เงินเลย ไม่มีการคุ้มครองทางทหาร …พวกเขาบอกว่าเดนมาร์กอยู่ที่นั่นเมื่อ 300 ปีก่อนหรืออะไรทำนองนั้น มากับเรือสักลำ แต่เราก็เคยไปที่นั่นด้วยเรือเหมือนกัน ผมมั่นใจ ดังนั้นเราคงต้องหาทางจัดการเรื่องนี้กันต่อไป”
ทรัมป์แสดงความสนใจที่จะเข้าควบคุมกรีนแลนด์อย่างจริงจัง นับตั้งแต่เขาเสนอแนวคิดซื้อดินแดนดังกล่าวจากเดนมาร์กเป็นครั้งแรกเมื่อ 6 ปีก่อน อย่างไรก็ดีในสมัยดำรงตำแหน่งวาระที่สอง เขาแสดงท่าทีชัดเจนและเสียงดังมากขึ้น พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ไปยังกรีนแลนด์ รวมถึงรองประธานาธิบดี JD Vance และรัฐมนตรีพลังงาน Chris Wright ขณะที่ Donald Trump Jr. บุตรชายคนโตของทรัมป์ ก็ได้เดินทางไปเยือนเกาะดังกล่าวในเดือนมกราคม ก่อนที่ทรัมป์จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งวาระที่สอง
ความสนใจของทรัมป์ทำให้ชาวกรีนแลนด์และเดนมาร์กจับตาด้วยความระแวง และยังดึงดูดความสนใจจากหน่วยข่าวกรองของเดนมาร์ก โดย Danish Defense Intelligence Service ระบุเป็นครั้งแรกเมื่อต้นเดือนนี้ว่า สหรัฐอาจเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคง พร้อมชี้ว่าประเทศกำลังใช้ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการใช้อำนาจต่อทั้งมิตรและศัตรู
ด้านประธานคณะกรรมาธิการยุโรป Ursula von der Leyen ระบุผ่านโซเชียลมีเดียหลังการประกาศดังกล่าวว่า สหภาพยุโรปยืนหยัดเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวอย่างเต็มที่กับเดนมาร์กและประชาชนกรีนแลนด์
“ความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติกยังคงเป็นวาระสำคัญของสหภาพยุโรป และเป็นประเด็นที่เราต้องการทำงานร่วมกับพันธมิตรและหุ้นส่วน …บูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยเป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการเหล่านี้มีความสำคัญไม่เพียงต่อสหภาพยุโรปเท่านั้น แต่ต่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกด้วย”
อ้างอิง : bloomberg.com