โลกปี 2569 จุดตัด 'ความไม่แน่นอน' สู่ปีที่ 'คาดเดาไม่ได้'?
บทความพิเศษ | พาราตีรีตีส
โลกปี 2569
จุดตัด ‘ความไม่แน่นอน’
สู่ปีที่ ‘คาดเดาไม่ได้’?
เรากำลังใกล้จากลาปี 2568 กันแล้ว นับเป็นปีที่มีเรื่องแบบไม่มีโอกาสให้เราได้หยุดพักใจให้คลายกังวล เมื่อมานั่งทบทวนตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนสุดท้ายของปีนี้ เราจะเกิดความรู้สึกหนึ่งร่วมกันกับชีวิตหลายพันล้านทั่วโลกคือ
ชีวิตเราช่าง “ไม่แน่นอน” มีเรื่องราวต่างๆ มากมายปรากฏหลายแบบ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่เหนือการควบคุมแต่กลับส่งผลต่อเราอย่างคาดไม่ถึง จนบางทีอยากถามตัวเองว่า เราผ่านปีอันหฤโหดนี้มาได้ยังไง จนอยากปรบมือให้ตัวเองดังๆ
แต่ช้าก่อน! ปีหน้าเอง ก็กำลังสำแดงผล จากสิ่งที่เกิดขึ้นหลายปีก่อนหน้านี้รวมถึงปีนี้ที่กำลังจบลง ที่กล่าวได้ว่า “คาดเดาไม่ได้”
จึงอยากเชิญชวนมาทบทวนเรื่องราวตลอดทั้งปี ซึ่งจะนำไปสู่สัญญะบางอย่างในปีหน้า
ปี 2568 ช่วงจุดตัดแห่งยุคสมัย
ปี 2568 หรือ 2025 คือปีที่โลกมาถึงจุดตัดสำคัญของยุคสมัยระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษยชาติ เมื่อปัญญาประดิษฐ์ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างสถาบันทางสังคม การบริหาร การทหาร การแพทย์ จนถึงส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา ใครๆ ก็เข้าหา ChatGPT, Gemini, Deepseek (รายนี้ดูแผ่วลง) หรือ Co-pilot และอีกสารพัดแอพพลิเคชั่นที่เลเวลอัพด้วยพลังแห่งปัญญาประดิษฐ์
มิหนำซ้ำในอนาคตอีกไม่กี่ปีจากนี้ เรื่องของ “ควอนตัม” ก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ธรรมดาเข้าถึง และเสริมพลังให้กับปัญญาประดิษฐ์จนประมวลผลด้วยความเร็วเพียงชั่วพริบตา
ปีเตอร์ เรย์เด้น นักอนาคตศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและเป็นผู้ก่อตั้งนิตยสาร WIRED กล่าวว่า เราได้เห็นเทคโนโลยีระดับตัวเปลี่ยนเกมทั้งระบบที่ผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก เปลี่ยนโฉมโลกที่เราเคยรู้จักให้ดูล้ำและจำเค้าเดิมไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ปีเตอร์กล่าวอย่างกังวลว่า ในทางกลับกัน ระบบสังคมโลกแบบเก่าของมนุษย์เองกลับยิ่งเปราะบางอ่อนไหวมากขึ้น ความเหลื่อมล้ำยิ่งรุนแรง ความเกลียดชังแบ่งขั้วทางความคิดและความเชื่อยิ่งลุกลามร้าวลึก รัฐบาลถูกตั้งคำถามถึงความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพในการบริหารจัดการปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น
ขณะที่ผู้นำรัฐบาลกำลังกอดรัดระบบรัฐชาติแบบเวสต์ฟาเลียที่อยู่ในช่วงขาลง เจ้าของบริษัทเทค กลายเป็นชนชั้นนำใหม่ที่ร่างระเบียบโลกเสมือนและกำลังกลืนเข้ากับโลกจริงจนใกล้เป็นเนื้อเดียวกัน
เทคโนโลยีกำลังพุ่งทะยานขึ้นเป็นระบบโลกยุคใหม่ กลับกันระบบสังคมโลกเดิมหักหัวดิ่งลงเรื่อยๆ แสดงอาการป่วยของระบบ ปรากฏรอยร้าว จนทำให้ระเบียบสังคม ค่านิยม ระบบเศรษฐกิจ หรือแม้แต่ระบบการเมืองโลกผกผันและปั่นป่วน
ในอนาคตไม่ว่าปีหน้าหรือปีต่อไปจากนั้น เอไอจะเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมมนุษย์เต็มรูปแบบ จนอาจได้ยินคำว่า “ฟองสบู่เอไอ” แม้ต่อให้แตกดังโพละหรือพองโตหรือแฟบลง เอไอก็จะไม่หายไปไหน
มาถึงตรงนี้ พอมีอะไรใหม่ถอดด้ามทั้งที่คนจำนวนมากยังไม่เข้าใจมากพอ ก็นำไปสู่ความเสี่ยงหรือโอกาส หรือโอกาสที่พลิกเป็นความเสี่ยงขั้นร้ายแรง?
