CHNXT5023 โอกาสลงทุนหุ้นจีนกับ อินโนเวสท์ เอกซ์
อินโนเวสท์ เอกซ์ ส่ง "CHNXT5023" ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือ DRโอกาสเข้าถึงตลาดหุ้นจีน ลงทุนใน ChiNext 50 ดัชนีที่รวม 50 บริษัทขนาดใหญ่ เน้นการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาสูง เติบโตโดดเด่นในอุตสาหกรรมใหม่
นายรัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ Head of Investment Strategy & Head of Trading Product Specialist บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) กล่าวว่า ตลาดหุ้นจีนน่าใจ โดยเศรษฐกิจจีนมีความสําคัญต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้น นับตั้งแต่ปี 2001 ที่ได้เข้าร่วมองค์การการค้าโลก (WTO) สัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จีนต่อ GDP โลกพุ่งขึ้นจากเพียงระดับ 4% สู่ระดับ 17% ในปัจจุบัน
ในขณะที่สัดส่วน GDP ของสหรัฐฯ ที่คิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของโลก ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 26% ในช่วงเวลาเดียวกัน ชี้ให้เห็นถึงความสําคัญของเศรษฐกิจจีนต่อเศรษฐกิจโลกที่มีมากขึ้น ในทางกลับกันตลาดทุนยังคงให้ความสําคัญกับหุ้นจีนตํ่า อ้างอิงจาก MSCI ACWI ตัวแทนหุ้นโลกที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นจีนเพียง 3.19% แต่กลับมีการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯถึง 65% ชี้ว่านักลงทุนยังสามารถเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นจีนได้อีกมาก
นโยบายรัฐบาลจีนสนับสนุนเทคโนโลยี และนวัตกรรม
นอกจากนี้ นโยบายรัฐบาลจีนที่สนับสนุนเทคโนโลยี และนวัตกรรม ดังนั้นหุ้นอุตสาหกรรมยุคใหม่ (New Economy) เป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ โดยนอกจากการเติบโตการผลักดันการผลิตคุณภาพใหม่แล้ว แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 15 (2026–2030) ได้เน้นยํ้าถึงการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด การสร้างสมดุลเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ (Dual Circulation &Open up)
รวมถึงเสริมสร้างความมั่นคงและความสามารถทางการทหาร InnovestX ประเมินผลการประชุมเน้นยํ้าถึงการสนับสนุนภาคเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายในประเทศ ซึ่งจะยังคงหนุนให้หุ่นกลุ่มดังกล่าวมีโอกาสเติบโตขึ้นตามการสนับสนุนของภาครัฐ
นายรัฐศรัณย์ กล่าวว่า หุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมรัฐบาลจีนให้ความสําคัญตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 14 ให้ผลตอบแทนโดดเด่นเหนือดัชนีอ้างอิงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี นับเป็นตัวกําหนดทิศทางนโยบายของจีน โดยหุ้นที่ได้รับการสนับสนุนจากแผนในฉบับที่ 14 สามารถสร้างผลตอบแทนได้ราว 41%
ในขณะที่ดัชนี CSI 300 สร้างผลตอบแทนได้ราว -3% ในช่วงเวลาเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่รัฐบาลสนับสนุนมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าอย่างมีนัยสําคัญ
ทั้งนี้ จีนมีประวัติการบรรลุเป้าหมายตามแผน 5 ปีสูงถึง 90% ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่านโยบายของรัฐมีโอกาสสูงที่จะนําไปสู่ผลลัพธ์จริง โดยจากการประเมินของ InnovestX บริษัทในดัชนี ChiNext50 ส่วนใหญ่ราว 90% อยู่ ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่รัฐบาลจีนให้ความสําคัญ
จีนกําลังเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจและพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบายที่มุ่งเปลี่ยนโครงสร้างจากอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม (Old Economy) ไปสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี หรือ New Economy การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวทําให้หุ้นในกลุ่ม New Economy มีโอกาสเติบโตสูง สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจจีนที่กําลังปรับเข้าสู่ยุคใหม่
ภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างจริงจังในหลายภาคส่วน เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติที่เข้ามาช่วยรับมือกับปัญหาประชากรที่มีอัตราการเกิดตํ่า และอุตสาหกรรมสุขภาพที่กลับมาขยายตัวต่อเนื่องหลังยุคโควิด-19 ท่ามกลางโครงสร้างประชากรที่มีอายุมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นกลุ่มจบริษัทที่ ChiNext 50 เข้าลงทุน
ต่างชาติกลับมาลงทุนในสินทรัพย์จีนอีกครั้ง สัญญาณบวกทิศทางตลาดหุ้นจีน
