‘ยศชนัน’ พลิกโฉม ‘เพื่อไทย’ สู้เลือกตั้ง
หลัง “พรรคเพื่อไทย” เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบทั้ง 3 คน และเริ่มเดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่กำลังร้อนแรง “ทีมการเมืองเดลินิวส์” มีโอกาสสัมภาษณ์ “อ.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย มาสะท้อนมุมมอง แนวคิด และทิศทางการทำงานบนเส้นทางเลือกตั้งที่กำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะ
โดย “อ.เชน” กล่าวเปิดประเด็นว่า หลัง “พรรคเพื่อไทย” จับเบอร์ให้พรรคได้เบอร์ 9 ทุกคนในพรรคก็สบายใจ เพราะเป็นเลขสิริมงคลของคนไทย อีกทั้งยังจดจำง่ายมาก เวลาลงพื้นที่ประชาชนมักพูดถึงเบอร์พรรคก่อนที่ทีมงานจะเริ่มสื่อสารด้วยซ้ำ สิ่งที่ต้องเน้นย้ำเพิ่มเติมคือหมายเลขผู้สมัคร สส.เขต เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน
สำหรับแผนการหาเสียง พรรคเพื่อไทยแบ่งกำลังกันทำงานอย่างเป็นระบบ แคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คนกระจายลงพื้นที่ตามความถนัด โดยช่วงแรกผมจะดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตเมือง ขณะที่ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ภาคเหนือ และ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้อำนวยการเลือกตั้ง รับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสาน ก่อนจะมีการสลับพื้นที่ในช่วงถัดไป เป้าหมายสำคัญ คือ การสื่อสารนโยบายของพรรคให้เข้าถึงประชาชนทุกช่องทาง
@ นโยบายพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่เน้นเรื่องเทคโนโลยี และ AI ในการแก้ไขปัญหาประเทศคิดว่าตอบโจทย์หรือไม่?
หัวใจสำคัญยังคงเป็นเรื่องเศรษฐกิจและปากท้องประชาชน ส่วนเทคโนโลยีและ AI เป็นกลไกหลังบ้านที่จะเข้ามาเสริมประสิทธิภาพ พรรคเพื่อไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานมาโดยตลอด เพียงแต่ครั้งนี้จะนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาเพิ่มมูลค่าในทุกมิติ ควบคู่กับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ และสังคมศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
@ การเดินสายหาเสียงครั้งแรกพบเกษตรกรได้มีการสะท้อนอะไรกลับมาบ้าง ?
การลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรก โดยเฉพาะการพบปะเกษตรกร สะท้อนปัญหาที่ชัดเจนกว่าการมองจากระดับนโยบายบนโต๊ะประชุม หลายเรื่องเป็นความเดือดร้อนเร่งด่วนที่ไม่ปรากฏในเอกสาร “บางครั้งนโยบายอาจดี แต่ไม่ทันกับความเดือดร้อนจริงของประชาชน ดังนั้นการรับฟังเป็นหัวใจสำคัญ” อย่างกรณีพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัญหาน้ำท่วมขังยาวนานส่งผลให้ชาวบ้านสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยจึงมีนโยบายบริหารจัดการน้ำที่พัฒนาและปรับให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่และงบประมาณ นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเรื่องเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพ ส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้ทั้งระบบ
@ ถ้าได้เป็นนายกฯ จะสามารถใช้เทคโนโลยี AI สร้างความโปร่งใสกับการเมืองไทยอย่างไร?
นี่คือโจทย์เชิงโครงสร้างทางสังคม เพราะรากของการคอร์รัปชันคือการไม่เปิดเผยข้อมูล ปัจจุบันสิ่งที่ต้องทำมี 2 ส่วนหลัก คือการนำข้อมูลภาครัฐจากหลังบ้านขึ้นสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งเทคโนโลยีไทยและสตาร์ทอัพสามารถทำได้ และอีกส่วนคือการปรับกฎหมาย โดยเฉพาะ PDPA ให้มีความชัดเจนว่า ข้อมูลใดควรเปิดเผยเพื่อประโยชน์สาธารณะและลดการทุจริต ทุกอย่างต้องเริ่มจากกรอบกฎหมายที่ชัดเจน และใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด
@ นักศึกษามองว่าอ.เชน เป็นคนใจดี ไม่เคยโกรธ จะรับมือกับนักการเมืองเขี้ยวลากดินที่อยู่ในสภาได้หรือไม่ ?