ปี 2569 “ความเสี่ยงใหม่”
คาดเดาไม่ได้ จริงหรือ?
อะไรที่เร่งจนเร็วเป็นเดอะแฟลช แต่ระบบกลับเดินช้าา…เป็นตัวสลอธใน “Zootopia” หรือการใช้ประโยชน์ของสิ่งใหม่เพื่อคงสถานะเดิมๆ ชีวิตเดิมๆ วัฒนธรรมความเชื่อเดิมๆ ผลที่ได้คือ รอยแตกที่เป็นจุดตั้งต้นสู่การพังทลาย
จริงๆ เรื่องพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่คาดเดาไม่ได้ หลายสิ่งคาดเดาได้ ติดอยู่แค่ว่ามนุษย์จำนวนมากไม่ยอมรับความจริง ไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง ไม่กล้าที่จะสลัดทิ้งสิ่งที่ถูกปลูกฝังหล่อหลอมจนเป็นตัวเองอย่างทุกวันนี้ แต่กลับนำเทคโนโลยีที่ได้มาทำสิ่งเดิมๆ คือ การรักษาอัตลักษณ์ เพิ่มพูนอำนาจและความมั่งคั่ง ใครเข้าถึงได้ไวย่อมได้เปรียบเหนือคนอื่น
เราใช้เอไอทำภาพที่ตอกย้ำความเกลียดชัง บูลลี่คนอื่น กดทับเหยียบย่ำศัตรูหรือฝ่ายตรงข้าม
จากภาพเสียดสีในความขัดแย้งอินเดีย-ปากีสถาน หรือพิพาทไทย-กัมพูชา จนมาถึงสร้างวิดีโอจากเอไอเพื่อข่มขวัญศัตรู ปลุกเร้าความรักชาติ เทิดทูนผู้นำ สร้างใบหน้าปลอมเพื่อทำให้ลุ่มหลงแล้วโอนเงินเป็นแสนอย่างขาดสติก่อนมารู้ตัวอีกทีว่าตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์
ความเสี่ยงที่น่าเป็นห่วงในเวลานี้คือ เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างอาชญากรรมไซเบอร์ ตั้งแต่การแฮ็กเพื่อเรียกค่าไถ่ (Ransomeware) การหลอกลวงของบรรดาแก๊งสแกมเมอร์ด้วยวิธีทั้งเชือดหมู จนถึงลวงให้รักให้หลง หรือการจารกรรมไซเบอร์เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐาน
อาชญากรรมเหล่านี้อาจมองดูเป็นเรื่องข้ามชาติที่ไม่น่ามีใครเกี่ยวกับรัฐบาลใด
แต่หากพิเคราะห์ข่าวกรองจำนวนมาก จะพบว่าทั้งแก๊งอาชญากรข้ามชาติหรือทีมแฮ็กเกอร์ที่อ้างว่าอิสระ ก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลต่างชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสายธารสงครามในโลกยุคใหม่
อย่างสงครามลูกผสม (Hybrid Warfare) ที่ไม่ได้จำกัดแค่การแข่งขันทางอาวุธหรือสงครามตัวแทน แต่ยังรวมถึงสงครามแข่งขันเป็นเจ้าเทคโนโลยี แย่งชิงกรรมสิทธิ์เข้าถึงทรัพยากรสำคัญอย่างแรร์เอิร์ธ
ดึงคนมาพัฒนาความรู้ให้ล้ำหรือใช้วิธีลอบเร้นล้วงความลับทางเทคโนโลยีของอีกฝ่าย
ใช้โค้ดคำสั่งไม่กี่ชุด บั่นทอนหรือตัดกำลังอีกฝ่าย การซื้อขายข้อมูลพื้นฐานประชากรประเทศหนึ่งในตลาดดีฟเว็บ
ภัยคุกคามจากไซเบอร์นอกจากไม่บรรเทาลง กลับยังได้ยกระดับความเลือดเย็นจนคนทั่วโลกเดือดร้อน
พอหวังพึ่งรัฐบาลก็ต้องผิดหวังกับความล่าช้า แม้จะมีรัฐบาลบางประเทศที่ตื่นตัวเข้าปราบปราม แต่ยังมีอีกมากที่แก้ไขแบบขอไปที
หรือหนักถึงขั้นเป็นผู้สนับสนุนอาชญากรรมเสียเองในฐานะขุมทรัพย์เพื่อสั่งสมฐานะ อวดศักดาความหรูหราของผู้มีอำนาจ