นายรัฐศรัณย์ กล่าวว่า ในปี 2025 นี้นักลงทุนต่างชาติมีการเข้าลงทุนทั้งในหุ้น พันธบัตร แสดงถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อสินทรัพย์จีนเพิ่มขึ้น ด้านตลาดหุ้นตั้งแต่ต้นปี 2025 มีกระแสเงินทุนไหลเข้า MSCI China ETF อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสเงินทุนจาก MSCI EM ex China ที่ไหลออก บ่งชี้ถึงนักลงทุนเพิ่มนํ้าหนักการลงทุนในหุ้นจีนมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดเกิดใหม่ (EM) อื่น ๆ เป็นไปตามที่ InnovestX ได้ประเมินไว้ ในขณะที่ดัชนี ChiNext50 ส่งสัญญาณปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีเสถียรภาพจาก Market Breadth (การวัดความแข็งแกร่งของตลาดหุ้นโดยรวม) ที่ชี้ว่าหุ้นกว่า 70% ของดัชนี มีราคาอยู่เหนือเส้น 200 วัน
นอกจากนี้ กําไรภาคอุตสาหกรรม (Industrial Profit) ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 21.6% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) โดยในเดือน ก.ย. 2026 สูงสุดในรอบราว 2 ปี ส่งผลให้ผลกําไร 9 เดือน มีการขยายตัวที่ 3.2% YoY การขยายตัวของกําไรภาคอุตสาหกรรมนําโดยกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง
ทั้งนี้กําไรภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นผลจากการใช้นโยบายของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อมูลจาก Bloomberg consensus ชี้ว่าการใช้นโยบาย Anti-Involution ในการควบคุมการแข่งขัน ช่วยหนุนอัตรากําไร (Margin) ของภาคธุรกิจให้สูงขึ้น และอัปเกรด การเติบโตของกำไร (EPS Growth) ของดัชนี ChiNext50 ขึ้นในปี 2025 - 2026
หุ้นจีน ChiNext 50 ผู้นําด้านนวัตกรรม อุตสาหกรรมแห่งอนาคต
นายรัฐศรัณย์ กล่าวว่า บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ ได้ออก CHNXT5023 ซึ่งเป็นตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt: DR) ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็น Invesco Great Wall Chinext 50 ETF (159682.SZ) ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นบริหารโดย Invesco ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนขนาดใหญ่ระดับโลก โดย Invesco มีกองทุน ETF ภายใต้การจัดการมูลค่ากว่า 9.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ประเด็นการลงทุน CHNXT5023
- โอกาสในการเข้าถึงแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่จีน เศรษฐกิจจีนกําลังเปลี่ยนผ่านจาก Old Economy สู่ New Economy โดย ChiNext 50 เป็นดัชนีที่รวบรวม 50 บริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) สูงและเติบโตโดดเด่นในอุตสาหกรรมใหม่
- มีการลงทุนกระจายตัวในหลากหลายอุตสาหกรรม เป็นดัชนีที่มีการลงทุนในอุตสาหกรรมกลุ่ม New Economy ในหลากหลายอุตสาหกรรมซึ่งมีความแตกต่างจากดัชนีหุ้นเทคโนโลยีของจีนอื่น เช่น Star50 ที่มีการกระจุกตัวในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์สูง ช่วยกระจายความเสี่ยงและเติบโตไปพร้อมกับการสนับสนุน New Economy ของรัฐบาล เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อุตสาหกรรมอัตโนมัติ (Automation) และสุขภาพ (Healthcare) ซึ่งมีโอกาสการเติบโตในระยะยาว
- อ้างอิงดัชนีจากตลาดหุ้นชั้นนําที่มีประวัติการก่อตั้งมาอย่างยาวนาน ChiNext เป็นตลาดหุ้นหลักของบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรม มีประวัติยาวนานก่อตั้งในปี 2009 โดย ChiNext50 มีการจัดตั้งขึ้นในปี 2014 จะประกอบไปด้วยบริษัทชั้นนําที่มีชื่อเสียง บริษัทขนาดใหญ่ และสภาพคล่องดี
- ผลตอบแทนเหนือกว่าดัชนีตลาดหลัก ดัชนีให้ผลการดําเนินงานในอดีตดีกว่าดัชนีตลาดหลัก เช่น CSI300 โดยมีค่า Upside Capture Ratio (อัตราส่วนที่ใช้วัดประสิทธิภาพการลงทุนในช่วงที่ตลาดมีทิศทางเป็นบวก หรือ ตลาดขาขึ้น)ที่สูงกว่า ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าเมื่อเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น และชี้ให้เห็นถึงโอกาสการเติบโตที่โดดเด่นในระยะยาว
- มูลค่าน่าสนใจ (Valuation) ปัจจุบันซื้อขายราว 29 เท่า Forward P/E ซึ่งตํ่ากว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 30 เท่า สะท้อนความเสี่ยงในการปรับตัวลง (downside risk) ที่จํากัด และยังเปิดโอกาสขาขึ้น (upside potential) ที่น่าสนใจในอนาคต (ข้อมูล ณ 31 ต.ค. 2025)
"สองกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของบริษัทในดัชนี ChiNext 50 ได้แก่ เทคโนโลยีสารสนเทศ และอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และมีการลงทุนในกลุ่มสุขภาพที่สูงกว่า CSI 300 ซึ่งเป็นอีกอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตตามโครงสร้างประชากรของจีน นอกจากนี้ศักยภาพการเติบโตของดัชนี ChiNext50 สูงกว่าดัชนี CSI300 โดยพิจารณาจากนํ้าหนักการลงทุนที่มุ่งเน้นไปยังอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตที่สูงกว่า"
สำหรับ10 บริษัทที่มีนํ้าหนักการลงทุนสูงสุดในดัชนี ChiNext 50 คือผู้นําด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น แบตเตอรี่ EV, ฟินเทค , โฟโตอิเล็กทรอนิกส์ (ซึ่งถูกใช้ในเครือข่ายโทรคมนาคมและ Data center), อิเล็กทรอนิกส์, ระบบอัตโนมัติ, พลังงาน Solar และเครื่องมือการแพทย์ เป็นต้น