การทำงานไม่ได้อยู่ที่อารมณ์ แต่คือกระบวนการ เชื่อว่าการรับฟังทำให้ได้ข้อมูลครบ หากสวนกลับทันทีจะปิดประตูข้อมูล แต่การนิ่ง ฟัง และประมวลผล จะทำให้ตัดสินใจได้เร็วและแม่นยำกว่า ผู้นำยุคใหม่ต้องเปิดรับทุกเสียง เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาคิดและตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ
@ มีคำแนะนำจากนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำมาปรับใช้ในชีวิตบ้างหรือไม่ ?
แม้ช่วงนี้จะไม่ได้พูดคุยกับ “ทักษิณ” และ “ยิ่งลักษณ์” โดยตรง แต่บทเรียนสำคัญที่ได้รับถ่ายทอดมาโดยตลอด คือ จิตวิญญาณของพรรคการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชน พรรคไทยรักไทยในอดีต และพรรคเพื่อไทยในวันนี้ มีหัวใจเดียวกัน คือประชาชน นี่คือสิ่งที่ต้องฝากไว้ในใจเสมอ พรรคการเมืองต้องทำให้ประชาชนมีความหวัง และไม่หลุดออกจากรากเหง้าของตนเอง
@ ปัญหาการเมืองไทยตอนนี้ระหว่างเรื่องรัฐธรรมนูญกับนักการเมืองควรแก้ตรงไหนก่อน ?
ถ้าเรื่องนักการเมืองอยากให้ทุกคนเน้นย้ำ วันนี้เราทำพรรคการเมืองขึ้นมาเพราะสุดท้ายต้องกลับไปที่การเลือกตั้ง และคนที่จะเลือกเรากลับเข้ามาคือประชาชน ไม่ควรไปตัดสินอะไร ถ้าประชาชนยังไม่ได้ตัดสิน เป็นส่วนหนึ่งที่น่าจะต้องเปลี่ยนแนวคิด และวิธีการคิด นี่คือสิ่งที่เราคิดมาตลอด
ส่วนรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขให้มาจากประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มีที่มาไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย หากแก้ได้ทั้งฉบับก็พร้อมสนับสนุน แต่จะงดแตะหมวด 1 และหมวด 2ประเด็นหลักที่ต้องเร่งแก้ คือ 1.การบริหารประเทศ 2.กระบวนการยุติธรรม 3.ความเท่าเทียมด้านการศึกษาและสาธารณสุข ให้ทุกคนเข้าถึง จะขอเน้น 3 ประเด็นนี้ที่มีความจำเป็นยึดโยงกับพี่น้องประชาชนทุกคน ทั้งหมดนี้ไม่เพียงสร้างความเป็นธรรมในประเทศ แต่ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในเวทีโลก
@ นักการเมืองประเภทไหนที่จะไม่ร่วมสังฆกรรมเด็ดขาด ?
ผู้ที่ไม่โปร่งใสและทุจริตคอร์รัปชัน หากได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 สิ่งแรกที่ต้องลุยคือการปราบคอร์รัปชัน สแกมเมอร์ และทุนสีเทา ควบคู่กับการแก้ปัญหาหนี้ โดยยึดหลัก “คนจนต้องรวยขึ้น คนรวยไม่ต้องจนลง” มองเศรษฐกิจทั้งระบบ ขณะที่สิ่งที่ต้องหยุดทันทีคือความไม่โปร่งใสและความคลุมเครือในการบริหาร
@ องค์ความรู้เทคโนโลยีจะแก้ปัญหารัฐประหารของประเทศไทยได้หรือไม่ ?
องค์ความรู้ เทคโนโลยี และ AI สามารถลดเงื่อนไขรัฐประหารได้ หากประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นกลาง และรัฐบาลบริหารอย่างโปร่งใส เสียงของประชาชนจะดังเกินกว่ากลไกใดจะต้านทานได้ การยกระดับการศึกษา ความเข้าใจด้านกฎหมาย และการใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ จะเปลี่ยนมิติประเทศไปในระยะยาว และเป็นรากฐานของประชาธิปไตยที่ยั่งยืน.