โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ยศชนัน’ พลิกโฉม ‘เพื่อไทย’ สู้เลือกตั้ง

เดลินิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“แม้ช่วงนี้จะไม่ได้พูดคุยกับ “ทักษิณ” และ “ยิ่งลักษณ์” โดยตรง แต่บทเรียนสำคัญที่ได้รับถ่ายทอดมาโดยตลอด คือ จิตวิญญาณของพรรคการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชน”

หลัง “พรรคเพื่อไทย” เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบทั้ง 3 คน และเริ่มเดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่กำลังร้อนแรง “ทีมการเมืองเดลินิวส์” มีโอกาสสัมภาษณ์ “อ.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย มาสะท้อนมุมมอง แนวคิด และทิศทางการทำงานบนเส้นทางเลือกตั้งที่กำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะ

โดย “อ.เชน” กล่าวเปิดประเด็นว่า หลัง “พรรคเพื่อไทย” จับเบอร์ให้พรรคได้เบอร์ 9 ทุกคนในพรรคก็สบายใจ เพราะเป็นเลขสิริมงคลของคนไทย อีกทั้งยังจดจำง่ายมาก เวลาลงพื้นที่ประชาชนมักพูดถึงเบอร์พรรคก่อนที่ทีมงานจะเริ่มสื่อสารด้วยซ้ำ สิ่งที่ต้องเน้นย้ำเพิ่มเติมคือหมายเลขผู้สมัคร สส.เขต เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

สำหรับแผนการหาเสียง พรรคเพื่อไทยแบ่งกำลังกันทำงานอย่างเป็นระบบ แคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คนกระจายลงพื้นที่ตามความถนัด โดยช่วงแรกผมจะดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตเมือง ขณะที่ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ภาคเหนือ และ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้อำนวยการเลือกตั้ง รับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสาน ก่อนจะมีการสลับพื้นที่ในช่วงถัดไป เป้าหมายสำคัญ คือ การสื่อสารนโยบายของพรรคให้เข้าถึงประชาชนทุกช่องทาง

@ นโยบายพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่เน้นเรื่องเทคโนโลยี และ AI ในการแก้ไขปัญหาประเทศคิดว่าตอบโจทย์หรือไม่?

หัวใจสำคัญยังคงเป็นเรื่องเศรษฐกิจและปากท้องประชาชน ส่วนเทคโนโลยีและ AI เป็นกลไกหลังบ้านที่จะเข้ามาเสริมประสิทธิภาพ พรรคเพื่อไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานมาโดยตลอด เพียงแต่ครั้งนี้จะนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาเพิ่มมูลค่าในทุกมิติ ควบคู่กับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ และสังคมศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

@ การเดินสายหาเสียงครั้งแรกพบเกษตรกรได้มีการสะท้อนอะไรกลับมาบ้าง ?

การลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรก โดยเฉพาะการพบปะเกษตรกร สะท้อนปัญหาที่ชัดเจนกว่าการมองจากระดับนโยบายบนโต๊ะประชุม หลายเรื่องเป็นความเดือดร้อนเร่งด่วนที่ไม่ปรากฏในเอกสาร “บางครั้งนโยบายอาจดี แต่ไม่ทันกับความเดือดร้อนจริงของประชาชน ดังนั้นการรับฟังเป็นหัวใจสำคัญ” อย่างกรณีพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัญหาน้ำท่วมขังยาวนานส่งผลให้ชาวบ้านสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยจึงมีนโยบายบริหารจัดการน้ำที่พัฒนาและปรับให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่และงบประมาณ นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเรื่องเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพ ส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้ทั้งระบบ

@ ถ้าได้เป็นนายกฯ จะสามารถใช้เทคโนโลยี AI สร้างความโปร่งใสกับการเมืองไทยอย่างไร?

นี่คือโจทย์เชิงโครงสร้างทางสังคม เพราะรากของการคอร์รัปชันคือการไม่เปิดเผยข้อมูล ปัจจุบันสิ่งที่ต้องทำมี 2 ส่วนหลัก คือการนำข้อมูลภาครัฐจากหลังบ้านขึ้นสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งเทคโนโลยีไทยและสตาร์ทอัพสามารถทำได้ และอีกส่วนคือการปรับกฎหมาย โดยเฉพาะ PDPA ให้มีความชัดเจนว่า ข้อมูลใดควรเปิดเผยเพื่อประโยชน์สาธารณะและลดการทุจริต ทุกอย่างต้องเริ่มจากกรอบกฎหมายที่ชัดเจน และใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด

@ นักศึกษามองว่าอ.เชน เป็นคนใจดี ไม่เคยโกรธ จะรับมือกับนักการเมืองเขี้ยวลากดินที่อยู่ในสภาได้หรือไม่ ?

