โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศแผนกลยุทธ์ 3 ปี ใช้ความ ‘ดุดัน’ ทำงานยกระดับ CG ฟื้นความเชื่อมั่น พร้อมชู 3 แผนขับเคลื่อนตลาดทุน

THE STANDARD

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศแผนกลยุทธ์ 3 ปี ใช้ความ ‘ดุดัน’ ทำงานยกระดับ CG ฟื้นความเชื่อมั่น พร้อมชู 3 แผนขับเคลื่อนตลาดทุน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกาศแผนกลยุทธ์กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ระยะ 3 ปี (2569-2571) ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ท่ามกลางความท้าทายที่เผชิญอยู่ ทั้งความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยที่ลดลง สภาพคล่องการซื้อขายที่หดตัว การขาดจำนวนธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียน การแข่งขันจากต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงหลายๆ ด้านที่เพิ่มมากขึ้น

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แผนกลยุทธ์กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ระยะ 3 ปี จะใช้ความ ‘ดุดัน’ ในการทำงานในส่วนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีอำนาจควบคุม เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นด้านธรรมาภิบาล (CG) โดย ตลท. มีแผนจะเข้าไปสื่อสารและนำเสนอข้อมูลโดยตรงกับคณะกรรมการ (บอร์ด)ของบริษัทจดทะเบียน เพื่อเน้นย้ำเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบ

ทั้งนี้หากพบงบการเงินหรือรายการที่น่าสงสัย ตลท. จะเร่งให้บริษัทชี้แจงและเปิดเผยข้อมูลต่อนักลงทุนทันที โดยไม่ต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานอื่นเพียงอย่างเดียว

สำหรับกรณีการตรวจสอบทุนเทา แม้ ตลท. จะไม่ใช่หน่วยงานที่มีอำนาจสอบสวนเส้นทางเงินโดยตรง แต่ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนข้อมูลแก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อสร้างความโปร่งใส ทั้งนี้มองว่ากรณีบริษัทที่สร้างความเสียหายมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับบริษัททั้งหมดกว่า 800 แห่งในตลาด

ยืนยันตลาดหุ้นไทยไม่ใช่แหล่งฟอกเงิน

อัสสเดช กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าตลาดทุนไทยไม่ใช่แหล่งฟอกเงิน ขณะที่ในฝั่งของนักลงทุนต่างชาติไม่ได้มองตลาดทุนไทยว่าเป็นแหล่งฟอกเงิน ซึ่งปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจน ทั้งนี้มีมุมมองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นการปลุกประเด็นกระแสเพื่อเรียกร้องความสนใจมากกว่า

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศแผนกลยุทธ์ 3 ปี ใช้ความ ‘ดุดัน’ ทำงานยกระดับ CG ฟื้นความเชื่อมั่น พร้อมชู 3 แผนขับเคลื่อนตลาดทุน 1

“เงินทุนเทาที่เข้ามาในระบบเศรษฐกิจของไทย ซึ่งมองว่าที่เข้าในตลาดทุนไทย จะเป็นปลายน้ำแล้ว ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมให้ความร่วมมือ หากมีข้อมูลที่มองว่าเป็นประโยชน์ในการดำเนินการของทุกสำนักงานของรัฐ แต่ทุกวันนี้ ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาขอข้อมูลอะไรจากตลาดหลักทรัพย์ฯ” อัสสเดช กล่าว

ทบทวนกฎเกณฑ์ต่างๆภายใน 6 เดือน

ด้านกฎเกณฑ์การกำกับดูแลในตลาดทุนจำเป็นต้องมีดุดันด้วยเช่นกัน เนื่องจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ออกเกณฑ์ใหม่ๆ จำนวนมาก ซึ่งยังตอบโจทย์นักลงทุนไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทำให้ต้องกลับมาพิจารณาเกณฑ์ที่ออกมาทั้งหมดเป็นประโยชน์ต่อตลาดทุนโดยรวมหรือไม่

โดยปัจจุบันทีมตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูล เพื่อพิจารณาว่ากฎเกณฑ์ที่มีมากกว่า 20 กฎเกณฑ์ ควรจะปรับเปลี่ยนอะไรบ้างเพื่อให้ตอบโจทย์นักลงทุนโดยรวมจริงๆ

โดยแผนทบทวนกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการลงทุน โดยจะพิจารณาในทุกกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น HFT, Uptick Rule, Dynamic Price Band เป็นต้น ว่าจะปรับเปลี่ยนอย่างไร เพื่อสร้างความสมดุลให้เหมาะสม ครบถ้วนต่อภาวะตลาดในปัจจุบัน คาดว่าจะเห็นภาพชัดเจนได้ภายใน 6 เดือนแรกของปีนี้

เปิด 3 แผนกลยุทธ์กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ

สำหรับแผนกลยุทธ์กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ 3 ปี จะดำเนินการเชิงรุกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความน่าดึงดูดของตลาด (Attractiveness) การเพิ่มสภาพคล่อง (Liquidity) การเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (Valuation) และที่สำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่น สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ทุกภาคส่วน ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้

1. รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น (Exciting Markets with Confidence)

โดยมีแผนดึงดูด Fund Flow รวมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรกระตุ้นให้ผู้ลงทุนกลับมาซื้อขายและขยายฐานผู้ลงทุนใหม่ หลังปี 2568 สภาพคล่องปรับลดลงจากหลายปัจจัยที่กดดัน เป็นปัญหาหลักที่ต้องเร่งแก้ไขคือสภาพคล่องของตลาด ซึ่ง ตลท. มีแผนดำเนินการในหลายด้านดังนี้

  • ช่วงปลายปี 2568 มีการปรับกฎเกณฑ์การซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ได้มีการยกเลิกเงื่อนไขที่ต้องรอ 6 เดือนก่อนเริ่มโครงการใหม่ และขยายระยะเวลาการถือครองหุ้นที่ซื้อคืนก่อนจำหน่ายออกเป็นสูงสุด 5 ปี เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนบริหารจัดการสภาพคล่องได้ยืดหยุ่นขึ้น
  • โครงการ Jump+ มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม บจ. ปัจจุบัน เดินหน้าสร้าง visibility แผนงานของ บจ. ซึ่งปัจจุบันมี บจ ร่วมโครงการแล้วจำนวน 110 แห่ง
  • มุ่งเน้นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับหุ้นขนาดเล็กที่มักขาดการวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ โดยการสนับสนุนงบประมาณให้มีการจัดทำบทวิเคราะห์และสื่อสารกับนักลงทุนมากขึ้น
  • ศึกษาการใช้เทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์และเผยแพร่ข้อมูลบริษัทขนาดเล็ก ตามแบบอย่างของประเทศญี่ปุ่น เพื่อลดช่องว่างด้านข้อมูล
  • ศึกษาการนำระบบ Market Maker มาใช้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับหุ้นขนาดเล็กอย่างเหมาะสม

ดึงดูดทุนต่างชาติและ New Economy

เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน ตลท. เตรียมผลักดันสินค้าและนโยบายใหม่ๆ เช่น

  • B-Connect เป็นโครงการที่จะทำให้นักลงทุนสามารถใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน (Collateral) ในการซื้อขายหุ้นได้ ซึ่งจะช่วยดึงเงินทุนเข้าสู่ระบบมากขึ้น โดยโครงการนี้รอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่เพื่อดำเนินการต่อ
  • การดึงดูด New Economy ทบทวนกฎเกณฑ์และกระบวนการ IPO ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพและดึงดูดธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย และผลักดันให้สามารถแข่งขันกับตลาดหุ้นต่างประเทศได้โดยมีการปรับปรุงเกณฑ์เพื่อให้กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น
  • ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดึงดูดบริษัทกลุ่ม New Economy, บริษัทต่างชาติ รวมถึง SME และ Startup เข้าสู่ตลาดทุนไทย ธุรกิจแอลกอฮอล์ ตลท. ยืนยันว่าไม่มีเกณฑ์ห้ามธุรกิจที่ถูกกฎหมายเข้าจดทะเบียน หากมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ด้านกำไรและระบบควบคุมภายใน

2. ผนึกกำลัง ขยายการเติบโต (Grow Business with Stakeholders)

  • สร้าง SET Climate Ecosystem ร่วมกับพันธมิตรขยายการใช้งาน SETCarbon ในกลุ่ม บจ. รวมถึง Supply chain ของ บจ. ธนาคาร และลูกค้าธนาคาร โดยมีแผนพัฒนาฟังก์ชันให้ครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ ตั้งเป้า บจ. ใช้งานระบบเพิ่มขึ้นอีก 100 บริษัท พร้อมมุ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาฐานข้อมูลคาร์บอนกลางของประเทศด้วยมาตรฐานข้อมูลเดียวกันสำหรับทุกภาคส่วน รวมทั้งสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และเตรียมพร้อมทุกภาคส่วนให้รองรับ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ต่อยอดธุรกิจ Market Data & Access นำ AI มาพัฒนาข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งานทั้งภายในและให้บริการภายนอกองค์กร พัฒนานโยบายสำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์ให้เทียบเคียงสากล

3. เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน (Great Process and People)

  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับการบริการ: พัฒนาระบบ Clearing ใหม่เพื่อเตรียมการที่จะเริ่มให้บริการในปี 2570 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบ และยกระดับ TSD e-Service เช่น QR Code Sealer e-Proxy, e-Document, Investor Portal
  • วางรากฐานพัฒนาคน ขับเคลื่อนบุคลากรเพื่อสอดรับกับทิศทางองค์กรและธุรกิจ พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สร้างสรรค์นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม และตระหนักถึงความยั่งยืน
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศแผนกลยุทธ์ 3 ปี ใช้ความ ‘ดุดัน’ ทำงานยกระดับ CG ฟื้นความเชื่อมั่น พร้อมชู 3 แผนขับเคลื่อนตลาดทุน 2

ภาพ : แผนกลยุทธ์กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ระยะ 3 ปี (2569-2571) ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities”

แผน Roadshow จ่อคลอด Crypto ETF-Futures บุกกระดานเทรด

สรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ในส่วนของการเข้าถึงนักลงทุน ตลท. มีแผนจะรวมแอปพลิเคชันการลงทุนให้เหลือเพียงแอปเดียว เพื่อให้ผู้ลงทุนบริหารจัดการพอร์ตได้อย่างสะดวกและเห็นภาพรวมสินทรัพย์ทั้งหมดในที่เดียว สำหรับแผนการโรดโชว์ต่างประเทศ จะเน้นไปที่ศูนย์กลางการเงินอย่างฮ่องกงและสิงคโปร์ โดยจะเริ่มดำเนินการอย่างเข้มข้นในช่วงไตรมาส 1 หรือ 2 ของปีหน้า หลังจากมีความชัดเจนด้านนโยบายจากรัฐบาลใหม่

หนึ่งในแผนสำคัญคือการเตรียมความพร้อมนำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่กระดานเทรด โดยจะเน้นไปที่ Crypto ETF และ Crypto Futures มีรายละเอียด ดังนี้

  • Crypto ETF จะเป็นการซื้อขายผ่านกระดานของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เป็นผู้จัดตั้งกองทุน Crypto ETF และซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ตามปกติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงาน ก.ล.ต. ถึงรายละเอียดของสินทรัพย์ที่จะนำมาบรรจุในตะกร้า ETF ซึ่งคาดว่าจะขออนุญาต ก.ล.ต. ออก Crypto ETF ภายในปีนี้
  • Crypto Futures จะเป็นการซื้อขายในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับ FX Futures หรือ Index Futures ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่านักลงทุนจะได้เห็น Crypto ETF ออกมาสร้างสีสันก่อนผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Futures โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ที่เทรดคริปโตเคอร์เรนซีให้เข้ามาสู่ระบบการลงทุนที่มีมาตรฐานและการกำกับดูแล

เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ รวมศูนย์ข้อมูลพอร์ตลงทุนแบบ One-Stop

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ภายในปีนี้ เพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากในการติดตามข้อมูลการลงทุนของผู้ลงทุนรายย่อย โดยแอปฯ นี้จะทำหน้าที่เป็น ศูนย์รวมข้อมูลพอร์ตการลงทุน (Centralized Portfolio Data) ที่รวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งมาไว้ในที่เดียว ทั้งหุ้น พันธบัตร รวมถึงกองทุนต่างๆ อย่าง LTF RMF และ SSF

รุกตลาดพันธบัตร และความคืบหน้า IPO ไซส์ใหญ่

ในส่วนของตลาดตราสารหนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนพัฒนา Bond Connect เพื่อให้การซื้อขายพันธบัตรตลาดแรกและตลาดรองสามารถทำได้ง่ายขึ้นบนกระดาน SET รวมถึงการรอความชัดเจนจากนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับ G Token หรือ Digital Token ของภาครัฐที่จะเชื่อมโยงกับการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่

สำหรับภาพรวมการนำบริษัทเข้าจดทะเบียน (IPO) ในปีนี้ คาดว่าจะมี IPO ขนาดใหญ่ ที่ผ่านการอนุมัติและเตรียมเสนอขายอยู่ในระบบอย่างน้อย 1 ราย ส่วนประเด็นเรื่องการรับกลุ่มธุรกิจที่มีความอ่อนไหว เช่น ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยันในจุดยืนเดิมว่า เปิดกว้างสำหรับทุกธุรกิจที่ดำเนินงานอย่างถูกกฎหมาย และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ ทั้งในด้านตัวเลขทางการเงินและการควบคุมภายใน (Internal Control)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...