สุจริตคือกุญแจ! ‘อภิสิทธิ์’ ขอบคุณเสียงหนุนดันพรรคพุ่ง ชู 2 หัวใจหลักกู้ชาติ
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจนิด้าโพล ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความนิยมในอันดับที่ดีขึ้น ว่า ขอบคุณพี่น้องประชาชน แต่สิ่งเหล่านี้ก็มีขึ้นมีลงตลอดเวลา จริงๆ ตอนนี้สำคัญที่สุดสำหรับเรา แข่งขันกันด้วยเวลา เพราะเวลามีจำกัดมาก และงานก็ต้องทำเยอะมากทั้งนโยบายและผู้สมัคร และเรื่องอื่นๆ รวมทั้งแข่งขันกับตัวเองด้วย เพราะเรารู้ ว่าต้องการให้ประชาชนเกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น กับแนวทางของเราทั้งในแง่การการเมืองและสิ่งที่จะทำให้กับประเทศ เพราะฉะนั้นผลสำรวจที่ออกมาก็เป็นกำลังใจ แต่ว่างานหลักรออยู่ข้างหน้าเยอะมาก
เมื่อถามถึงนโยบายหลักที่จะใช้ชูในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มีเรื่องหลักอยู่ 2 เรื่อง ที่ตนคิดว่าสำคัญที่สุดสำหรับประเทศคือ
1.ถ้าเราไม่สามารถทำให้บ้านเมืองเป็นบ้านเมืองที่สุจริตจริงๆ ปัญหาอื่นแทบแก้ไม่ได้เลย เพราะตัวนี้คือตัวบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน นำมาซึ่งปัญหาสารพัด ทั้งการเมือง สังคมและเศรษฐกิจ
2.ถ้าเราไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจไทยกลับไปเติบโตได้เหมือนสมัยก่อน คือ ยังโตอยู่แค่ร้อยละ 1 ร้อยละ 2 ต่อเนื่องแบบนี้เรื่องอื่นเราก็แก้ไม่ได้ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียวแต่เราจะไม่มีทรัพยากร มาดูแลผู้สูงอายุ มาสร้างระบบสวัสดิการ ที่มีมีความจำเป็นเพียงพอกับทุกคน
“เพราะฉะนั้นสองเรื่องนี้คือสองเรื่องหลัก หมายความว่าต้องทำให้บ้านเมืองสุจริตและเศรษฐกิจต้องดี ดีในที่นี้คือทั้งโตและกระจายให้ทั่วถึง” นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีนโยบายแบบกระตุ้นให้เร็วขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าว นโยบายกระตุ้นต้องดูตามสถานการณ์ แต่ไม่ใช่เรื่องหลักที่จะเป็นคำตอบให้กับประเทศต่อไป ตนคิดว่าในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา เรามีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจถี่มาก ซึ่งได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง บางช่วงรวมทั้งในปัจจุบันก็แก้ปัญหาความยากลำบากได้ระดับหนึ่ง แต่ตนคิดว่าคนก็มองว่าเป็นคำตอบเฉพาะในช่วงนี้ และถ้าเศรษฐกิจไม่ดีอย่างที่ตนตั้งเป้าหมายไว้ เราก็จะวนเวียนอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ และเราจะมีข้อจำกัดมากขึ้นเรื่อยๆ ในการทำเรื่องนี้ เพราะฐานะทางการคลังก็จะมีปัญหามากขึ้น
เมื่อถามถึงการเลือกตั้ง ส.ส.กทม. ที่ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯดูแลพื้นที่ กทม.อาจจะต้องชนกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ให้ดูพื้น กทม. ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นฐานเสียงเดียวกันนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่พูดเรื่องฐานเสียง เราแข่งขันเสนอตัวให้คนกรุงเทพฯ ซึ่งสิ่งที่จะตอบโจทย์ทั้งคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคือนโยบายบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนที่นี่ แต่อีกส่วนหนึ่งมองว่าคนกรุงเทพฯ จะมองถึงภาพใหญ่ของประเทศด้วยว่าต้องการจะไปอย่างไร การแข่งขันเป็นเรื่องปกติ ตนไม่ได้มีความกังวลอะไร นายสกลธีต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะรองหัวหน้าพรรคดูแล กทม. ซึ่งเราทราบตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่าเป็นจุดที่ยาก
เมื่อถามว่าเป็นการเจอมิตรเก่า นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราต้องแข่งขันกันแบบมิตรเต็มที่ แต่เราไม่เล่นฟาวล์อยู่แล้ว ต่อข้อถามว่าหากมีอุบัติเหตุทางการเมืองยุบสภาก่อนไทม์ไลน์ปลายเดือน ม.ค.69 ที่ประกาศไว้ พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องพร้อม แต่จะเหนื่อยมากขึ้น ซึ่งเรายอมรับไม่ปฏิเสธ และในวันพรุ่งนี้ (18 พ.ย.) จะเริ่มประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค อย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากได้รับการรับรองจากคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เรารู้ว่าเวลาเดิมก็น้อย ถ้าน้อยเพิ่มขึ้นไปอีกก็เหนื่อยมากขึ้น แต่เป็นปกติของระบบสภาฯ พรรคการเมืองต้องเดินหน้าเต็มที่
ส่วนหนักใจหรือไม่เรื่องการเมืองสุจริตซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าจะมีการใช้เงินจากการฟอกขาว เข้ามาใช้ในการเมือง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ตนหนักใจน้อยลงกว่าเดิมเยอะ เพราะตั้งแต่ตนกลับเข้ามา ได้เจอผู้คนประชาชนธรรมดาไปจนถึงนักธุรกิจระดับสูงพูดเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าไม่ต้องการอยู่แบบนี้อีกแล้ว ยืนยันว่าหนักใจน้อยลงเพราะแนวร่วมของคนที่จะต่อสู้กับความไม่ถูกต้องเพิ่มมากขึ้นมาก
#Newsthepoint
#อภิสิทธิ์ #ประชาธิปัตย์ #การเมืองสุจริต