โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Longevity Economy: พลิกวิกฤตสังคมสูงวัยสู่โอกาสใหม่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ธ.ค. 2568 เวลา 16.12 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2568 เวลา 09.12 น.

เจาะเทรนด์เศรษฐกิจอายุวัฒน์เมื่อประชากร 60 ปีขึ้นไปพุ่งแตะ 20% ดันมูลค่าการบริโภคสู่ 3.5 ล้านล้านบาท ดีดีพร็อพเพอร์ตี้เผยอินไซต์ผู้บริโภค 88% เร่งวางแผนเกษียณเชิงรุก ชู "กรุงเทพฯ-เชียงใหม่" ทำเลเชิงยุทธศาสตร์ ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวรับอารยสถาปัตย์และ Smart Home ยกระดับที่อยู่อาศัยเพื่อการดูแลสุขภาพระยะยาวอย่างยั่งยืน

25 ธันวาคม 2568 - ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์" (Complete Aged Society) อย่างเป็นทางการในปี 2567 โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสัดส่วนร้อยละ 20.2 หรือประมาณ 14 ล้านคน และมีการคาดการณ์เชิงสถิติว่าจะเข้าสู่ระดับ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" (Super Aged Society) ภายในปี 2574 การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงประเด็นทางสังคม แต่คือปัจจัยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ หรือที่เรียกว่า "เศรษฐกิจอายุวัฒน์" (Longevity Economy)

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า กำลังซื้อของกลุ่มผู้สูงอายุมีมูลค่าการบริโภคสูงถึง 2.18 ล้านล้านบาทในปี 2566 และมีแนวโน้มขยายตัวสู่ 3.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2576 หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.83 ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคกลุ่มนี้มีอิทธิพลต่อทิศทางการตลาดในระยะยาว โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์และบริการสุขภาพ

ขณะที่ผลสำรวจพฤติกรรมการซื้อ-เช่าอสังหาริมทรัพย์จากดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) ชี้ให้เห็นความตื่นตัวของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยร้อยละ 88 เริ่มวางแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณล่วงหน้า ปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญคือ "การมีเงินออมเพียงพอสำหรับดูแลสุขภาพ" และ "อิสรภาพทางการเงิน" ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจเลือกทำเลที่อยู่อาศัย

ทำเลเป้าหมายสำคัญหลังเกษียณ:

  • กรุงเทพมหานคร (33%): ได้รับความนิยมสูงสุดเนื่องจากความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคและสถานพยาบาลระดับตติยภูมิที่ทันสมัย
  • เชียงใหม่ (9%): โดดเด่นด้านสภาพแวดล้อมและค่าครองชีพ
  • นครราชสีมา (7%): พื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ที่เชื่อมต่อคมนาคมขนส่ง
  • ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (ชลบุรี) และปริมณฑล (6%)

ทั้งนี้ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) รายงานการเติบโตของที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ณ ปี 2568 ทั่วประเทศรวม 1,040 โครงการ ขยายตัวร้อยละ 4.4 โดยแบ่งเป็นโครงการสถานบริบาลผู้สูงอายุ (Nursing Home) และโครงการที่พักอาศัยเพื่อการใช้ชีวิต (Residence) ซึ่งผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เริ่มบูรณาการบริการทางการแพทย์ (Healthcare Integration) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิประโยชน์โครงการ

6 กลยุทธ์การออกแบบเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยระยะยาว

การออกแบบที่อยู่อาศัยในยุค Longevity Economy มุ่งเน้นไปที่การลดความเสี่ยงและส่งเสริมสุขภาวะ (Well-being) ผ่านหลักการสำคัญดังนี้:

  • Universal Design (อารยสถาปัตย์): การออกแบบพื้นที่ปราศจากสิ่งกีดขวาง (Barrier-free) เช่น พื้นระดับเดียวกันทั้งบ้าน การติดตั้งราวจับในจุดเสี่ยง และระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน (Emergency Call)
  • Ergonomics (การยศาสตร์): การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่รองรับสรีระเพื่อลดอาการบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหว เช่น เตียงปรับระดับไฟฟ้า และโซฟาที่มีความสูงเหมาะสมต่อการลุก-นั่ง
  • Medical Proximity: การเลือกทำเลในรัศมีการเข้าถึงโรงพยาบาลได้รวดเร็ว และการเพิ่มบริการ Home Care หรือ Telemedicine ภายในโครงการ
  • Biophilic Design: การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อธรรมชาติบำบัด ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อจิตวิทยาและช่วยลดระดับความเครียดของผู้พักอาศัย
  • Smart Home Technology: การใช้เทคโนโลยี IOT (Internet of Things) ควบคุมระบบไฟฟ้า ความปลอดภัย เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวผิดปกติ และลิฟต์บันได (Stairlift) เพื่อลดข้อจำกัดด้านการเปลี่ยนระดับพื้นที่
  • Intergenerational Space: การจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางที่ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างช่วงวัย เพื่อลดภาวะซึมเศร้าและสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว

การก้าวสู่ Longevity Economy ไม่ใช่เพียงการเตรียมพร้อมสำหรับผู้สูงวัยเท่านั้น แต่คือการยกระดับมาตรฐานที่อยู่อาศัยเพื่อความปลอดภัยของสมาชิกทุกช่วงวัย ภาคธุรกิจที่สามารถส่งมอบคุณค่าด้าน "คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน" (Sustainable Quality of Life) จะมีความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงที่พักอาศัย แต่กำลังมองหา "พื้นที่แห่งความมั่นคงทางสุขภาพ" ในระยะยาว

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...