การทำงานไม่ได้อยู่ที่อารมณ์ แต่คือกระบวนการ เชื่อว่าการรับฟังทำให้ได้ข้อมูลครบ หากสวนกลับทันทีจะปิดประตูข้อมูล แต่การนิ่ง ฟัง และประมวลผล จะทำให้ตัดสินใจได้เร็วและแม่นยำกว่า ผู้นำยุคใหม่ต้องเปิดรับทุกเสียง เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาคิดและตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ

@ มีคำแนะนำจากนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำมาปรับใช้ในชีวิตบ้างหรือไม่ ?

แม้ช่วงนี้จะไม่ได้พูดคุยกับ “ทักษิณ” และ “ยิ่งลักษณ์” โดยตรง แต่บทเรียนสำคัญที่ได้รับถ่ายทอดมาโดยตลอด คือ จิตวิญญาณของพรรคการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชน พรรคไทยรักไทยในอดีต และพรรคเพื่อไทยในวันนี้ มีหัวใจเดียวกัน คือประชาชน นี่คือสิ่งที่ต้องฝากไว้ในใจเสมอ พรรคการเมืองต้องทำให้ประชาชนมีความหวัง และไม่หลุดออกจากรากเหง้าของตนเอง

@ ปัญหาการเมืองไทยตอนนี้ระหว่างเรื่องรัฐธรรมนูญกับนักการเมืองควรแก้ตรงไหนก่อน ?

ถ้าเรื่องนักการเมืองอยากให้ทุกคนเน้นย้ำ วันนี้เราทำพรรคการเมืองขึ้นมาเพราะสุดท้ายต้องกลับไปที่การเลือกตั้ง และคนที่จะเลือกเรากลับเข้ามาคือประชาชน ไม่ควรไปตัดสินอะไร ถ้าประชาชนยังไม่ได้ตัดสิน เป็นส่วนหนึ่งที่น่าจะต้องเปลี่ยนแนวคิด และวิธีการคิด นี่คือสิ่งที่เราคิดมาตลอด

ส่วนรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขให้มาจากประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มีที่มาไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย หากแก้ได้ทั้งฉบับก็พร้อมสนับสนุน แต่จะงดแตะหมวด 1 และหมวด 2ประเด็นหลักที่ต้องเร่งแก้ คือ 1.การบริหารประเทศ 2.กระบวนการยุติธรรม 3.ความเท่าเทียมด้านการศึกษาและสาธารณสุข ให้ทุกคนเข้าถึง จะขอเน้น 3 ประเด็นนี้ที่มีความจำเป็นยึดโยงกับพี่น้องประชาชนทุกคน ทั้งหมดนี้ไม่เพียงสร้างความเป็นธรรมในประเทศ แต่ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในเวทีโลก

@ นักการเมืองประเภทไหนที่จะไม่ร่วมสังฆกรรมเด็ดขาด ?

ผู้ที่ไม่โปร่งใสและทุจริตคอร์รัปชัน หากได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 สิ่งแรกที่ต้องลุยคือการปราบคอร์รัปชัน สแกมเมอร์ และทุนสีเทา ควบคู่กับการแก้ปัญหาหนี้ โดยยึดหลัก “คนจนต้องรวยขึ้น คนรวยไม่ต้องจนลง” มองเศรษฐกิจทั้งระบบ ขณะที่สิ่งที่ต้องหยุดทันทีคือความไม่โปร่งใสและความคลุมเครือในการบริหาร

@ องค์ความรู้เทคโนโลยีจะแก้ปัญหารัฐประหารของประเทศไทยได้หรือไม่ ?

องค์ความรู้ เทคโนโลยี และ AI สามารถลดเงื่อนไขรัฐประหารได้ หากประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นกลาง และรัฐบาลบริหารอย่างโปร่งใส เสียงของประชาชนจะดังเกินกว่ากลไกใดจะต้านทานได้ การยกระดับการศึกษา ความเข้าใจด้านกฎหมาย และการใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ จะเปลี่ยนมิติประเทศไปในระยะยาว และเป็นรากฐานของประชาธิปไตยที่ยั่งยืน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...