ความเหลื่อมล้ำทางการเมือง ลุกลามไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคมและโอกาส
เกิดอาชญากรรมทั้งแบบเก่าและใหม่ซ้ำเติม ถ้าไม่ถูกกดจนหมอบจำนนเหมือนประเทศแถวๆ นี้ ก็เปลี่ยนเป็นเพลิงแค้นลุกขึ้นมาประท้วง
การชุมนุมของผู้ประท้วง Gen-Z ที่เกิดขึ้นจากเนปาล อินโดนีเซีย และที่อื่น เป็นการเอาคืนองคาพยพที่อิงแอบระบบบริหารรัฐแบบเก่าเพื่อหาประโยชน์ส่วนตัวแทนที่จะแก้ไขปัญหาคนจำนวนมาก
และยิ่งรัฐบาลปล่อยปัญหาเรื้อรังไม่เร่งแก้นานเท่าไร ก็ยิ่งมีการประท้วงของคนหนุ่มสาวที่ขับเคลื่อนด้วยแรงแค้นมากขึ้น
การคงสถานะรัฐแบบเดิม ย่อมส่งผลถึงวิธีสูบใช้ทรัพยากรเพื่อสร้างการเติบโตด้วยวิธีเดิมๆ โดยเมินเฉยคำเตือนเรื่องโลกเดือด เร่งให้ระบบนิเวศเสียสมดุล
ปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติสุดขั้วจะสวิงถี่ขึ้น อาจเกิดลานีญาหรือเอลนีโญสลับกันในปีเดียว ฝนท่วมในจุดที่คาดไม่ถึง และฝนแล้งที่บางจุดยาวนานขึ้น และยังไม่นับรวมแผ่นดินไหวที่ไม่รู้จะเขย่าที่ไหนอีก แค่รอยเลื่อนสะกายเขย่าก็ทำให้บางประเทศถึงกับเปราะบางให้เห็นได้ชัด
พายุเฮอร์ริเคนเมลิซซ่า ไต้ฝุ่นคาลเมกี หรือไซโคลนเซนยาร์ที่หายากในอันดามัน คือประจักษ์พยานของภัยธรรมชาติจากภาวะโลกเสียสมดุลด้วยน้ำมือมนุษย์ที่เร่งเติบโตเพื่อความเป็นใหญ่เหนือคนอื่นโดยไม่คำนึงถึงเรื่องดุลยภาพของโลก
ปีนี้ที่ว่าแย่แล้ว ปีหน้าหรือปีต่อๆ ไปก็จะหนักขึ้นอีก คำถามคือ เราจะรอดพ้นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้นี่อย่างไร
ผู้เขียนไม่อยากให้ทุกคนต้องหวาดกลัว สับสนจนซึมเศร้ากับโลกที่มืดมนลงทุกวันๆ สิ่งที่พอแนะนำได้ แน่นอนว่า ไม่ใช่คำทำนายอันแม่นยำหรือการมองการณ์ไกลที่ตรงเป๊ะว่าต้องเป็นอย่างนี้อย่างนั้น
แต่เป็น “วิธีคิดพื้นฐาน” ว่าโลกใบนี้ สังคมที่ดำรงอยู่ ชีวิตหนึ่งวันพันเรื่อง ล้วนไม่แน่นอน ไม่สมบูรณ์แบบ โลกถูกถักทอด้วยการกระทำของเราและคนอีกเป็นพันล้านสัมพันธ์กันซับซ้อน มากกว่าที่จะแบ่งเป็นฝักฝ่ายหรือกลุ่มก้อน แต่ทุกเหตุการณ์ ทุกการตัดสินใจ จะโยงใยเป็นปมเชือกก้อนใหญ่ เมื่อเส้นหนึ่งสั่น ก็สะเทือนไปทุกเส้น
ดังนั้น ขอให้ระลึกไว้ว่า ทุกความคิด ทุกคำพูด ทุกการกระทำ ย่อมสร้างความเป็นไปได้มากมาย ถ้ารู้สึกว่าโลกช่างเดินเร็วจนตามไม่ทัน ก็ต้องคิดว่า เราคือผู้กำหนดเส้นทาง เลือกได้ว่าเราจะเดินเองหรือให้โลกบังคับให้เราเดิน
การพังทลายของสิ่งหนึ่ง อาจไม่ใช่จุดจบของเรา
เช่นกันกับโลกในปี 2569 โลกยังไม่พังทลาย แค่ส่งสัญญาณให้เรา “รู้เท่าทันตนเอง” และ “รับมือด้วยใจที่สว่างด้วยความหวัง”
เครดิตภาพ รอยเตอร์ส
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โลกปี 2569 จุดตัด ‘ความไม่แน่นอน’ สู่ปีที่ ‘คาดเดาไม่ได้’?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly