โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ค่าเงินอิหร่าน” ร่วงเหลือ “ศูนย์” เทียบยูโร สัญญาณวิกฤตเศรษฐกิจ-การเมืองบานปลาย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 มกราคม 2569 เวลา 21.33 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ค่าเงินเรียลของอิหร่าน" อ่อนค่าหนัก จนไม่สามารถแลกเปลี่ยนในยุโรปได้ ท่ามกลางเงินเฟ้อพุ่ง เศรษฐกิจถดถอย และการประท้วงลุกลามทั่วประเทศ สะท้อนวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งใหญ่

วันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 15.52 น. เว็บไซต์ The Sunday Guardian รายงานว่า อิหร่านกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งรุนแรง ควบคู่กับความไม่สงบทางการเมืองที่ทวีความตึงเครียดมากขึ้น หลังค่าเงินเรียล (rial) ดิ่งลงอย่างหนักจนแทบไร้ค่าในตลาดโลก โดยล่าสุดค่าเงินเรียลไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ในยุโรป และถูกประเมินว่ามีมูลค่า “ศูนย์” เมื่อเทียบกับเงินยูโร ยิ่งตอกย้ำการถูกตัดขาดจากระบบการเงินระหว่างประเทศ

ภายในประเทศ สถานการณ์ย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถซื้อแม้แต่ของจำเป็นในชีวิตประจำวันได้ จากผลของเงินเฟ้อพุ่งสูงและกำลังซื้อที่หดหาย

ค่าเงินเรียลอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ราว 1.47 ล้านเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เมื่อเทียบกับเงินรูปีอินเดีย ค่าเงินเรียลเหลือเพียง 0.000091 ไปซา และเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ประมาณ 0.0000010 เซนต์

ที่น่าตกใจที่สุด คือ ค่าเงินเรียล ไม่เป็นที่ยอมรับและไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ในทั้ง 27 ประเทศของสหภาพยุโรป ส่งผลให้การค้าระหว่างประเทศของอิหร่านยิ่งถูกจำกัด

การทรุดตัวของค่าเงินและค่าครองชีพที่พุ่งสูง กลายเป็นชนวนให้เกิดการประท้วงเป็นวงกว้าง ทั่วอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยเริ่มจากกลุ่มพ่อค้าและผู้ประกอบการ ก่อนลุกลามสู่ประชาชนทั่วไปที่ออกมาเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

รายงานระบุว่ามีการประท้วงมากกว่า 600 ครั้งในทั้ง 31 จังหวัด มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 646 คน และถูกควบคุมตัวกว่า 10,700 คน สะท้อนความไม่พอใจต่อเงินเฟ้อ ราคาสินค้าที่พุ่งไม่หยุด และความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ค่าเงินของประเทศหนึ่งไม่อาจเป็นศูนย์ได้อย่างแท้จริง ตราบใดที่รัฐยังดำรงอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การสูญเสียอำนาจซื้ออย่างรุนแรง (extreme depreciation) และความเสื่อมศรัทธาต่อเงินสกุลหลักของประเทศ

ในเดือนตุลาคม 2568 รัฐสภาอิหร่านได้อนุมัติแผน ตัดเลขศูนย์ 4 ตัวออกจากค่าเงินเรียล โดยใช้เวลาเตรียมการ 2 ปี และช่วงเปลี่ยนผ่านอีก 3 ปี ซึ่งเงินเก่าและเงินใหม่จะหมุนเวียนพร้อมกัน นักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพียงการ “รีเซตเชิงเทคนิค” เพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น แต่ ไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง อย่างเงินเฟ้อ การเติบโตต่ำ และการขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ

ทั้งนี้ 5 ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าเงินเรียลดิ่ง

  • มาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐและนานาชาติ ทำให้อิหร่านเข้าถึงเงินดอลลาร์จากการส่งออก โดยเฉพาะน้ำมัน ได้ยาก
  • เงินเฟ้อรุนแรง ราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นถึง 42.5% ในเดือนธันวาคม 2568
  • เศรษฐกิจถดถอย GDP ปี 2568 หดตัว 1.7% และมีแนวโน้มถดถอยต่อในปี 2569
  • นโยบายการเงินใหม่ บังคับผู้นำเข้าแลกเงินตราต่างประเทศในตลาดเสรี เพิ่มความต้องการดอลลาร์ทันที
  • ความไม่สงบทางการเมือง การประท้วงต่อเนื่องเพิ่มค่าความเสี่ยงให้ค่าเงินอ่อนลงเร็วขึ้น

เมื่อความเชื่อมั่นในเงินเรียลพังทลาย ชาวอิหร่านบางส่วนเริ่มมองหาบิตคอยน์และคริปโทเคอเรนซี เป็นทางเลือกในการรักษามูลค่า เนื่องจากไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของธนาคารในประเทศ อย่างไรก็ตาม ความผันผวน กฎหมาย และข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ

ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าค่าเงินเรียลอาจฟื้นตัวได้เพียงระยะสั้น หากแผนตัดศูนย์เดินหน้าอย่างราบรื่นหรือมีมาตรการเสถียรภาพเพิ่มเติม แต่หากการประท้วงยืดเยื้อ การคว่ำบาตรเพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงอยู่ ค่าเงินเรียลก็มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง

อิหร่านกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ ท่ามกลางหนึ่งในวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของประเทศ ขณะที่ประชาชนและผู้กำหนดนโยบายต่างกำลังค้นหาทางออก ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามไปไกลกว่านี้

อ้างอิง : sundayguardianlive.com

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...